PHP Mysql Function : สอน function ของ Mysql Function, เรียน function ของ Mysql Function
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • mysql_connect() ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล
    mysql_pconnect() ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล
    mysql_ping() ใช้ตรวจสอบว่ากำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลอยู่หรือไม่
    mysql_close() ใช้ยกเลิกการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล
    mysql_create_db() ใช้สร้าง ฐานข้อมูล
    mysql_drop_db() ใช้ลบ ฐานข้อมูล
    mysql_list_dbs() ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อของฐานข้อมูลทั้งหมด
    mysql_db_name() ใช้คืนค่า ชื่อของฐานข้อมูล จาก result
    mysql_list_tables() ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อของตารางทั้งหมด
    mysql_tablename() ใช้คืนค่า ชื่อของตาราง จาก result
    mysql_select_db() ใช้เลือก ฐานข้อมูล ที่จะใช้งาน
    mysql_selectdb() ใช้เลือก ฐานข้อมูล ที่จะใช้งาน โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด
    mysql_query() ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูลที่ได้เลือกไว้
    mysql_db_query() ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูลที่ได้กำหนดไว้
    mysql_insert_id() ใช้ในการคืนค่า ค่าข้อมูล ของฟิลด์ที่เป็นแบบ auto_increment ของแถวใหม่ที่ได้เพิ่มเข้าไปโดยคำสั่ง INSERT ของ SQL
    mysql_free_result() ใช้ในการคืนค่า หน่วยความจำ
    mysql_num_rows() ใช้นับจำนวนแถวทั้งหมดของ result
    mysql_num_fields() ใช้นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดของ result
    mysql_numfields() ใช้นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดของ result
    mysql_affected_rows() ใช้นับจำนวนแถวที่ได้รับผลกระทบจากการประมวลผลคำสั่ง INSERT, UPDATE, DELETE ไปยังฐานข้อมูล
    mysql_data_seek() ใช้เลื่อน pointer ไปยังแถวที่กำหนดใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น
    mysql_list_fields() ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อฟิลด์ทั้งหมด ของตารางที่กำหนด ในฐานข้อมูลที่กำหนด
    mysql_field_seek() ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนดใน result
    mysql_fieldseek() ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนดใน result
    mysql_field_table() ใช้คืนค่า ชื่อตาราง ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result
    mysql_field_name() ใช้คืนค่า ชื่อคอลัมน์ที่กำหนด ใน result
    mysql_field_type() ใช้คืนค่า ชนิดข้อมูล ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result
    mysql_field_len() ใช้คืนค่า ขนาดข้อมูล ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result
    mysql_field_flags() ใช้คืนค่า รายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะ ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result
    mysql_result() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ในแถวและคอลัมน์ที่กำหนด ของ result
    mysql_fetch_row() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    mysql_fetch_array() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    mysql_fetch_assoc() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    mysql_fetch_lengths() ใช้คืนค่า ขนาดของข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ แล้วเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    mysql_fetch_object() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ object และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    mysql_fetch_field() ใช้คืนค่า รายละเอียด ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result
    mysql_error() ใช้คืนค่า ข้อความ แสดงความผิดพลาดล่าสุด ของการทำงานกับฐานข้อมูล
    mysql_errno() ใช้คืนค่า รหัสของความผิดพลาดล่าสุด ของการทำงานกับฐานข้อมูล
    mysql_list_processes() ใช้คืนค่า process ของ MySQL แบบ result
    mysql_stat() ใช้คืนค่า สถานะปัจจุบันของ MySQL
    mysql_thread_id() ใช้คืนค่า หมายเลข thread ปัจจุบัน
    mysql_get_proto_info() ใช้คืนค่า version ของ protocol ที่ใช้กับ mysql
    mysql_get_server_info() ใช้คืนค่า version ของ MySQL ที่ใช้งานอยู่ใน server
    mysql_get_client_info() ใช้คืนค่า version ของ MySQL ที่ใช้งานอยู่ใน client
    mysql_get_host_info() ใช้คืนค่า host ที่ติดตั้ง MySQL
    mysql_info() ใช้คืนค่า ข้อมูลรายละเอียด เกี่ยวกับ query ล่าสุดที่ประมวลผลในฐานข้อมูล
  • function :
    mysql_connect ( server, username, password, new_link );

    return type :
    resource

    content :
    ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล ในลักษณะชั่วคราว คือจะยุติการเชื่อมต่อเมื่อสิ้นสุด script หรือพบคำสั่ง mysql_close()
    ข้อดีคือใช้ทรัพยากรน้อย ข้อเสียคือต้องเชื่อมต่อบ่อยซึ่งทำให้เสียเวลา ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าเชื่อมต่อไม่สำเร็จ )

