-
-
-
-
function:fopen ( filename, mode, include_path, resource );
return type:resource
content:ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา
( ถ้าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้จะคืนค่า false กลับมา )
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "w" );
comment:ถ้า mode = r คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = r+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = w คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และกำหนดบนขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = w+ คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนและอ่าน และกำหนดขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = a คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
ถ้า mode = a+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
ถ้า mode = x คือสร้างและเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = x+ คือสร้างและและเปิดไฟล์เพื่ออ่านเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า include_path = 1 คือใช้ path เดียวกับที่โปรแกรมใช้
-
function:fsockopen ( filename, mode );
return type:resource
content:ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา
( ถ้าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้จะคืนค่า false กลับมา )
example:$fp = fsockopen ( "bamboo.txt", "w" );
comment:ถ้า mode = r คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = r+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = w คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และกำหนดบนขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = w+ คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนและอ่าน และกำหนดขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = a คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
ถ้า mode = a+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
ถ้า mode = x คือสร้างและเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = x+ คือสร้างและและเปิดไฟล์เพื่ออ่านเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
-
function:popen ( command, mode );
return type:resource
content:ใช้เปิดไฟล์แบบ pipe โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลัลมา
( ถ้าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้จะคืนค่า false กลับมา )
example:$filename = popen ( "dif", "r" );
comment:ตัวแปร command คือคำสั่งของ cmd
ถ้า mode = r คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = r+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = w คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และกำหนดบนขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = w+ คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนและอ่าน และกำหนดขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = a คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
ถ้า mode = a+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
ถ้า mode = x คือสร้างและเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
ถ้า mode = x+ คือสร้างและและเปิดไฟล์เพื่ออ่านเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
-
function:fclose ( resource );
return type:boolean, void
content:ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "w" );
if ( fclose ( $fp ) )
{
echo "close file success";
}
-
function:fsockclose ( resource );
return type:boolean, void
content:ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fsockopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ
example:$fp = fsockopen ( "bamboo.txt", "w" );
if ( fsockclose ( $fp ) )
{
echo "close file success";
}
-
function:pclose ( resource );
return type:boolean, void
content:ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดด้วย popen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ
example:$filename = popen ( "dir", "r" );
if ( pclose ( $filename ) )
{
echo "close file success";
}
-
function:clearstatcache ();
return type:void
content:ใช้ยกเลิกไฟล์ cache ที่อยู่ใน harddisk
example:
comment:cache เป็นการเก็บข้อมูลที่มีการใช้งานแล้วไว้ใน harddisk และเมื่อมีการเรียกใช้งานไฟล์เดิมอีกครั้ง
แทนที่โปรแกรมจะเรียกใช้ไฟล์ต้นฉบับมาประมวลผลใหม่ แต่โปรแกรมจะค้นหาว่าไฟล์ cache นั้นมีอยู่จริงหรือไม่
ถ้ามีจะเรียกใช้งานทันที ข้อดีคือจะมีการแสดงผลที่รวดเร็ว เพราะไม่ต้องประมวลผลซ้ำ และข้อเสียคือถ้ามีการปรับปรุง
ข้อมูลแล้ว ไฟล์ cache นั้นก็จะล้าหลัง
-
function:copy ( source, destination );
return type:boolean, void
content:ใช้คัดลอกไฟล์
example:if ( copy ( "bamboo.txt", "panda.txt" ) )
{
