| ชนิดข้อมูลของ sql | ชนิดข้อมูลของ sql ได้แก่ character, national character, integer, smallint เป็นต้น |
|---|---|
| คุณสมบัติของค่าข้อมูล null | คุณสมบัติของค่าข้อมูล null |
| การใช้ AND, OR และ NOT กับ ค่าข้อมูล NULL | การใช้ AND, OR และ NOT กับ ค่าข้อมูล NULL |
| เทคนิคการใช้ query ให้มีประสิทธิภาพ | เทคนิคการใช้ query ให้มีประสิทธิภาพ |
| ลำดับความสำคัญของตัวดำเนินการ | ลำดับความสำคัญของตัวดำเนินการ |
|---|---|
| ตัวดำเนินการ not | ใช้ในการปฏิเสธค่า |
| ตัวดำเนินการ and | ใช้ในการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นจริงมากกว่าหนึ่งเงื่อนไข |
| ตัวดำเนินการ or | ใช้ในการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นจริงเพียงหนึ่งเงื่อนไข |
| ตัวดำเนินการ between ... and ... | ใช้ในการกำหนดเงื่อนไขที่อยู่ในช่วงที่กำหนด |
| ตัวดำเนินการ like | ใช้ในการเปรียบเทียบตัวอักษร |
| ตัวดำเนินการ in | ใช้ในการตรวจสอบว่าค่าข้อมูล อยู่ในกลุ่มที่กำหนด |
| ตัวดำเนินการ any | จะใช้ในการเปรียบเทียบร่วมกับ sub query |
| ตัวดำเนินการ some | จะใช้ในการเปรียบเทียบร่วมกับ sub query |
| ตัวดำเนินการ all | จะใช้ในการเปรียบเทียบร่วมกับ sub query |
| ตัวดำเนินการ exists | จะใช้ในการเปรียบเทียบร่วมกับ sub query |
| ประเภทของ CONSTRAINT ของ sql | ได้แก่ not null, unique, check, default, primary key, foreign key เป็นต้น |
|---|---|
| CONSTRAINT NOT NULL กำหนดตอนสร้างตาราง | ใช้กำหนดว่า column นั้นๆจะไม่ยอมรับ ค่าข้อมูล NULL |
| CONSTRAINT NOT NULL กำหนดหลังสร้างตาราง | ใช้กำหนดว่า column นั้นๆจะไม่ยอมรับ ค่าข้อมูล NULL |
| CONSTRAINT UNIQUE กำหนดตอนสร้างตาราง | ใช้กำหนดว่า column นั้นจะไม่ยอมรับ ค่าข้อมูลที่ซ้ำกัน |
| CONSTRAINT UNIQUE กำหนดตอนสร้างตาราง แบบที่ 2 | ใช้กำหนดว่า column นั้นจะไม่ยอมรับ ค่าข้อมูลที่ซ้ำกัน |
| CONSTRAINT UNIQUE กำหนดหลังสร้างตาราง | ใช้กำหนดว่า column นั้นจะไม่ยอมรับ ค่าข้อมูลที่ซ้ำกัน |
| CONSTRAINT CHECK กำหนดตอนสร้างตาราง | ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขของคอลัมน์ ก่อนเก็บข้อมูล โดยถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จก็จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูล |
| CONSTRAINT CHECK กำหนดตอนสร้างตาราง แบบที่ 2 | ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขของคอลัมน์ ก่อนเก็บข้อมูล โดยถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จก็จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูล |
| CONSTRAINT CHECK กำหนดหลังสร้างตาราง | ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขของคอลัมน์ ก่อนเก็บข้อมูล โดยถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จก็จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูล |
| CONSTRAINT PRIMARY KEY กำหนดตอนสร้างตาราง | จะมีคุณสมบัติ UNIQUE และ NOT NULL ภายในโดยทันที และจะใช้งานร่วมกับ FOREIGN KEY ด้วย |
| CONSTRAINT PRIMARY KEY กำหนดตอนสร้างตาราง แบบที่ 2 | จะมีคุณสมบัติ UNIQUE และ NOT NULL ภายในโดยทันที และจะใช้งานร่วมกับ FOREIGN KEY ด้วย |
| CONSTRAINT PRIMARY KEY กำหนดหลังสร้างตาราง | จะมีคุณสมบัติ UNIQUE และ NOT NULL ภายในโดยทันที และจะใช้งานร่วมกับ FOREIGN KEY ด้วย |
