PHP File System Function : สอน function ของ File System Function, เรียน function ของ File System Function
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • fopen() ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา
    fsockopen() ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา
    popen() ใช้เปิดไฟล์แบบ pipe โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลัลมา
    fclose() ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ
    fsockclose() ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fsockopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ
    pclose() ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดด้วย popen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ
    clearstatcache() ใช้ยกเลิกไฟล์ cache ที่อยู่ใน harddisk
    copy() ใช้คัดลอกไฟล์
    rename() ใช้เปลี่ยนชื่อไฟล์
    delete() ใช้ลบไฟล์
    unlink() ใช้ลบไฟล์
    stat() ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array
    fstat() ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array
    filetype() ใช้คืนค่าประเภทของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
    fileinode() ใช้คืนค่า หมายเลขรหัสประจำไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
    fileperms() ใช้คืน หมายเลข permission ของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
    fileowner() ใช้คืนค่า หมายเลขประจำเจ้าของไฟล์
    filesize() ใช้คืนค่า ขนาดของไฟล์ หน่วย byte
    fileatime() ใช้คืนค่า เวลาการใช้งานครั้งล่าสุดของไฟล์ แบบ timestamp
    filemtime() ใช้คืนค่า เวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุดแบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
    filectime() ใช้คืนค่า เวลาในการสร้างไฟล์แบบ timestamp
    filegroup() ใช้คืนค่า หมายเลขประจำกลุ่มของไฟล์
    chgrp() ใช้เปลี่ยนกลุ่มของไฟล์
    chown() ใช้เปลี่ยนเจ้าของไฟล์
    chmod() ใช้เปลี่ยน mode ของไฟล์
    disk_total_space() ใช้คืนค่า ขนาดของ disk หน่วย byte
    disk_free_space() ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte
    diskfreespace() ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte
    fgetc() ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละตัวอักษร และเลื่อน pointer ไปยังตัวถัดไป
    fgets() ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป
    fgetss() ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป
    fread() ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ ตามความยาวของตัวอักษรที่กำหนด
    fpassthru() ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผลบน browser ทันที
    readfile() ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผล browser ทันที
    file() ใช้คืนค่าข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด แล้วเก็บไว้ที่ array โดยแต่ละ key ของ array จะเก็บข้อมูลแต่ละบรรทัดจากไฟล์
    fwrite() ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์
    fputs() ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์
    flock() ใช้ล็อคไฟล์ที่ถูกเปิดด้วย fopen() โดยไม่สามารถใช้ได้ในเครือข่าย NFS และระบบไฟล์แบบ FAT
    feof() ใช้ตรวจสอบว่า pointer ชี้ไปยังตำแหน่งสุดท้ายของไฟล์แล้วใช่หรือไม่
    ftell() ใช้คืนค่าตำแหน่ง pointer ภายในไฟล์ โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด
    rewind() ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ให้ไปอยู่จุดเริ่มต้นไฟล์
    fseek() ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ไปยังตำแหน่งที่กำหนด
    tempnam() ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว
    tmpfile() ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว แบบอ่านและเขียนได้ ( w+ ) และจะถูกลบออกไปเมื่อมีการปิดไฟล์
    is_resource() ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรที่กำหนด เป็นประเภท resource ใช่หรือไม่
    is_file() ใช้ตรวจสอบว่าไฟล์ที่กำหนดเป็น regular file หรือไม่
    is_readable() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถอ่านได้หรือไม่
    is_writable() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่
    is_writeable() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่
    is_executable() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนด สามารถ execute ได้หรือไม่
    file_exists() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดมีอยู่จริง ใช่หรือไม่
  • function :
    fopen ( filename, mode, include_path, resource );

    return type :
    resource

    content :
    ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา
    ( ถ้าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้จะคืนค่า false กลับมา )

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "w" );

    comment :
    ถ้า mode = r คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = r+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = w คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และกำหนดบนขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = w+ คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนและอ่าน และกำหนดขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = a คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
    ถ้า mode = a+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
    ถ้า mode = x คือสร้างและเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = x+ คือสร้างและและเปิดไฟล์เพื่ออ่านเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    
    ถ้า include_path = 1 คือใช้ path เดียวกับที่โปรแกรมใช้

  • function :
    fsockopen ( filename, mode );

    return type :
    resource

    content :
    ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา
    ( ถ้าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้จะคืนค่า false กลับมา )

    example :
    $fp = fsockopen ( "bamboo.txt", "w" );

    comment :
    ถ้า mode = r คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = r+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = w คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และกำหนดบนขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = w+ คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนและอ่าน และกำหนดขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = a คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
    ถ้า mode = a+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
    ถ้า mode = x คือสร้างและเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = x+ คือสร้างและและเปิดไฟล์เพื่ออ่านเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )

  • function :
    popen ( command, mode );

    return type :
    resource

    content :
    ใช้เปิดไฟล์แบบ pipe โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลัลมา
    ( ถ้าไม่สามารถเปิดไฟล์ได้จะคืนค่า false กลับมา )

    example :
    $filename = popen ( "dif", "r" );

    comment :
    ตัวแปร command คือคำสั่งของ cmd
    
    ถ้า mode = r คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = r+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = w คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และกำหนดบนขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = w+ คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนและอ่าน และกำหนดขนาดของไฟล์เป็น 0 byte ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = a คือเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
    ถ้า mode = a+ คือเปิดไฟล์เพื่ออ่านและเขียน และถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างขึ้นใหม่ ( pointer อยู่ท้ายไฟล์ )
    ถ้า mode = x คือสร้างและเปิดไฟล์เพื่อเขียนอย่างเดียว ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )
    ถ้า mode = x+ คือสร้างและและเปิดไฟล์เพื่ออ่านเขียน ( pointer อยู่ต้นไฟล์ )

  • function :
    fclose ( resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "w" );
    if ( fclose ( $fp ) )
    {
         echo "close file success";
    }

  • function :
    fsockclose ( resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fsockopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ

    example :
    $fp = fsockopen ( "bamboo.txt", "w" );
    if ( fsockclose ( $fp ) )
    {
         echo "close file success";
    }

  • function :
    pclose ( resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดด้วย popen()  โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ

    example :
    $filename = popen ( "dir", "r" );
    if ( pclose ( $filename ) )
    {
         echo "close file success";
    }

  • function :
    clearstatcache ();

    return type :
    void

    content :
    ใช้ยกเลิกไฟล์ cache ที่อยู่ใน harddisk

    example :

    comment :
    cache เป็นการเก็บข้อมูลที่มีการใช้งานแล้วไว้ใน harddisk และเมื่อมีการเรียกใช้งานไฟล์เดิมอีกครั้ง
    แทนที่โปรแกรมจะเรียกใช้ไฟล์ต้นฉบับมาประมวลผลใหม่ แต่โปรแกรมจะค้นหาว่าไฟล์ cache นั้นมีอยู่จริงหรือไม่
    ถ้ามีจะเรียกใช้งานทันที ข้อดีคือจะมีการแสดงผลที่รวดเร็ว เพราะไม่ต้องประมวลผลซ้ำ และข้อเสียคือถ้ามีการปรับปรุง
    ข้อมูลแล้ว ไฟล์ cache นั้นก็จะล้าหลัง

  • function :
    copy ( source, destination );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้คัดลอกไฟล์ 

    example :
    if ( copy ( "bamboo.txt", "panda.txt" ) )
    {
         echo "copy file success";
    }

  • function :
    rename ( oldname, newname, resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เปลี่ยนชื่อไฟล์

    example :
    if ( rename ( "bamboo.txt", "panda.txt" ) )
    {
         echo "rename file success";
    }

  • function :
    delete ( filename );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ลบไฟล์

    example :
    if ( delete ( "bamboo.txt" ) )
    {
         echo "delete file success";
    }

  • function :
    unlink ( filename, resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ลบไฟล์

    example :
    if ( unlink ( "bamboo.txt" ) )
    {
         echo "unlink file success";
    }

  • function :
    stat ( filename );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array

    example :
    print_r ( stat ( "bamboo.txt" ) );print_r ( stat ( "bamboo.txt" ) );

    comment :
    ตัวแปร array ที่คืนค่ามาจะมี key ดังนี้
    dev [ 0 ] แสดงหมายเลขประจำอุปกรณ์ต่างๆ
    ino [ 1 ] แสดงหมายเลขรหัสประจำไฟล์
    mode [ 2 ] แสดงหมายเลข permission
    nlink [ 3 ] แสดงจำนวนลิงค์
    uid [ 4 ] แสดงหมายเลขประจำตัวเจ้าของไฟล์
    gid [ 5 ] แสดงหมายเลขประจำกลุ่มเจ้าของไฟล์
    rdev [ 6 ] แสดงหมายเลขประจำประเภทอุปกรณ์
    size [ 7 ] แสดงขนาดของไฟล์ หน่วย byte
    atime [ 8 ] แสดงเวลาการใช้งานครั้งล่าสุด แบบ timestamp
    mtime [ 9 ] แสดงเวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุด แบบ timestamp
    ctime [ 10 ] แสดงเวลาการสร้างไฟล์ แบบ timestamp
    blksize [ 11 ] แสดงขนาดบล็อกของ file system
    blocks [ 12 ] แสดงจำนวนของบล็อกของไฟล์