echo "copy file success";
}
-
function:rename ( oldname, newname, resource );
return type:boolean, void
content:ใช้เปลี่ยนชื่อไฟล์
example:if ( rename ( "bamboo.txt", "panda.txt" ) )
{
echo "rename file success";
}
-
function:delete ( filename );
return type:boolean, void
content:ใช้ลบไฟล์
example:if ( delete ( "bamboo.txt" ) )
{
echo "delete file success";
}
-
function:unlink ( filename, resource );
return type:boolean, void
content:ใช้ลบไฟล์
example:if ( unlink ( "bamboo.txt" ) )
{
echo "unlink file success";
}
-
function:stat ( filename );
return type:array
content:ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array
example:print_r ( stat ( "bamboo.txt" ) );print_r ( stat ( "bamboo.txt" ) );
comment:ตัวแปร array ที่คืนค่ามาจะมี key ดังนี้
dev [ 0 ] แสดงหมายเลขประจำอุปกรณ์ต่างๆ
ino [ 1 ] แสดงหมายเลขรหัสประจำไฟล์
mode [ 2 ] แสดงหมายเลข permission
nlink [ 3 ] แสดงจำนวนลิงค์
uid [ 4 ] แสดงหมายเลขประจำตัวเจ้าของไฟล์
gid [ 5 ] แสดงหมายเลขประจำกลุ่มเจ้าของไฟล์
rdev [ 6 ] แสดงหมายเลขประจำประเภทอุปกรณ์
size [ 7 ] แสดงขนาดของไฟล์ หน่วย byte
atime [ 8 ] แสดงเวลาการใช้งานครั้งล่าสุด แบบ timestamp
mtime [ 9 ] แสดงเวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุด แบบ timestamp
ctime [ 10 ] แสดงเวลาการสร้างไฟล์ แบบ timestamp
blksize [ 11 ] แสดงขนาดบล็อกของ file system
blocks [ 12 ] แสดงจำนวนของบล็อกของไฟล์
-
function:fstat ( resource )
return type:array
content:ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
print_r ( $fp );
comment:ตัวแปร array ที่คืนค่ามาจะมี key ดังนี้
dev [ 0 ] แสดงหมายเลขประจำอุปกรณ์ต่างๆ
ino [ 1 ] แสดงหมายเลขรหัสประจำไฟล์
mode [ 2 ] แสดงหมายเลข permission
nlink [ 3 ] แสดงจำนวนลิงค์
uid [ 4 ] แสดงหมายเลขประจำตัวเจ้าของไฟล์
gid [ 5 ] แสดงหมายเลขประจำกลุ่มเจ้าของไฟล์
rdev [ 6 ] แสดงหมายเลขประจำประเภทอุปกรณ์
size [ 7 ] แสดงขนาดของไฟล์ หน่วย byte
atime [ 8 ] แสดงเวลาการใช้งานครั้งล่าสุด แบบ timestamp
mtime [ 9 ] แสดงเวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุด แบบ timestamp
ctime [ 10 ] แสดงเวลาการสร้างไฟล์ แบบ timestamp
blksize [ 11 ] แสดงขนาดบล็อกของ file system
blocks [ 12 ] แสดงจำนวนของบล็อกของไฟล์
-
function:filetype ( filename );
return type:string
content:ใช้คืนค่าประเภทของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo filetype ( "bamboo.txt" );
comment:ประเภทของไฟล์ได้แก่ block, char, dir, fifo, file, link, unknown
-
function:fileinode ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า หมายเลขรหัสประจำไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo fileinode ( "bamboo.txt" );
-
function:fileperms ( filename );
return type:int
content:ใช้คืน หมายเลข permission ของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo fileperms ( "bamboo.txt" );
-
function:fileowner ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า หมายเลขประจำเจ้าของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
( เจ้าของไฟล์คือผู้สร้างไฟล์ )
example:echo fileowner ( "bamboo.txt" );
-
function:filesize ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า ขนาดของไฟล์ หน่วย byte ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo filesize ( "bamboo.txt" );
-
function:fileatime ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า เวลาการใช้งานครั้งล่าสุดของไฟล์ แบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo fileatime ( "bamboo.txt" );
-
function:filemtime ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า เวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุดแบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo filemtime ( "bamboo.txt" );
-
function:filectime ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า เวลาในการสร้างไฟล์แบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo filectime ( "bamboo.txt" );
-
function:filegroup ( filename );
return type:int
content:ใช้คืนค่า หมายเลขประจำกลุ่มของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo filegroup ( "bamboo.txt" );
-
function:chgrp ( filename, new_group );
return type:boolean, void
content:ใช้เปลี่ยนกลุ่มของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo filegroup ( "bamboo.txt" );
if ( chgrp ( "bamboo.txt", "12" ) )
{
echo "New Group :: " . filegroup ( "bamboo.txt" );
}
-
function:chown ( filename, new_owner );
return type:boolean, void
content:ใช้เปลี่ยนเจ้าของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:echo fileowner ( "bamboo.txt" );
if ( chown ( "bamboo.txt", "1123" ) )
{