| CONSTRAINT FOREIGN KEY กำหนดตอนสร้างตาราง | จะใช้งานร่วมกับ PRIMARY KEY เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง table |
| CONSTRAINT FOREIGN KEY กำหนดหลังสร้างตาราง | จะใช้งานร่วมกับ PRIMARY KEY เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง table |
| CONSTRAINT DEFAULT | ในกรณีที่ column นั้นๆ ไม่มีการเพิ่มค่าข้อมูลลงไป ก็จะเพิ่มค่าที่กำหนดใน default นี้โดยอัตโนมัติ |
| การลบ CONSTRAINT | ใช้ลบ constraint |
| เงื่อนไขของการใช้ sub query | เงื่อนไขของการใช้ sub query เช่น จะต้องอยู่ภายใต้เครื่องหมาย ( ) |
|---|---|
| ข้อจำกัด ของการใช้ sub query | ข้อจำกัด ของการใช้ sub query เช่น ไม่สามารถใช้ UNION ใน sub query ได้ เป็นต้น |
| ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง select | ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง select |
| ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง insert | ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง insert |
| ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง update | ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง update |
| ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง delete | ตัวอย่างการใช้ sub query ในประโยคคำสั่ง delete |
| คุณสมบัติของ UNION | คุณสมบัติของ UNION |
|---|---|
| เงื่อนไขของ UNION | เงื่อนไขของ UNION |
| รูปแบบคำสั่งของ UNION | รูปแบบคำสั่งของ UNION |
| คำสั่งที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูล | CREATE DATABASE database_name; |
|---|---|
| คำสั่งที่ใช้ในการลบฐานข้อมูล | DROP DATABASE database_name; |
| คำสั่งที่ใช้ในการสร้างตาราง | CREATE TABLE table_name; |
|---|---|
| คำสั่งที่ใช้ในการลบตาราง | DROP TABLE table_name; |
| คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อตาราง | RENAME table_old_name TO table_new_name; |
| คำสั่งที่ใช้ในการเพิ่มคอลัมน์ ในตาราง | ALTER TABLE table_name ADD column_name column_type; |
| คำสั่งที่ใช้ในการลบคอลัมน์ ในตาราง | ALTER TABLE table_name DROP column_name; |
| คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยน ชื่อคอลัมน์ ในตาราง | ALTER TABLE table_name RENAME column_old_name TO column_new_name; |
| คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยน ประเภทข้อมูลของคอลัมน์ ในตาราง | ALTER TABLE table_name ALTER COLUMN column_name new_column_type; |
| การเพิ่มข้อมูลทุกคอลัมน์ ที่ได้สร้างไว้ | INSERT INTO table_name |
|---|---|
| การเพิ่มข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ ที่กำหนด | INSERT INTO table_name |
| การเพิ่มข้อมูลครั้งละหลาย record | INSERT INTO table_name |
| การเพิ่มข้อมูล โดยข้อมูลได้จากการคัดลอกมาจากตารางอื่น | INSERT INTO table_name |
| คำสั่งที่ใช้ในการแก้ไขข้อมูลในตาราง | UPDATE table_name SET column_name_1 = |
|---|
| คำสั่งที่ใช้ในการลบข้อมูลในตาราง | DELETE FROM table_name WHERE condition; |
|---|
| คำสั่งที่ใช้ในการเรียกดูข้อมูลในตาราง | ใช้ในการเรียกดูข้อมูลจากตาราง ( query ) |
|---|---|
