| php tag ตามแบบภาษา SGML | php tag ตามแบบภาษา SGML |
|---|---|
| php tag ตามแบบภาษา XML | php tag ตามแบบภาษา XML |
| php tag ตามแบบภาษา java script | php tag ตามแบบภาษา java script |
| php tag ตามแบบภาษา asp | php tag ตามแบบภาษา asp |
| ชนิดข้อมูลของตัวแปรภาษา php | ชนิดข้อมูลของตัวแปรภาษา php ได้แก่ boolean, string, integer, float, array, object, resource, null |
| การประกาศตัวแปร ภาษา php | เป็นการประกาศตัวแปรในภาษา php |
| การประกาศค่าคงที่ | ใช้ในการประกาศค่าคงที่ |
| การประกาศตัวแปร จากอีกตัวแปรหนึ่ง | ใช้ในการนำค่าข้อมูลที่ได้มากำหนดเป็นชื่อตัวแปร |
| การใช้ตัวแปรแบบอ้างอิง ( references ) | เป็นการเชื่อมโยงตัวแปรเข้าด้วยกัน คือเมื่อค่าของตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งเปลี่ยนแปลง แล้วตัวแปรที่เชื่อมโยงกันและกันก็จะเปลี่ยนแปลงตามด้วย |
| การเรียกใช้ตัวแปร global | การเรียกใช้ตัวแปร global ของภาษา php |
| การกำหนดตัวแปรแบบ static | การใช้ตัวแปรแบบ static จะทำให้มีการเก็บค่าไว้ใช้ต่อไป |
| echo() | ใช้แสดงผลข้อความบน page |
|---|---|
| print() | ใช้แสดงผลข้อความบน page |
| printf() | ใช้แสดงผลข้อความบน page โดยมีการจัดรูปแบบไว้ |
| vprintf() | ใช้แสดงผลข้อความบน page โดยมีการจัดรูปแบบไว้ |
| print_r() | ใช้แสดงข้อมูลใน array |
| var_export() | ใช้แสดงข้อมูลใน array |
| var_dump() | ใช้แสดงข้อมูลใน array โดยจะแสดงชนิดและขนาดมาด้วย |
| chr() | ใช้แปลง ascii เป็น ตัวอักษร |
|---|---|
| ord() | ใ้ช้แปลง ตัวอักษร เป็น ascii |
| strtoupper() | ใช้แปลง ตัวอักษร เป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด |
| strtolower() | ใช้แปลง ตัวอักษร เป็น ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด |
| ucfirst() | ใช้แปลง ตัวอักษร ตัวแรกสุดของข้อความ ให้เป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ |
| ucwords() | ใช้แปลง ตัวอักษร ตัวแรกสุดของแต่ละคำ ให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ |
| trim() | ใช้ตัดช่องว่าง ทางด้านซ้ายและด้านขวา ออก |
| ltrim() | ใช้ตัดช่องว่าง ทางด้านซ้าย ออก |
| rtrim() | ใช้ตัดช่องว่าง ทางด้านขวา ออก |
| chop() | ใช้ตัดช่องว่าง ทางด้านขวา ออก |
| substr_count() | ใช้นับจำนวน ตัวอักษรที่กำหนดใน string |
| str_word_count() | ใช้นับจำนวนคำ |
| count_chars() | ใช้นับจำนวนตัวอักษรแต่ละตัวใน string |
| implode() | ใช้รวมค่าของ array ไว้ในตัวแปร string โดยมีตัวคั่นตามที่กำหนด |
| join() | ใช้รวมค่าของ array ไว้ในตัวแปร string โดยมีตัวคั่นตามที่กำหนด |
| explode() | ใช้แยกค่าของ string แล้วเก็บไว้ที่ array ( แยกตามตัวแบ่ง ) |
| str_split() | ใช้แบ่งค่าของ string แล้วเก็บไว้ที่ array |
| chunk_split() | ใช้แทรกข้อความที่กำหนด ( value ) ในทุกๆตำแหน่งที่กำหนดลงใน string |
| str_pad() | ใช้แทรกข้อความ ( value ) เข้าไปใน string เพื่อให้มีขนาดเท่ากับที่กำหนด ( length ) |
| parse_str() | ใช้แยกค่าของ string ที่ส่งมาแบบ GET และเก็บไว้ที่ตัวแปร array โดยมีเครื่องหมาย & เป็นตัวแยก |
| strtok() | ใช้แยกค่าของ string โดยมีตัวแยกตามที่กำหนด |
| strrev() | ใช้สลับตัวอักษร จากหน้าไปหลัง จากหลังไปหน้า |
| str_shuffle() | ใช้สลับตัวอักษร แบบสุ่ม |
| strlen() | ใช้นับจำนวนตัวอักษรทั้งหมด |
| strcmp() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยคำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่เล็กด้วย |
| strcasecmp() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความโดยไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก |
| strncmp() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยคำนึงถึงพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก |
| strncasecmp() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยไม่คำนึงถึงพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก |
| strnatcmp() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยคำนึงถึงพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก |
| strnatcasecmp() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยไม่คำนึงถึงพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก |
| similar_text() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยจะตรวจสอบว่ามีความเหมือนกันกี่เปอร์เซ็นต์ |
| levenshtein() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยจะคืนค่าจำนวนของตัวอักษรที่แตกต่างกัน |
| substr_compare() | ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ โดยมีการกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นที่จะเปรียบเทียบ และจำนวนที่จะเปรียบเทียบ |
| strpos() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string จากหน้าไปหลัง |
| stripos() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string จากหน้าไปหลัง |
| strrpos() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string จากหลังมาหน้า ( การค้นหานี้คำนึงถึงตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ ) |
| strripos() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string จากหลังมาหน้า ( การค้นหานี้ไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ ) |
| strspan() | ใช้เปรียบข้อความ 2 ข้อความ โดยจะคืนค่าตำแหน่งแรกที่ข้อความทั้งสองไม่ตรงกัน |
| str_replace() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และแทนที่คำนั้นด้วย |
| str_ireplace() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และแทนที่คำนั้นด้วย โดยการค้นหาไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก |
| strtr() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และแทนที่คำนั้นด้วย |
| substr_replace() | ใช้แทนที่ข้อความใน string โดยเริ่มแทนตั้งแต่ตำแหน่งที่กำหนด |
| strpbrk() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และจะคืนค่าข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่พบจนหมด |
| strchr() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และจะคืนค่าข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่พบจนหมด |
| strstr() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และจะคืนค่าข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่พบจนหมด |
| stristr() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และจะคืนค่าข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่พบจนหมด |
| strrchr() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน string และจะคืนค่าข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่พบจนหมด |
| substr() | ใช้ดึงข้อความตั้งแต่ตำแหน่งที่กำหนด ตามจำนวนที่กำหนด |
| str_repeat() | ใช้แสดงค่า string ซ้ำๆกันตามจำนวนที่กำหนด |
| wordwrap() | ใช้กำหนดให้มีการตัดคำขึ้นบรรทัดใหม่ |
| htmlspecialchars() | ใช้แปลงเครื่องหมายพิเศษต่างๆที่ตรงกับ tag ของภาษา html ใช้เป็นรหัสอักษรที่ใช้ในภาษา html เช่น จาก "<" เป็น "<" |
| htmlentities() | ใช้แปลงเครื่องหมายพิเศษต่างๆที่ตรงกับ tag ของภาษา html ใช้เป็นรหัสอักษรที่ใช้ในภาษา html เช่น จาก "<" เป็น "<" |
| html_entity_decode() | ใช้แปลงรหัสอักษรของภาษา html ให้เป็นเครื่องหมายพิเศษตามปกติ เช่นจาก "<" เป็น "<" |
| get_html_translation_table() | ใช้คืนค่าเครื่องหมายพิเศษของภาษา html ทั้งหมด เช่น "<" |
| nl2br() | ใช้แปลงการขึ้นบรรทัดใหม่ "\n" เป็น "<br/>" |
| strip_tags() | ใช้ลบ tag ของภาษา html ออกไป |
| quotemeta() | ใช้เพิ่มเครื่องหมาย backslashes (\) หน้าตัวอักษรที่เป็น Meta Characters |
| addslashes() | ใช้เพิ่มเครื่องหมาย backslashes (\) หน้าตัวอักษร ได้แก่ double quote, single quote, backslashes, null เพื่อป้องกันความผิดพลาด |
| addcslashes() | ใช้เพิ่มเครื่องหมาย backslashes (\) หน้าตัวอักษร ได้แก่ double quote, single quote, backslashes, null |
| stripslashes() | ใช้ลบเครื่องหมาย backslashes ( \ ) ออก |
| stripcslashes() | ใช้ลบเครื่องหมาย backslashes ( \ ) ออก |
| number_format() | ใช้จัดรูปแบบการแสดงผลข้อมูลตัวเลข |