echo "New Owner :: " . fileowner ( "bamboo.txt" );
}
-
function:chmod ( filename, mode );
return type:boolean, void
content:ใช้เปลี่ยน mode ของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
example:if ( chmod ( "bamboo.txt", 0755 ) )
{
echo "change mode success";
}
comment:ค่าของตัวแปร mode ต้องเป็นรูปแบบเลขฐาน 8 เท่านั้น
-
function:disk_total_space ( directory );
return type:float
content:ใช้คืนค่า ขนาดของ disk หน่วย byte
example:echo disk_total_space ( "c:" );
-
function:disk_free_space ( directory );
return type:float
content:ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte
example:echo disk_free_space ( "c:" );
-
function:diskfreespace ( directory );
return type:float
content:ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte
example:echo diskfreespace ( "c:" );
-
function:fgetc ( resource );
return type:string
content:ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละตัวอักษร และเลื่อน pointer ไปยังตัวถัดไป
โดยจะคืนค่า false เมื่อถึงจุด EOF หรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
while ( ! feof ( $fp ) )
{
echo fgetc ( $fp );
}
fclose ( $fp );
-
function:fgets ( resource, length );
return type:string
content:ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป
โดยจะคืนค่า false เมื่อถึงจุด EOF หรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
while ( ! feof ( $fp ) )
{
echo fgets ( $fp );
}
fclose ( $fp );
comment:ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรที่จะอ่านในแต่ละบรรทัด
ถ้า length น้อยกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีข้อมูลก็จะอ่านบรรทัดนั้นๆหลายรอบ
ถ้า length มากกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีก็จะอ่านแค่หมดบรรทัด
-
function:fgetss ( resource, length, tags );
return type:string
content:ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป
โดยจะมีการตัด tag html ออกไปทั้งหมด
โดยจะคืนค่า false เมื่อถึงจุด EOF หรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
while ( ! feof ( $fp ) )
{
echo fgetss ( $fp, 4096, "<b><small>" );
}
fclose ( $fp );
comment:ตัวแปร tags ใช้กำหนด tag html ที่ไม่ต้องการให้ตัดทิ้ง
ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรที่จะอ่านในแต่ละบรรทัด
ถ้า length น้อยกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีข้อมูลก็จะอ่านบรรทัดนั้นๆหลายรอบ
ถ้า length มากกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีก็จะอ่านแค่หมดบรรทัด
-
function:fread ( resource, length );
return type:string
content:ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ ตามความยาวของตัวอักษรที่กำหนด
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
echo fread ( $fp, filesize ( $fp ) );
fclose ( $fp );
-
function:fpassthru ( resource );
return type:int, void
content:ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผลบน browser ทันที
โดยจะคืนค่าขนาดของไฟล์ หรือคืนค่า false ถ้าอ่านไฟล์ได้ไม่หมด
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
fpassthru ( $fp );
-
function:readfile ( filename, include_path, resource );
return type:int, void
content:ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผล browser ทันที
โดยจะคืนค่าขนาดของไฟล์ หรือคืนค่า false ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น
example:readfile ( "bamboo.txt" );
-
function:file ( filename, include_path, resource );
return type:array
content:ใช้คืนค่าข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด แล้วเก็บไว้ที่ array โดยแต่ละ key ของ array
จะเก็บข้อมูลแต่ละบรรทัดจากไฟล์ โดยจะคืนค่า false ถ้าไม่สามารถอ่านไฟล์ได้
example:$data = file ( "bamboo.txt" );
$count = count ( $data );
for ( $i=0; $i<$count; $i++ )
{
echo $data[$i];
}
-
function:fwrite ( resource, string, length );
return type:int, void
content:ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์
โดยจะคืนค่าจำนวนตัวอักษรที่เขียนลงไป หรือคืนค่า false ถ้าไม่สามารถเขียนข้อมูลได้
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "w+" );
fwrite ( $fp, "bamboolabcode", 6 );
flose ( $fp );
comment:ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรมากสุดที่สามารถเขียนลงไปได้
-
function:fputs ( resource, string, length );
return type:int, void
content:ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์
โดยจะคืนค่าจำนวนตัวอักษรที่เขียนลงไป หรือคืนค่า false ถ้าไม่สามารถเขียนข้อมูลได้
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "w+" );
fputs ( $fp, "bamboolabcode", 6 );
flose ( $fp );
comment:ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรมากสุดที่สามารถเขียนลงไปได้