| รูปแบบคำสั่งของ SELECT INTO | เป็นการเลือกข้อมูล และนำไปเก็บไว้ที่ตารางใหม่ ( สร้างตารางใหม่ทันที ) |
| การกำหนด ชื่อรอง ( alias ) | การกำหนดชื่อรองให้กับคอลัมน์ในตาราง เพื่ออ้างถึงในกรณีที่มีชื่อคอลัมน์ซ้ำกัน |
| การรวมคอลัมน์ | การรวมคอลัมน์ |
| คำสั่งที่ใช้ในการสร้างตารางเสมือน | CREATE VIEW view_name AS SELECT |
|---|---|
| คำสั่งที่ใช้ในการลบตารางเสมือน | DROP VIEW view_name |
| คำสั่งที่ใช้ในการสร้าง index | CREATE INDEX index_name ON table_name |
|---|---|
| คำสั่งที่ใช้ในการลบ index | ALTER TABLE table_name DROP INDEX index_name |
| การ Join ตารางมี 2 ประเภท | ได้แก่ Inner Join และ Outer Join |
|---|---|
| Equijoin | เป็นการ join ตารางโดยใช้เครื่องหมาย "=" ในการ join ตาราง |
| Non-Equijoin | เป็นการ join ตารางโดยใช้เครื่องหมาย "<, >, <=, >=, <>" ในการ join ตาราง |
| Cross Join | เป็นการ join แบบ Catesian Product |
| Self Join | เป็นการ join กันเองภายในตารางเดียวกัน |
| Left Outer Join | เป็นการ join ข้อมูล โดยยึด ตารางซ้ายมือเป็นหลัก |
| Right Outer Join | เป็นการ join ข้อมูล โดยยึด ตารางขวามือเป็นหลัก |
| Full Outer Join | เป็นการ join ข้อมูล โดยยึด ตารางทั้งขวามือและซ้ายมือ |
| UPPER() | ใช้เปลี่ยนตัวอักษรให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด |
|---|---|
| LOWER() | ใช้เปลี่ยนตัวอักษรให้เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด |
| LTRIM() | ใช้ตัดช่องว่างทางซ้ายมือออก |
| RTRIM() | ใช้ตัดช่องว่างทางขวามือออก |
| LENGTH() | ใช้คืนค่าจำนวนตัวอักษร |
| REVERSE() | ใช้สลับตัวอักษรจากหน้าไปหลัง จากหลังไปหน้า |
| SUBSTRING() | ใช้ดึงข้อมูลตัวอักษร จากตำแหน่งที่กำหนด ตามจำนวนที่กำหนด |
| REPLACE() | ใช้แทนข้อความ โดยจะแทนทุกตัวอักษรที่พบ |
| ABS() | ใช้หาค่าสัมบูรณ์ |
|---|---|
| POWER() | ใช้หาค่ายกกำลัง |
| SQRT() | ใช้หาค่ารากที่สอง |
| RAND() | ใช้หาค่าสุ่มระหว่าง 0 และ 1 |
| ROUND() | ใช้ปัดเศษทศนิยมตามหลักสากล ตามจำนวนจุดทศนิยมที่กำหนด |
| CEILING() | ใช้ปัดเศษให้มีค่ามากขึ้น ( ปัดเศษให้เป็นเลขจำนวนเต็ม ) |
| FLOOR() | ใช้ปัดเศษให้มีค่าน้อยลง ( ปัดเศษให้เป็นเลขจำนวนเต็ม ) |
| DAY() | ใช้คืนค่า วันที่ |
|---|---|
| MONTH() | ใช้คืนค่า เดือน |
| YEAR() | ใช้คืนค่า ปี |
| GETDATE() | ใช้คืนค่า วันที่ และเวลาปัจจุบัน |
| DATEADD() | ใช้บวกลบค่าวันที่หรือเวลาในส่วนที่กำหนด ตามจำนวนที่กำหนด |
| DATEDIFF() | ให้หาผลต่างของวันที่และเวลาในส่วนที่กำหนด |
| COUNT() | ใช้นับจำนวนแถวทั้งหมด แต่จะไม่นับค่าข้อมูลที่เป็น NULL |
|---|---|
| SUM() | ใช้หาผลรวมของค่าข้อมูลในทุกแถว |
| AVG() | ใช้หาค่าเฉลี่ยของค่าข้อมูลในทุกแถว |
| MAX() | ใช้หาค่าสูงสุด เมื่อเทียบกับค่าข้อมูลในทุกแถว |
| MIN() | ใช้หาค่าต่ำสุด เมื่อเทียบกับค่าข้อมูลในทุกแถว |
| FIRST() | ใช้คืนค่าแถวแรกสุด |
| LAST() | ใช้คืนค่าแถวท้ายสุด |
| STDEV() | ใช้หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของค่าข้อมูลในทุกแถว |
| STDEVP() | ใช้หาค่าส่วนเบี่ยงเบนฐานนิยม ของค่าข้อมูลในทุกแถว |
| VAR() | ใช้หาค่าความแปรปรวน ของค่าข้อมูลในทุกแถว |
| VARP() | ใช้หาค่าความแปรปรวนฐานนิยม ของค่าข้อมูลในทุกแถว |
| CAST() | ใช้แปลงชนิดข้อมูล |
|---|