-
-
-
-
function:ereg ( pattern, text, keep_array )
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยการตรวจสอบจะคำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
โดยตัวแปร keep_array จะเก็บข้อความที่พบ
example:if ( ereg ( "[A-Z]", "Hello", $regs ) )
{
echo "Find it's";
}
-
function:eregi ( pattern, text, keep_array )
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยการตรวจสอบจะไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
โดยตัวแปร keep_array จะเก็บข้อความที่พบ
example:if ( eregi ( "[A-Z]", "Hello", $regs ) )
{
echo "Find it's";
}
-
function:ereg_replace ( pattern, replace_text, text )
return type:string
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยถ้ามีก็จะแทนที่ข้อความนั้นด้วย replace_text ที่กำหนด
โดยการตรวจสอบจะคำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
example:echo ereg_replace ( "Bamboo", "Function", "BambooLabCode" );
-
function:eregi_replace ( pattern, replace_text, text )
return type:string
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยถ้ามีก็จะแทนที่ข้อความนั้นด้วย replace_text ที่กำหนด
โดยการตรวจสอบจะไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
example:echo eregi_replace ( "Bamboo", "Function", "BambooLabCode" );
-
function:split ( pattern, text, limit )
return type:array
content:ใช้แยกค่าของ text แล้วเก็บไว้ที่ array
โดยตัวแบ่งที่ใช้แยก ให้กำหนดเป็น pattern ที่ต้องการ
โดยการตรวจสอบจะคำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
example:$text = "web site bam boo lab code dot com";
$arr = split ( " ", $text );
-
function:spliti ( pattern, text, limit )
return type:array
content:ใช้แยกค่าของ text แล้วเก็บไว้ที่ array
โดยตัวแบ่งที่ใช้แยก ให้กำหนดเป็น pattern ที่ต้องการ
โดยการตรวจสอบจะไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
example:$text = "webZZsitezZbamZzboozzlabZzcodezZdotZZcom";
$arr = split ( "zZ", $text );
-
function:sql_regcase ( text )
return type:string
content:ใช้ในการสร้าง pattern แบบไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็ก
example:echo sql_regcase ( "bamboo" );
// [Bb][Aa][Mm][Bb][Oo][Oo]
-
function:preg_match ( pattern, text, keep_array )
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยการตรวจสอบจะคำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
โดยตัวแปร keep_array จะเก็บข้อความที่พบ
( ประมวลผลเร็วกว่าฟังก์ชัน ereg() )
example:if ( preg_match ( "[A-Z]", "Hello", $regs ) )
{
echo "Find it's";
}
-
function:preg_match_all ( pattern, text, keep_array )
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยการตรวจสอบจะไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
โดยตัวแปร keep_array จะเก็บข้อความที่พบ
( ประมวลผลเร็วกว่าฟังก์ชัน eregi() )
example:if ( preg_match_all ( "[A-Z]", "Hello", $regs ) )
{
echo "Find it's";
}
-
function:preg_replace ( pattern, replace_text, text )
return type:string
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่
โดยถ้ามีก็จะแทนที่ข้อความนั้นด้วย replace_text ที่กำหนด
โดยการตรวจสอบจะคำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่ หรือตัวพิมพ์เล็ก
( ประมวลผลเร็วกว่าฟังก์ชัน ereg_replace() )
example:echo preg_replace ( "Bamboo", "Function", "BambooLabCode" );
-
function:preg_grep ( pattern, array_text )
return type:array
content:ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน array_text หรือไม่
โดยจะคืนค่าข้อความที่พบมาแบบ array ด้วย
example:$text = array ( "apple", "banana", "mangoes" );
print_r ( "banana", $text );
-
function:preg_quote ( text )
return type:string
content:ใช้เพิ่มเครื่องหมาย backslashes ( \ ) ข้างหน้าตัวอักษรที่เป็น meta character
( ได้แก่ . \ + * ? [ ^ \ $ ( ) { } = ! < > | : )
example:echo preg_quote ( "[BambooLabCode]" );
-
function:preg_split ( pattern, text, limit )
return type:array
content:ใช้แยกค่าของ text แล้วเก็บไว้ที่ array
โดยตัวแบ่งที่ใช้แยก ให้กำหนดเป็น pattern ที่ต้องการ
( ประมวลผลเร็วกว่าฟังก์ชัน split() )
example:$text = "web site bam boo lab code dot com";
$arr = preg_split ( " ", $text );
-
subject:pattern ที่ใช้ในการค้นหา
content:[...] ใช้กำหนดขอบเขตของตัวอักษรที่ต้องมี เช่น [ABC]
[^...] ใช้กำหนดขอบเขตของตัวอักษรที่ห้ามมี เช่น [^ABC]
(...) ใช้กำหนดข้อความที่ต้องมี เช่น (bamboo)
^... ใช้กำหนดจุดเริ่มต้น คือต้องเริ่มต้นจาก เช่น ^bamboo
...$ ใช้กำหนดจุดสิ้นสุด คือต้องลงท้ายด้วย เช่น labcode$
...|... ใช้กำหนดว่าต้องมีตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่ง เช่น s|es
. ใช้แทนตัวอักษรใดๆ
? ใช้แทน จำนวนที่มีไม่เกินหนึ่งตัว และถ้าไม่มีก็ได้
* ใช้แทน จำนวนที่มีเท่าไหร่ก็ได้ และถ้าไม่มีก็ได้
+ ใช้แทน จำนวนที่มีเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งตัว
{n} ใช้แทน จำนวนที่มี n ตัว
{n,} ใช้แทน จำนวนที่มีอย่างน้อย n ตัว
{,m} ใช้แทน จำนวนที่มีไม่เกิน m ตัว
{n,m} ใช้แทน จำนวนที่มีอย่างน้อย n ตัว ไม่เกิน m ตัว
-
subject:pattern ที่ใช้ในการค้นหา [ แบบสำเร็จรูป ]
content:[[:alnum:]] ใช้แทนตัวอักษร และตัวเลขทุกตัว เหมือน [A-z0-9]
[[:alpha:]] ใช้แทนตัวอักษรทุกตัว [A-z]
[[:lower:]] ใช้แทนตัวอักษรพิมพ์เล็กทุกตัว เหมือน [a-z]
[[:upper:]] ใช้แทนตัวอักษรพิม์ใหญ่ทุกตัว เหมือน [A-Z]
[[:digit:]] ใช้แทนเลขฐานสิบ เหมือน [0-9]
[[:xdigit:]] ใช้แทนเลขฐานสิบหก เหมือน [0-9A-F]
[[:print:]] ใช้แทนตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ ยกเว้น \n
[[:graph:]] ใช้แทนตัวอักษรทั้งหมด ยกเว้นช่องว่าง
[[:punct:]] ใช้แทนเครื่องหมาย Punctuation เช่น " ? ! ; :
[[:blank:]] ใช้แทน tab และ ช่องว่าง
[[:space:]] ใช้แทน ช่องว่างที่เป็นตัวอักษรที่ไม่แสดงผลบนหน้าจอ เช่น \t, \n
[[:cntrl:]] ใช้แทนตัวอักษรควบคุม
-
subject:ตัวอย่างของ pattern ที่ใช้ในการค้นหา
content:ตัวอย่างของ pattern ที่ใช้ในการค้นหา
"([0-9]+(\.[0-9]+){3})" ใช้ในการค้นหาหมายเลข ip
"([.]{1,2}([\][0-9a-zA-Z]*)*)" ใช้ในการค้นหา path
"^.+@.+\..+$" ใช้ในการค้นหา email