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );

  • function :
    mysql_pconnect ( server, username, password );

    return type :
    resource

    content :
    ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล แบบถาวร คือจะยุติการเชื่อมต่อเมื่อมีการ restart mysql ใหม่เท่านั้น
    ข้อดีคือไม่ต้องเสียเวลาในการเชื่อมต่อบ่อย ข้อเสียคือใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าเชื่อมต่อไม่สำเร็จ )

    example :
    $conn = mysql_pconnect ( "localhost", "root", "1234" );

  • function :
    mysql_ping ( resource );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่ากำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลอยู่หรือไม่

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    if ( mysql_ping ( $conn ) )
    {
         $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    }

  • function :
    mysql_close ( resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ยกเลิกการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล โดยจะคืนค่า true กลับมาหากปิดการเชื่อมต่อสำเร็จ

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    if ( mysql_close ( $conn ) )
    {
         echo "disconnect database";
    }

  • function :
    mysql_create_db ( db_name, resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้สร้าง ฐานข้อมูล โดยจะคืนค่า true กลับมาถ้าสร้างสำเร็จ

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    if ( mysql_create_db ( "dblabcode", $conn ) )
    {
         echo "create database success";
    }

  • function :
    mysql_drop_db ( db_name, resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ลบ ฐานข้อมูล โดยจะคืนค่า true กลับมาถ้าสร้างสำเร็จ

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    if ( mysql_drop_db ( "dblabcode", $conn ) )
    {
         echo "drop database success";
    }

  • function :
    mysql_list_dbs ( resource );

    return type :
    result

    content :
    ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อของฐานข้อมูลทั้งหมด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_dbs ( $conn );

  • function :
    mysql_db_name ( result, row );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ชื่อของฐานข้อมูล จาก result ในตำแหน่งแถวที่กำหนด
    โดยจะคืนค่า false กลับมาถ้าหากว่าเกิดความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_dbs ( $conn );
    echo mysql_db_name ( $result, 0 );

  • function :
    mysql_list_tables ( db_name, resource );

    return type :
    result

    content :
    ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อของตารางทั้งหมด จากฐานข้อมูลที่กำหนด
    โดยจะคืนค่า false กลับมาถ้าหากว่าเกิดความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_tables ( "dblabcode", $conn );

  • function :
    mysql_tablename ( result, row );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ชื่อของตาราง จาก result ในตำแหน่งแถวที่กำหนด
    โดยจะคืนค่า false กลับมาถ้าหากว่าเกิดความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_tables ( "dblabcode", $conn );
    
    echo mysql_tablename ( $result, 0 );

  • function :
    mysql_select_db ( db_name, resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เลือก ฐานข้อมูล ที่จะใช้งาน โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    if ( ! mysql_select_db ( "dblabcode", $conn ) )
    {
         echo "not have database dblabcode";
    }

  • function :
    mysql_selectdb ( db_name, resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เลือก ฐานข้อมูล ที่จะใช้งาน โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    if ( ! mysql_select_db ( "dblabcode", $conn ) )
    {
         echo "not have database dblabcode";
    }

  • function :
    mysql_query ( sql, resource );

    return type :
    result, void

    content :
    ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูลที่ได้เลือกไว้

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    mysql_select_db ( "dblabcode", $conn );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_query ( $sql, $conn );

    comment :
    คำสั่ง SQL ได้แก่
    CREATE, INSERT, UPDATE, DELETE, DROP คำสั่งเหล่านี้จะคืนค่า void
    SELECT, SHOW, DESCRIBE, EXPLAIN คำสั่งเหล่านี้จะคืนค่า result

  • function :
    mysql_db_query ( db_name, sql, resource );

    return type :
    result, void

    content :
    ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูลที่ได้กำหนดไว้