| ereg() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
|---|---|
| eregi() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
| ereg_replace() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
| eregi_replace() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
| split() | ใช้แยกค่าของ text แล้วเก็บไว้ที่ array |
| spliti() | ใช้แยกค่าของ text แล้วเก็บไว้ที่ array |
| sql_regcase() | ใช้ในการสร้าง pattern แบบไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็ก |
| preg_match() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
| preg_match_all() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
| preg_replace() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน text หรือไม่ |
| preg_grep() | ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความตาม pattern ที่กำหนด ใน array_text หรือไม่ |
| preg_quote() | ใช้เพิ่มเครื่องหมาย backslashes ( \ ) ข้างหน้าตัวอักษรที่เป็น meta character |
| preg_split() | ใช้แยกค่าของ text แล้วเก็บไว้ที่ array |
| pattern ที่ใช้ในการค้นหา | pattern ที่ใช้ในการค้นหา |
| pattern ที่ใช้ในการค้นหา [ แบบสำเร็จรูป ] | pattern ที่ใช้ในการค้นหา [ แบบสำเร็จรูป ] |
| ตัวอย่างของ pattern ที่ใช้ในการค้นหา | ตัวอย่างของ pattern ที่ใช้ในการค้นหา |
| is_nan() | ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่เป็นชนิดตัวเลขใช่หรือไม่ |
|---|---|
| is_finite() | ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลมีขอบเขตจำกัดใช่หรือไม่ |
| is_infinite() | ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลมีขอบเขตไม่จำกัดใช่หรือไม่ |
| pi() | คืนค่า pi คือ 3.14159265359 |
| abs() | ใช้หาค่าสัมบูรณ์ |
| sqrt() | ใช้หาค่ารากที่ 2 |
| pow() | ใช้หาค่ายกกำลัง |
| exp() | ใช้หาค่า e ยกกำลัง number |
| fmod() | ใช้หาค่าเศษที่เหลือจากการหาร |
| round() | ใช้ปัดเศษทศนิยม ถ้าน้อยกว่า 4 จะปัดลง และถ้ามากกว่าหรือเท่ากับ 5 จะปัดขึ้น |
| ceil() | ใช้ปัดเศษทศนิยมให้มีค่ามากขึ้น |
| floor() | ใช้ปัดเศษทศนิยมให้มีค่าน้อยลง |
| min( array ) | ใช้หาค่าที่น้อยที่สุดใน array |
| min() | ใช้หาค่าที่น้อยที่สุดในจากตัวเลขที่กำหนด |
| max ( array ); | ใช้หาค่าที่มากที่สุดใน array |
| max() | ใช้หาค่าที่มากที่สุดในจากตัวเลขที่กำหนด |
| log() | ใช้หาค่า ล็อกการิทึมธรรมชาติ |
| log10() | ใช้หาค่า ล็อกการิทึมฐานสิบ |
| sin() | ใช้หาค่ามุมของ sine ( มุม radian ) |
| sinh() | ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic sine |
| asin() | ใช้หาค่ามุมกลับของ sine |
| cos() | ใช้หาค่ามุมของ cosine ( มุม radian ) |
| cosh() | ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic cosine |
| acos() | ใช้หาค่ามุมกลับของ cosine |
| tan() | ใช้หาค่ามุมของ tangent ( มุม radian ) |
| tanh() | ใช้หาค่ามุมของ hyperbolic tangent |
| atan() | ใช้หาค่ามุมกลับของ tangent |
| atan2() | ใช้หาค่ามุมของ atan2 ( number1 / number2 ) |
| rad2deg() | ใช้แปลงมุมองศาเรเดียน เป็นองศาดีกรี |
| deg2rad() | ใช้แปลงมุมองศาดีกรี เป็นองศาเรเดียน |
| rand() | ใช้สุ่มเลข ระหว่าง 0 ถึง 1 ( หรือระหว่าง min ถึง max ) |
| lcg_value() | ใช้สุ่มเลขระหว่าง 0 ถึง 1 โดยการสุ่มแต่ละครั้งจะไม่มีการได้ค่าที่ซ้ำกัน |
| gettype() | ใช้คืนค่าชนิดข้อมูลของตัวแปร |
|---|---|
| settype() | ใช้กำหนด ชนิดข้อมูลใหม่ ให้กับตัวแปร |
| get_defined_constants() | ใช้คืนค่า ค่าคงที่ทั้งหมด |
| get_defined_vars() | ใช้คืนค่า ตัวแปรทั้งหมด ที่มีการประกาศใช้ |
| get_resource_type() | ใช้คืนค่าประเภทของตัวแปร resource |
| isset() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น ได้ประกาศไว้แล้วหรือไม่ |
| empty() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น empty ใช่หรือไม่ ( คือ ค่าว่าง หรือ ศุนย์ ) |
| unset() | ใช้ยกเลิกตัวแปร ( คืนค่าหน่วยความจำของตัวแปรนั้นๆ ) |
| strval() | ใช้แปลง ตัวแปรที่กำหนด ให้เป็น string |
