| ชนิดข้อมูลของ sql | ชนิดข้อมูลของ sql ได้แก่ character, national character, integer, smallint เป็นต้น |
|---|---|
| คุณสมบัติของค่าข้อมูล null | คุณสมบัติของค่าข้อมูล null |
| การใช้ AND, OR และ NOT กับ ค่าข้อมูล NULL | การใช้ AND, OR และ NOT กับ ค่าข้อมูล NULL |
| เทคนิคการใช้ query ให้มีประสิทธิภาพ | เทคนิคการใช้ query ให้มีประสิทธิภาพ |
subject:ชนิดข้อมูลของ sql
content:ชนิดข้อมูลของ sql มีหลายประเภท ได้แก่ character ใช้จัดเก็บตัวอักษรที่แน่นอน ( ใช้ 1 byte ต่อ 1 ตัวอักษร ), character varying ใช้จัดเก็บตัวอักษร( ใช้ 1 byte ต่อ 1 ตัวอักษร ), national character ใช้จัดเก็บตัวอักษรที่แน่นอน ( ใช้ 2 bytes ต่อ 1 ตัวอักษร ), national character varying ใช้จัดเก็บตัวอักษร ( ใช้ 2 bytes ต่อ 1 ตัวอักษร ), integer ใช้จัดเก็บเลขจำนวนเต็ม ( ระหว่าง -2,147,483,648 ถึง 2,147,483,647 ), smalling ใช้จัดเก็บเลขจำนวนเต็ม ( ระหว่าง -32,768 ถึง 32767 ), real ใช้จัดเก็บเลขจำนวนจริง ( ระหว่าง -3.40E + 38 ถึง 3.40E + 38 ), decimal ใช้จัดเก็บเลขจำนวนจริง , date ใช้จัดเก็บค่าวันที่, time ใช้จัดเก็บค่าเวลา
subject:คุณสมบัติของค่าข้อมูล null
content:คุณสมบัติของค่าข้อมูล null ดังนี้ - แสดงถึงคอลัมน์ที่ไม่ทราบค่าข้อมูล ( UNKNOWN ) - ถ้ามี ค่าข้อมูล NULL อยู่ในการคำนวณ ผลลัพธ์ท่ได้จะเป็น NULL - ถ้ามี ค่าข้อมูล NULL อยู่ในการรวมค่า string จะได้ผลลัพธ์เป็น NULL - สามารถจัดกลุ่ม ค่าข้อมูล NULL ได้ด้วยคำสั่ง GROUP BY - การใช้เงื่อนไข WHERE หรือ HAVING ใน column ที่มีค่าข้อมูล NULL จะไม่นำข้อมูลของแถวนั้นมาแสดงผล - การใช้คำสั่ง INNER JOIN ใน column ที่มี ค่าข้อมูล NULL จะไม่นำข้อมูลของแถวน้นมาแสดงผล - การใช้เงื่อนไขกับ ค่าข้อมูล NULL ให้ใช้คำสั่ง IS NULL หรือ IS NOT NULL
subject:การใช้ AND, OR และ NOT กับ ค่าข้อมูล NULL
content:การใช้ AND, OR และ NOT กับ ค่าข้อมูล NULL ดังนี้ - NOT NULL จะได้ผลลัพธ์ คือ NULL - NULL AND TRUE จะได้ผลลัพธ์ คือ NULL NULL AND FALSE จะได้ผลลัพธ์ คือ FALSE NULL AND NULL จะได้ผลลัพธ์ คือ NULL - NULL OR TRUE จะได้ผลลัพธ์ คือ TRUE NULL OR FALSE จะได้ผลลัพธ์ คือ NULL NULL OR NULL จะได้ผลลัพธ์ คือ NULL
subject:เทคนิคการใช้ query ให้มีประสิทธิภาพ
content:เทคนิคการใช้ query ให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้ - การใช้ UNION ถ้ามั่นใจว่า ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่มีการซ้ำกันแน่นอน ให้ใช้ UNION ALL เพราะจะประมวลผลเร็วกว่า UNION - การใช้ UNION ควรกำหนดให้ query ที่คาดว่าจะมีข้อมูลซ้ำกันมากๆ UNION กันไปก่อน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผล - การใช้ AND ควรกำหนดเงื่อนไขที่ให้คำตอบเป็นจริงน้อยที่สุดไว้ในส่วนแรก เพราะเมื่อเจอ คำตอบที่เป็นเท็จ ก็จะไม่ตรวจสอบเงื่อนไขถัดไปแล้ว - การใช้ OR ควรกำหนดเงื่อนไขที่ให้คำตอบเป็นจริงมากที่สุดไว้ในส่วนแรก เพราะเมื่อเจอ คำตอบที่เป็นจริง ก็จะไม่ตรวจสอบเงื่อนไขถัดไปแล้ว - ถ้าต้องการเลือก ข้อมูลทั้งหมด ที่มีค่าข้อมูลไม่ซ้ำกัน ให้ใช้ DISTINCT เพราะจะประมวลผลได้เร็วกว่า GROUP BY - ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำสั่ง SELECT * FROM - การค้นหาข้อมูลที่เป็นตัวเลข จะเร็วกว่าการค้นหาข้อมูลที่เป็นตัวอักษร - การใช้ WHERE หรือ HAVING ควรกำหนดเงื่อนไขที่สามารถกรองข้อมูลได้มากที่สุดไว้ก่อนเสมอ