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );

    comment :
    คำสั่ง SQL ได้แก่
    CREATE, INSERT, UPDATE, DELETE, DROP คำสั่งเหล่านี้จะคืนค่า void
    SELECT, SHOW, DESCRIBE, EXPLAIN คำสั่งเหล่านี้จะคืนค่า result

  • function :
    mysql_insert_id ( resource );

    return type :
    int

    content :
    ใช้ในการคืนค่า ค่าข้อมูล ของฟิลด์ที่เป็นแบบ auto_increment ของแถวใหม่ที่ได้เพิ่มเข้าไปโดยคำสั่ง INSERT ของ SQL 

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "INSERT INTO employee ( name, sex ) VALUES ( 'panda', 'woman' )";
    mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo "id of new row : " . mysql_insert_id ( $conn );

  • function :
    mysql_free_result ( result );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ในการคืนค่า หน่วยความจำ

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    mysql_free_result ( $result );

  • function :
    mysql_num_rows ( result );

    return type :
    int

    content :
    ใช้นับจำนวนแถวทั้งหมดของ result

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo "Total Record : " . mysql_num_rows ( $result );

  • function :
    mysql_num_fields ( result );

    return type :
    int

    content :
    ใช้นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดของ result

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo "Total Field : " . mysql_num_fields ( $result );

  • function :
    mysql_numfields ( result );

    return type :
    int

    content :
    ใช้นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดของ result

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo "Total Field : " . mysql_numfields ( $result );

  • function :
    mysql_affected_rows ( resource );

    return type :
    int

    content :
    ใช้นับจำนวนแถวที่ได้รับผลกระทบจากการประมวลผลคำสั่ง INSERT, UPDATE, DELETE ไปยังฐานข้อมูล

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "UPDATE employee SET sex = 'girl' WHERE sex = 'woman'";
    mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo "Affected Record : " . mysql_affected_rows ( $conn );

  • function :
    mysql_data_seek ( result, row );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้เลื่อน pointer ไปยังแถวที่กำหนดใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_assoc ( $result ) )
    {
         echo $record["name"] . "<br/>";
    }
    mysql_data_seek ( $result, 0 );

  • function :
    mysql_list_fields ( db_name, tb_name, resource );

    return type :
    result

    content :
    ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อฟิลด์ทั้งหมด ของตารางที่กำหนด ในฐานข้อมูลที่กำหนด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_fields ( "dblabcode", "employee", $conn );

  • function :
    mysql_field_seek ( result, column );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนดใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_fields ( "dblabcode", "employee", $conn );
    while ( $column = mysql_fetch_field ( $result ) )
    {
         echo $column->name . " " . $column->type . "<br/>";
    }
    mysql_field_seek ( $result, 0 );

  • function :
    mysql_fieldseek ( result, column );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนดใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_fields ( "dblabcode", "employee", $conn );
    while ( $column = mysql_fetch_field ( $result ) )
    {
         echo $column->name . " " . $column->type . "<br/>";
    }
    mysql_fieldseek ( $result, 0 );

  • function :
    mysql_field_table ( result, column );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ชื่อตาราง ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_field_table ( $result, 2 );

  • function :
    mysql_field_name ( result, column );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ชื่อคอลัมน์ที่กำหนด ใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_field_name ( $result, 2 );

  • function :
    mysql_field_type ( result, column );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ชนิดข้อมูล ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_field_type ( $result, 2 );

  • function :
    mysql_field_len ( result, column );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ขนาดข้อมูล ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_field_len ( $result, 2 );

  • function :
    mysql_field_flags ( result, column );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า รายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะ ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น
    เช่น not_null, primary_key, unique_key, multiple_key, blob, unsigned,
    zerofill, binary, enum, auto_increment, timestamp

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_field_flags ( $result, 2 );

  • function :
    mysql_result ( result, row, column );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ในแถวและคอลัมน์ที่กำหนด ของ result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_result ( $result, 0, 0 );

  • function :
    mysql_fetch_row ( result );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    โดย array ที่ได้มี key คอลัมน์ที่  โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_row ( $result ) )
    {
         echo $record[0] . " " . $record[1];
    }