  • function :
    fstat ( resource )

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    print_r ( $fp );

    comment :
    ตัวแปร array ที่คืนค่ามาจะมี key ดังนี้
    dev [ 0 ] แสดงหมายเลขประจำอุปกรณ์ต่างๆ
    ino [ 1 ] แสดงหมายเลขรหัสประจำไฟล์
    mode [ 2 ] แสดงหมายเลข permission
    nlink [ 3 ] แสดงจำนวนลิงค์
    uid [ 4 ] แสดงหมายเลขประจำตัวเจ้าของไฟล์
    gid [ 5 ] แสดงหมายเลขประจำกลุ่มเจ้าของไฟล์
    rdev [ 6 ] แสดงหมายเลขประจำประเภทอุปกรณ์
    size [ 7 ] แสดงขนาดของไฟล์ หน่วย byte
    atime [ 8 ] แสดงเวลาการใช้งานครั้งล่าสุด แบบ timestamp
    mtime [ 9 ] แสดงเวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุด แบบ timestamp
    ctime [ 10 ] แสดงเวลาการสร้างไฟล์ แบบ timestamp
    blksize [ 11 ] แสดงขนาดบล็อกของ file system
    blocks [ 12 ] แสดงจำนวนของบล็อกของไฟล์

  • function :
    filetype ( filename );

    return type :
    string

    content :
    ใช้คืนค่าประเภทของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo filetype ( "bamboo.txt" );

    comment :
    ประเภทของไฟล์ได้แก่ block, char, dir, fifo, file, link, unknown

  • function :
    fileinode ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า หมายเลขรหัสประจำไฟล์  ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo fileinode ( "bamboo.txt" );

  • function :
    fileperms ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืน หมายเลข permission ของไฟล์   ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo fileperms ( "bamboo.txt" );

  • function :
    fileowner ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า หมายเลขประจำเจ้าของไฟล์   ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )
    ( เจ้าของไฟล์คือผู้สร้างไฟล์ )

    example :
    echo fileowner ( "bamboo.txt" );

  • function :
    filesize ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า ขนาดของไฟล์ หน่วย byte ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo filesize ( "bamboo.txt" );

  • function :
    fileatime ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า เวลาการใช้งานครั้งล่าสุดของไฟล์ แบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo fileatime ( "bamboo.txt" );

  • function :
    filemtime ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า เวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุดแบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo filemtime ( "bamboo.txt" );

  • function :
    filectime ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า เวลาในการสร้างไฟล์แบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo filectime ( "bamboo.txt" );

  • function :
    filegroup ( filename );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่า หมายเลขประจำกลุ่มของไฟล์  ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo filegroup ( "bamboo.txt" );

  • function :
    chgrp ( filename, new_group );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เปลี่ยนกลุ่มของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo filegroup ( "bamboo.txt" );
    if ( chgrp ( "bamboo.txt", "12" ) )
    {
         echo "New Group :: " . filegroup ( "bamboo.txt" );
    }

  • function :
    chown ( filename, new_owner );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เปลี่ยนเจ้าของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    echo fileowner ( "bamboo.txt" );
    if ( chown ( "bamboo.txt", "1123" ) )
    {
         echo "New Owner :: " . fileowner ( "bamboo.txt" );
    }

  • function :
    chmod ( filename, mode );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เปลี่ยน mode ของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด )

    example :
    if ( chmod ( "bamboo.txt", 0755 ) )
    {
         echo "change mode success";
    }

    comment :
    ค่าของตัวแปร mode ต้องเป็นรูปแบบเลขฐาน 8 เท่านั้น

  • function :
    disk_total_space ( directory );

    return type :
    float

    content :
    ใช้คืนค่า ขนาดของ disk หน่วย byte

    example :
    echo disk_total_space ( "c:" );

  • function :
    disk_free_space ( directory );

    return type :
    float

    content :
    ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte

    example :
    echo disk_free_space ( "c:" );

  • function :
    diskfreespace ( directory );

    return type :
    float

    content :
    ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte

    example :
    echo diskfreespace ( "c:" );

  • function :
    fgetc ( resource );

    return type :
    string

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละตัวอักษร และเลื่อน pointer ไปยังตัวถัดไป
    โดยจะคืนค่า false เมื่อถึงจุด EOF หรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    while ( ! feof ( $fp ) )
    {
         echo fgetc ( $fp );
    }
    fclose ( $fp );

