| คำสั่งที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง | ใช้ในการเรียกดูข้อมูลจากตาราง ( query ) |
|---|---|
| รูปแบบคำสั่งของ SELECT INTO | เป็นการเลือกข้อมูล และนำไปเก็บไว้ที่ตารางใหม่ ( สร้างตารางใหม่ทันที ) |
| การกำหนด ชื่อรอง ( alias ) | การกำหนดชื่อรองให้กับคอลัมน์ในตาราง เพื่ออ้างถึงในกรณีที่มีชื่อคอลัมน์ซ้ำกัน |
| การรวมคอลัมน์ | การรวมคอลัมน์ |
subject:คำสั่งที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง
content:ใช้ในการเรียกดูข้อมูลจากตาราง ( query )
syntax:SELECT [ ALL | DISTINCT | TOP n ] column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n FROM table_name [ IN database_name ] [ WHERE condition ] [ GROUP BY column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n ] [ HAVING condition ] [ ORDER BY column_name_1 [ ASC | DESC ], ..., column_name_n [ ASC | DESC ] ] [ LIMIT m ];
example:SELECT DISTINCT country FROM person ORDER BY country;
comment:ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง ดังนี้ ALL คือ เลือกทั้งหมดทุกแถว ( เป็นค่า default ) DISTINCT คือ แสดงข้อมูลเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน TOP n [ PERCENT ] คือ เลือกมา n แถวนับจากบนสุด หรือเลือกมา ( ( n * จำนวนแถวทั้งหมด ) / 100 ) แถว LIMIT m คือ เลือกมา m แถวนับจากแถวบนสุด ( ถ้าใช้ ORDER BY RAND() LIMIT m คือเลือกมา m แถวแบบสุ่ม ) ASC ใช้เรียงค่าข้อมูล จากน้อยไปมาก DESC ใช้เรียงค่าข้อมูล จากมากไปน้อย IN database_name ถ้าไม่กำหนดจะใช้ฐานข้อมูลปัจจุบันที่ติดต่ออยู่
subject:รูปแบบคำสั่งของ SELECT INTO
content:เป็นการเลือกข้อมูล และนำไปเก็บไว้ที่ตารางใหม่ ( สร้างตารางใหม่ทันที )
syntax:SELECT column_name_1, column_name_2, ..., column_name_n INTO new_database_name FROM table_name WHERE condition;
example:SELECT first_name, last_name, sex INTO customer FROM person WHERE sex IN ( 'man', 'woman' );
subject:การกำหนด ชื่อรอง ( alias )
content:การกำหนดชื่อรองให้กับคอลัมน์ในตาราง เพื่ออ้างถึงในกรณีที่มีชื่อคอลัมน์ซ้ำกัน
syntax:SELECT column_name as alias FROM table_name
example:SELECT sex as person_sex FROM person
subject:การรวมคอลัมน์
content:การรวมคอลัมน์
syntax:SELECT column_name_1 + ' ' + column_name_2 FROM table_name
example:SELECT first_name + ' ' + last_name as full_name FROM person