PHP Math Function : สอน function ของ Math Function, เรียน function ของ Math Function
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • is_nan() ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่เป็นชนิดตัวเลขใช่หรือไม่
    is_finite() ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลมีขอบเขตจำกัดใช่หรือไม่
    is_infinite() ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลมีขอบเขตไม่จำกัดใช่หรือไม่
    pi() คืนค่า pi คือ 3.14159265359
    abs() ใช้หาค่าสัมบูรณ์
    sqrt() ใช้หาค่ารากที่ 2
    pow() ใช้หาค่ายกกำลัง
    exp() ใช้หาค่า e ยกกำลัง number
    fmod() ใช้หาค่าเศษที่เหลือจากการหาร
    round() ใช้ปัดเศษทศนิยม ถ้าน้อยกว่า 4 จะปัดลง และถ้ามากกว่าหรือเท่ากับ 5 จะปัดขึ้น
    ceil() ใช้ปัดเศษทศนิยมให้มีค่ามากขึ้น
    floor() ใช้ปัดเศษทศนิยมให้มีค่าน้อยลง
    min( array ) ใช้หาค่าที่น้อยที่สุดใน array
    min() ใช้หาค่าที่น้อยที่สุดในจากตัวเลขที่กำหนด
    max ( array ); ใช้หาค่าที่มากที่สุดใน array
    max() ใช้หาค่าที่มากที่สุดในจากตัวเลขที่กำหนด
    log() ใช้หาค่า ล็อกการิทึมธรรมชาติ
    log10() ใช้หาค่า ล็อกการิทึมฐานสิบ
    sin() ใช้หาค่ามุมของ sine ( มุม radian )
    sinh() ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic sine
    asin() ใช้หาค่ามุมกลับของ sine
    cos() ใช้หาค่ามุมของ cosine ( มุม radian )
    cosh() ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic cosine
    acos() ใช้หาค่ามุมกลับของ cosine
    tan() ใช้หาค่ามุมของ tangent ( มุม radian )
    tanh() ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic tangent
    atan() ใช้หาค่ามุมกลับของ tangent
    atan2() ใช้หาค่ามุมของ atan2 ( number1 / number2 )
    rad2deg() ใช้แปลงมุมองศาเรเดียน เป็นองศาดีกรี
    deg2rad() ใช้แปลงมุมองศาดีกรี เป็นองศาเรเดียน
    rand() ใช้สุ่มเลข ระหว่าง 0 ถึง 1 ( หรือระหว่าง min ถึง max )
    lcg_value() ใช้สุ่มเลขระหว่าง 0 ถึง 1 โดยการสุ่มแต่ละครั้งจะไม่มีการได้ค่าที่ซ้ำกัน
  • function :
    is_nan ( number );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่เป็นชนิดตัวเลขใช่หรือไม่
    ( nan ย่อมาจาก not a number )

    example :
    if ( is_nan ( 100 ) )
    {
         echo "not a number";
    }

  • function :
    is_finite ( number );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลมีขอบเขตจำกัดใช่หรือไม่

    example :
    if ( is_finite ( log(0) ) )
    {
         echo "this number is limit";
    }

  • function :
    is_infinite ( number );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลมีขอบเขตไม่จำกัดใช่หรือไม่

    example :
    if ( is_infinite ( log(0) ) )
    {
         echo "this number is not limit";
    }

  • function :
    pi ();

    return type :
    double

    content :
    คืนค่า pi คือ 3.14159265359

    example :
    echo pi();

  • function :
    abs ( number );

    return type :
    int

    content :
    ใช้หาค่าสัมบูรณ์

    example :
    echo abs ( -10.5 );

  • function :
    sqrt ( number );

    return type :
    float 

    content :
    ใช้หาค่ารากที่ 2

    example :
    echo sqrt ( 100 );

  • function :
    pow ( base, exp );

    return type :
    float 

    content :
    ใช้หาค่ายกกำลัง

    example :
    echo pow ( 2, 3 );

  • function :
    exp ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่า e ยกกำลัง number

    example :
    echo exp ( 3 );

  • function :
    fmod ( number1, number2 );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่าเศษที่เหลือจากการหาร
    มีผลเหมือนกับ number1 / number2

    example :
    echo fmod ( 5, 3 );