  • function :
    fgets ( resource, length );

    return type :
    string

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป
    โดยจะคืนค่า false เมื่อถึงจุด EOF หรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    while ( ! feof ( $fp ) )
    {
         echo fgets ( $fp );
    }
    fclose ( $fp );

    comment :
    ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรที่จะอ่านในแต่ละบรรทัด
    ถ้า length น้อยกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีข้อมูลก็จะอ่านบรรทัดนั้นๆหลายรอบ
    ถ้า length มากกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีก็จะอ่านแค่หมดบรรทัด

  • function :
    fgetss ( resource, length, tags );

    return type :
    string

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป
    โดยจะมีการตัด tag html ออกไปทั้งหมด
    โดยจะคืนค่า false เมื่อถึงจุด EOF หรือไม่สามารถอ่านข้อมูลได้

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    while ( ! feof ( $fp ) )
    {
         echo fgetss ( $fp, 4096, "<b><small>" );
    }
    fclose ( $fp );

    comment :
    ตัวแปร tags ใช้กำหนด tag html ที่ไม่ต้องการให้ตัดทิ้ง
    
    ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรที่จะอ่านในแต่ละบรรทัด
    ถ้า length น้อยกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีข้อมูลก็จะอ่านบรรทัดนั้นๆหลายรอบ
    ถ้า length มากกว่าที่บรรทัดนั้นๆมีก็จะอ่านแค่หมดบรรทัด

  • function :
    fread ( resource, length );

    return type :
    string

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ ตามความยาวของตัวอักษรที่กำหนด

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    echo fread ( $fp, filesize ( $fp ) );
    fclose ( $fp );

  • function :
    fpassthru ( resource );

    return type :
    int, void

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผลบน browser ทันที
    โดยจะคืนค่าขนาดของไฟล์ หรือคืนค่า false ถ้าอ่านไฟล์ได้ไม่หมด

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    fpassthru ( $fp );

  • function :
    readfile ( filename, include_path, resource );

    return type :
    int, void

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผล browser ทันที
    โดยจะคืนค่าขนาดของไฟล์ หรือคืนค่า false ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น

    example :
    readfile ( "bamboo.txt" );

  • function :
    file ( filename, include_path, resource );

    return type :
    array

    content :
    ใช้คืนค่าข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด แล้วเก็บไว้ที่ array โดยแต่ละ key ของ array
    จะเก็บข้อมูลแต่ละบรรทัดจากไฟล์ โดยจะคืนค่า false ถ้าไม่สามารถอ่านไฟล์ได้

    example :
    $data = file ( "bamboo.txt" );
    $count = count ( $data );
    for ( $i=0; $i<$count; $i++ )
    {
         echo $data[$i];
    }

  • function :
    fwrite ( resource, string, length );

    return type :
    int, void

    content :
    ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์ 
    โดยจะคืนค่าจำนวนตัวอักษรที่เขียนลงไป หรือคืนค่า false ถ้าไม่สามารถเขียนข้อมูลได้

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "w+" );
    fwrite ( $fp, "bamboolabcode", 6 );
    flose ( $fp );

    comment :
    ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรมากสุดที่สามารถเขียนลงไปได้

  • function :
    fputs ( resource, string, length );

    return type :
    int, void

    content :
    ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์ 
    โดยจะคืนค่าจำนวนตัวอักษรที่เขียนลงไป หรือคืนค่า false ถ้าไม่สามารถเขียนข้อมูลได้

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "w+" );
    fputs ( $fp, "bamboolabcode", 6 );
    flose ( $fp );

    comment :
    ตัวแปร length คือจำนวนตัวอักษรมากสุดที่สามารถเขียนลงไปได้

  • function :
    flock ( resource, flags, block );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้ล็อคไฟล์ที่ถูกเปิดด้วย fopen() โดยไม่สามารถใช้ได้ในเครือข่าย NFS และระบบไฟล์แบบ FAT
    โดยจะคืนค่า true ถ้าหากสามารถล็อกไฟล์ได้ และคืนค่า false ถ้าหากไม่สามารถล็อกไฟล์ได้

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "w+" );
    if ( flock ( $fp, LOCK_EX ) )
    {
         fwrite ( $fp, "bamboolabcode" );
         flock ( $fp, LOCK_UN );
    }

    comment :
    lock ไฟล์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ทำงานไฟล์เดียวได้พร้อมกันหลายคน
    