  • function :
    mysql_fetch_array ( result, type );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    โดย array ที่ได้มี key คือคอลัมน์ที่หรือชื่อฟิลด์  โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_array ( $result ) )
    {
         echo $record["name"] . " " . $record[1];
    }

    comment :
    ถ้า type = MYSQL_ASSOC คือ key ต้องเป็นชื่อคอลัมน์เท่านั้น
    ถ้า type = MYSQL_NUM คือ key ต้องเป็นคอลัมน์ที่เท่านั้น
    ถ้า type = MYSQL_BOTH คือ key เป็นได้ทั้งชื่อคอลัมน์และคอลัมน์ที่ ( default )

  • function :
    mysql_fetch_assoc ( result );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    โดย array ที่ได้มี key คือชื่อฟิลด์  โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_assoc ( $result ) )
    {
         echo $record["name"] . " " . $record["position_name"];
    }

  • function :
    mysql_fetch_lengths ( result );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่า ขนาดของข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ แล้วเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    โดย array ที่ได้มี key คือคอลัมน์ที่ โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_lengths ( $result ) )
    {
         echo $record[0] . " " . $record[1];
    }

  • function :
    mysql_fetch_object ( result );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ object และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป
    โดย attribute ที่ได้คือชื่อฟิลด์  โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_object ( $result ) )
    {
         echo $record->name . " " . $record->position_name;
    }

  • function :
    mysql_fetch_field ( result, column );

    return type :
    object

    content :
    ใช้คืนค่า รายละเอียด ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result แล้วเก็บไว้ที่ object
    โดยมี property ได้แก่ name, table, def, max_length, type, not_null,
    primary_key, unique_key, multiple_key, numeric, blob, unsigned, zerofill

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_field ( $result ) )
    {
         echo $record->name . " " . $record->type . " " . $record->max_length;
    }

  • function :
    mysql_error ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ข้อความ แสดงความผิดพลาดล่าสุด ของการทำงานกับฐานข้อมูล
    ถ้าคืนค่า ว่างกลับมาแสดงว่าล่าสุดไม่มีความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_error ( $conn );

  • function :
    mysql_errno ( resource );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า รหัสของความผิดพลาดล่าสุด ของการทำงานกับฐานข้อมูล
    ถ้าคืนค่า 0 กลับมาแสดงว่าล่าสุดไม่มีความผิดพลาด

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_errno ( $conn );

  • function :
    mysql_list_processes ( resource );

    return type :
    result

    content :
    ใช้คืนค่า process ของ MySQL แบบ result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $result = mysql_list_processes ( $conn );
    while ( $record = mysql_fetch_assoc ( $result ) )
    {
         echo $record["Host"];
    }

    comment :
    ตัวแปร array ที่ได้มาแต่ละ record มี Key ได้แก่ Id, Host, db, Command, Time

  • function :
    mysql_stat ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า สถานะปัจจุบันของ MySQL โดยจะคืนค่า null ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_stat ( $conn );

  • function :
    mysql_thread_id ( resource );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า หมายเลข thread ปัจจุบัน ( ถ้าเชื่อมต่อใหม่ก็จะได้หมายเลขใหม่ )
    โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_thread_id ( $conn );

  • function :
    mysql_get_proto_info ( resource );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า version ของ protocol ที่ใช้กับ mysql
    โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_get_proto_info ( $conn );

  • function :
    mysql_get_server_info ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า version ของ MySQL ที่ใช้งานอยู่ใน server
    โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_get_server_info ( $conn );

  • function :
    mysql_get_client_info ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า version ของ MySQL ที่ใช้งานอยู่ใน client
    โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_get_client_info ( $conn );

  • function :
    mysql_get_host_info ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า host ที่ติดตั้ง MySQL โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    echo mysql_get_host_info ( $conn );

  • function :
    mysql_info ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่า ข้อมูลรายละเอียด เกี่ยวกับ query ล่าสุดที่ประมวลผลในฐานข้อมูล
    โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น

    example :
    $conn = mysql_connect ( "localhost", "root", "1234" );
    $sql = "SELECT * FROM employee INNER JOIN position ON employee.position_id = position.id";
    $result = mysql_db_query ( "dblabcode", $sql, $conn );
    echo mysql_info ( $conn );

 
Share This Chapter Login with Facebook