  • function :
    round ( number );

    return type :
    double

    content :
    ใช้ปัดเศษทศนิยม ถ้าน้อยกว่า 4 จะปัดลง และถ้ามากกว่าหรือเท่ากับ 5 จะปัดขึ้น

    example :
    echo round ( 2.4 );

  • function :
    ceil ( number );

    return type :
    int

    content :
    ใช้ปัดเศษทศนิยมให้มีค่ามากขึ้น

    example :
    echo ceil ( 2.1 );

  • function :
    floor ( number );

    return type :
    int

    content :
    ใช้ปัดเศษทศนิยมให้มีค่าน้อยลง

    example :
    echo floor ( 2.9 );

  • function :
    min ( array_number );

    return type :
    string

    content :
    ใช้หาค่าที่น้อยที่สุดใน array

    example :
    $arr = array ( "A", "B", "b", "a" );
    echo min ( $arr );

    comment :
    ถ้าเป็นตัวอักษรจะเทียบตามรหัส ascii

  • function :
    min ( number1, number2, .., numbern );

    return type :
    string

    content :
    ใช้หาค่าที่น้อยที่สุดในจากตัวเลขที่กำหนด

    example :
    echo min ( "A", "B", "b", "a" );

    comment :
    ถ้าเป็นตัวอักษรจะเทียบตามรหัส ascii

  • function :
    max ( array_number );

    return type :
    string

    content :
    ใช้หาค่าที่มากที่สุดใน array

    example :
    $arr = array ( "A", "B", "b", "a" );
    echo max ( $arr );

    comment :
    ถ้าเป็นตัวอักษรจะเทียบตามรหัส ascii

  • function :
    max ( number1, number2, .., numbern );

    return type :
    string

    content :
    ใช้หาค่าที่มากที่สุดในจากตัวเลขที่กำหนด

    example :
    echo max ( "A", "B", "b", "a" );

    comment :
    ถ้าเป็นตัวอักษรจะเทียบตามรหัส ascii

  • function :
    log ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่า ล็อกการิทึมธรรมชาติ

    example :
    echo log ( 1 );

  • function :
    log10 ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่า ล็อกการิทึมฐานสิบ

    example :
    echo log10 ( 1 );

  • function :
    sin ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ sine ( มุม radian )

    example :
    echo sin ( 1 );

  • function :
    sinh ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic sine

    example :
    echo sinh ( 0 );

  • function :
    asin ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมกลับของ sine

    example :
    echo asin ( 0.25 );

  • function :
    cos ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ cosine ( มุม radian )

    example :
    echo cos ( 1 );

  • function :
    cosh ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic cosine

    example :
    echo cosh ( 0 );

  • function :
    acos ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมกลับของ cosine

    example :
    echo acos ( 0.75 );

  • function :
    tan ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ tangent ( มุม radian )

    example :
    echo tan ( 1 );

  • function :
    tanh ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic tangent

    example :
    echo tanh ( -0.50 );

  • function :
    atan ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมกลับของ tangent

    example :
    echo atan ( -1 );

  • function :
    atan2 ( number1, number2 );

    return type :
    float

    content :
    ใช้หาค่ามุมของ atan2 ( number1 / number2 )

    example :
    echo atan2 ( 3, 7 );

  • function :
    rad2deg ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้แปลงมุมองศาเรเดียน เป็นองศาดีกรี

    example :
    echo rad2deg ( M_PI_4 );

  • function :
    deg2rad ( number );

    return type :
    float

    content :
    ใช้แปลงมุมองศาดีกรี เป็นองศาเรเดียน

    example :
    echo deg2rad ( 45 );

  • function :
    rand ( min, max );

    return type :
    float

    content :
    ใช้สุ่มเลข ระหว่าง 0 ถึง 1 ( หรือระหว่าง min ถึง max )

    example :
    echo rand();
    echo rand( 1, 50 );

  • function :
    lcg_value ();

    return type :
    float

    content :
    ใช้สุ่มเลขระหว่าง 0 ถึง 1 โดยการสุ่มแต่ละครั้งจะไม่มีการได้ค่าที่ซ้ำกัน

    example :
    echo lcg_value();

 
Share This Chapter Login with Facebook