    ถ้า flags = LOCK_SH หรือ 1 คือล็อกไฟล์เพื่ออ่าน
    ถ้า flags = LOCK_EX หรือ 2 คือล็อกไฟล์เพื่อเขียน
    ถ้า flags = LOCK_UN หรือ 3 คือยกเลิกการล็อกไฟล์
    ถ้า flags = LOCK_NB หรือ 4 คือ

  • function :
    feof ( resource );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า pointer ชี้ไปยังตำแหน่งสุดท้ายของไฟล์แล้วใช่หรือไม่

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    if ( feof ( $fp ) )
    {
         echo "empty file";
    }

  • function :
    ftell ( resource );

    return type :
    int

    content :
    ใช้คืนค่าตำแหน่ง pointer ภายในไฟล์ โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    echo ftell ( $fp );

    comment :
    ไม่สามารถใช้ได้กับการเปิดไฟล์แบบ mode = a

  • function :
    rewind ( resource );

    return type :
    boolean, void

    content :
    ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ให้ไปอยู่จุดเริ่มต้นไฟล์
    โดยจะคืนค่า true ถ้าเปลี่ยนสำเร็จ หรือคืนค่า false ถ้าเปลี่ยนไม่สำเร็จ

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    echo fgets ( $fp );
    if ( rewind ( $fp ) )
    {
         echo "in start of file";
    }

  • function :
    fseek ( resource, new_position, flags );

    return type :
    int, void

    content :
    ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ไปยังตำแหน่งที่กำหนด
    โดยจะคืนค่า true ถ้าเปลี่ยนสำเร็จ และจะคืนค่า false ถ้าเปลี่ยนไม่สำเร็จ

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    if ( fseek ( $fp, -10, SEEK_END ) )
    {
         echo "seek success";
    }

    comment :
    ถ้า flags = SEEK_SET ให้ pointer อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด ( default )
    ถ้า flags = SEEK_CUR ให้ pointer อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน บวกกับ ตำแหน่งที่กำหนด
    ถ้า flags = SEEK_END ให้ pointer อยู่ในตำแหน่ง EOF ลบกับตำแหน่งที่กำหนด

  • function :
    tempnam ( directory, perfix );

    return type :
    string

    content :
    ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว โดยชื่อไฟล์ที่ได้คือ prefix + ตัวเลข
    โดยจะคืนค่า ชื่อไฟล์ที่ได้ หรือคืนค่า false ถ้าหากว่าไม่สามารถสร้างไฟล์ชั่วคราวได้

    example :
    echo tempnam ( "/temp", "temp_file" );

    comment :
    ตัวแปร directory คือสร้างที่อยู่ที่เก็บไฟล์ชั่วคราวนั้น

  • function :
    tmpfile ();

    return type :
    resource

    content :
    ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว แบบอ่านและเขียนได้ ( w+ ) และจะถูกลบออกไปเมื่อมีการปิดไฟล์

    example :
    $tmp = tmpfile();
    fwrite ( $tmp, "bamboolabcode" );
    rewind ( $tmp );
    echo fread ( $tmp, filesize ( $tmp ) );
    
    fclose ( $tmp );

  • function :
    is_resource ( variable );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรที่กำหนด เป็นประเภท resource ใช่หรือไม่

    example :
    $fp = fopen ( "bamboo.txt", "r" );
    if ( is_resource ( $fp ) )
    {
         echo "variable is resource";
    }

  • function :
    is_file ( filename );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่าไฟล์ที่กำหนดเป็น regular file หรือไม่

    example :
    if ( is_file ( "bamboo.txt" ) )
    {
         echo "file is regular file";
    }

    comment :
    ไฟล์ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ เรียกว่า regular file
    ไฟล์ที่ใช้จัดเก็บไฟล์อื่นๆเรียกว่า directory

  • function :
    is_readable ( filename );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถอ่านได้หรือไม่

    example :
    if ( is_readable ( "bamboo.txt" ) )
    {
         echo "file can readable";
    }

  • function :
    is_writable ( filename );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่

    example :
    if ( is_writable ( "bamboo.txt" ) )
    {
         echo "file can write able";
    }

  • function :
    is_writeable ( filename );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่

    example :
    if ( is_writeable ( "bamboo.txt" ) )
    {
         echo "file can write able";
    }

  • function :
    is_executable ( filename );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนด สามารถ execute ได้หรือไม่

    example :
    if ( is_executable ( "bamboo.exe" ) )
    {
         echo "file can execute";
    }

  • function :
    file_exists ( filename );

    return type :
    boolean

    content :
    ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดมีอยู่จริง ใช่หรือไม่

    example :
    if ( file_exists ( "/model/bamboo.txt" ) )
    {
         echo "file exists";
    }

 
Share This Chapter Login with Facebook