-
function:flock ( resource, flags, block );
return type:boolean, void
content:ใช้ล็อคไฟล์ที่ถูกเปิดด้วย fopen() โดยไม่สามารถใช้ได้ในเครือข่าย NFS และระบบไฟล์แบบ FAT
โดยจะคืนค่า true ถ้าหากสามารถล็อกไฟล์ได้ และคืนค่า false ถ้าหากไม่สามารถล็อกไฟล์ได้
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "w+" );
if ( flock ( $fp, LOCK_EX ) )
{
fwrite ( $fp, "bamboolabcode" );
flock ( $fp, LOCK_UN );
}
comment:lock ไฟล์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ทำงานไฟล์เดียวได้พร้อมกันหลายคน
ถ้า flags = LOCK_SH หรือ 1 คือล็อกไฟล์เพื่ออ่าน
ถ้า flags = LOCK_EX หรือ 2 คือล็อกไฟล์เพื่อเขียน
ถ้า flags = LOCK_UN หรือ 3 คือยกเลิกการล็อกไฟล์
ถ้า flags = LOCK_NB หรือ 4 คือ
-
function:feof ( resource );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า pointer ชี้ไปยังตำแหน่งสุดท้ายของไฟล์แล้วใช่หรือไม่
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
if ( feof ( $fp ) )
{
echo "empty file";
}
-
function:ftell ( resource );
return type:int
content:ใช้คืนค่าตำแหน่ง pointer ภายในไฟล์ โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
echo ftell ( $fp );
comment:ไม่สามารถใช้ได้กับการเปิดไฟล์แบบ mode = a
-
function:rewind ( resource );
return type:boolean, void
content:ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ให้ไปอยู่จุดเริ่มต้นไฟล์
โดยจะคืนค่า true ถ้าเปลี่ยนสำเร็จ หรือคืนค่า false ถ้าเปลี่ยนไม่สำเร็จ
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
echo fgets ( $fp );
if ( rewind ( $fp ) )
{
echo "in start of file";
}
-
function:fseek ( resource, new_position, flags );
return type:int, void
content:ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ไปยังตำแหน่งที่กำหนด
โดยจะคืนค่า true ถ้าเปลี่ยนสำเร็จ และจะคืนค่า false ถ้าเปลี่ยนไม่สำเร็จ
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
if ( fseek ( $fp, -10, SEEK_END ) )
{
echo "seek success";
}
comment:ถ้า flags = SEEK_SET ให้ pointer อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด ( default )
ถ้า flags = SEEK_CUR ให้ pointer อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน บวกกับ ตำแหน่งที่กำหนด
ถ้า flags = SEEK_END ให้ pointer อยู่ในตำแหน่ง EOF ลบกับตำแหน่งที่กำหนด
-
function:tempnam ( directory, perfix );
return type:string
content:ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว โดยชื่อไฟล์ที่ได้คือ prefix + ตัวเลข
โดยจะคืนค่า ชื่อไฟล์ที่ได้ หรือคืนค่า false ถ้าหากว่าไม่สามารถสร้างไฟล์ชั่วคราวได้
example:echo tempnam ( "/temp", "temp_file" );
comment:ตัวแปร directory คือสร้างที่อยู่ที่เก็บไฟล์ชั่วคราวนั้น
-
function:tmpfile ();
return type:resource
content:ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว แบบอ่านและเขียนได้ ( w+ ) และจะถูกลบออกไปเมื่อมีการปิดไฟล์
example:$tmp = tmpfile();
fwrite ( $tmp, "bamboolabcode" );
rewind ( $tmp );
echo fread ( $tmp, filesize ( $tmp ) );
fclose ( $tmp );
-
function:is_resource ( variable );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรที่กำหนด เป็นประเภท resource ใช่หรือไม่
example:$fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
if ( is_resource ( $fp ) )
{
echo "variable is resource";
}
-
function:is_file ( filename );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่าไฟล์ที่กำหนดเป็น regular file หรือไม่
example:if ( is_file ( "bamboo.txt" ) )
{
echo "file is regular file";
}
comment:ไฟล์ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ เรียกว่า regular file
ไฟล์ที่ใช้จัดเก็บไฟล์อื่นๆเรียกว่า directory
-
function:is_readable ( filename );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถอ่านได้หรือไม่
example:if ( is_readable ( "bamboo.txt" ) )
{
echo "file can readable";
}
-
function:is_writable ( filename );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่
example:if ( is_writable ( "bamboo.txt" ) )
{
echo "file can write able";
}
-
function:is_writeable ( filename );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่
example:if ( is_writeable ( "bamboo.txt" ) )
{
echo "file can write able";
}
-
function:is_executable ( filename );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนด สามารถ execute ได้หรือไม่
example:if ( is_executable ( "bamboo.exe" ) )
{
echo "file can execute";
}
-
function:file_exists ( filename );
return type:boolean
content:ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดมีอยู่จริง ใช่หรือไม่
example:if ( file_exists ( "/model/bamboo.txt" ) )
{
echo "file exists";
}