| intval() | ใช้แปลง ตัวแปรที่กำหนด ให้เป็น int |
| floatval() | ใช้แปลง ตัวแปรที่กำหนด ให้เป็น float |
| eval() | ใช้แปลง string ที่กำหนดให้เป็น code php และจะประมวลผลตาม code ที่ได้ |
| is_string() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น string ใช่หรือไม่ |
| is_numeric() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น ตัวเลข ใช่หรือไม่ |
| is_int() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น เลขจำนวนเต็ม ใช่หรือไม่ |
| is_integer() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น เลขจำนวนเต็ม ใช่หรือไม่ |
| is_long() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น เลขจำนวนเต็ม ใช่หรือไม่ |
| is_float() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น เลขจำนวนจริง ใช่หรือไม่ |
| is_double() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น เลขจำนวนจริง ใช่หรือไม่ |
| is_real() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น เลขจำนวนจริง ใช่หรือไม่ |
| is_bool() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น boolean ใช่หรือไม่ |
| is_array() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น array ใช่หรือไม่ |
| is_resource() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น resource ใช่หรือไม่ |
| is_object() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น object ใช่หรือไม่ |
| is_null() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น null ใช่หรือไม่ |
| is_scalar() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรนั้น เป็น scalar ใช่หรือไม่ |
| serialize() | ใช้แปลงข้อมูลที่กำหนด ให้อยู่ในรูป byte-stream นิยมนำมาใช้กับ object ที่สร้างจาก class เพื่อใช้ในการส่งข้อมูล |
| unserialize() | ใช้แปลงข้อมูลในรูป byte-stream ให้กลับมาเป็นตัวแปรก่อนถูกแปลง |
| create_function() | ใช้สร้างฟังก์ชันแบบ object |
|---|---|
| func_num_args() | ใช้นับจำนวน arguments ที่ส่งมายัง function |
| func_get_arg() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ argument ในลำดับที่กำหนด |
| func_get_args() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ argument ทั้งหมด |
| function_exits() | ใช้ตรวจสอบว่ามี ฟังก์ชันที่กำหนด หรือไม่ |
| get_defined_functions() | ใช้คืนค่า ชื่อฟังก็ชันทั้งหมด |
| import_request_variables() | ใช้นำข้อมูลที่ส่งมาแบบ GET หรือ POST หรือ COOKIE มาเก็บไว้ที่ตัวแปร |
| array() | ใช้สร้างตัวแปรแบบ array ที่ยังไม่มีการกำหนดข้อมูล |
|---|---|
| array ( value ) | ใช้สร้างตัวแปรแบบ array โดยมีการกำหนดค่าข้อมูลไว้แล้ว และ key จะเรียงลำดับตั้งแต่ 0 ไปเรื่อยๆ |
| array ( key => value ) | ใช้สร้างตัวแปรแบบ array โดยมีการกำหนดค่าข้อมูลไว้แล้ว และมีการกำหนด key ด้วย |
| range() | ใช้สร้างตัวแปรแบบ array โดยมีการกำหนดค่าข้อมูลไว้แล้ว |
| array_fill() | ใช้สร้างตัวแปร array ที่มีค่าข้อมูลซ้ำๆกัน |
| compact() | ใช้สร้างตัวแปร array จากตัวแปรอื่น |
| list() | ใช้สร้างตัวแปรจาก array |
| extract() | ใช้สร้างตัวแปรจาก array |
| array_unique() | ใช้คืนค่า array โดยจะเหลือแต่ข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน |
| array_reverse() | ใช้สลับค่าข้อมูลใน array จากหลังมาหน้า จากหน้าไปหลัง |
| array_flip() | ใช้สลับ index กับ value ใน array |
| count() | ใช้คืนค่าจำนวนของ array |
| sizeof() | ใช้คืนค่าจำนวนของ array |
| array_count_values() | ใช้นับจำนวนของแต่ละ value ใน array โดยจะคืนค่า array ที่มี key คือ value และ value คือจำนวนที่นับได้ |
| reset() | ใช้เลื่อน pointer ไปตำแหน่งแรกสุดของ array |
| end() | ใช้เลื่อน pointer ไปตำแหน่งท้ายสุดของ array |
| prev() | ใช้เลื่อน pointer ไปตำแหน่งก่อนหน้า |
| next() | ใช้เลื่อน pointer ไปตำแหน่งถ้ดไป |
| current() | ใช้คืนค่า value ของ array ณ ตำแหน่งปัจจุบันที่ชี้อยู่ |
| pos() | ใช้คืนค่า value ของ array ณ ตำแหน่งปัจจุบันที่ชี้อยู่ |
| key() | ใช้คืนค่า key ของ array ณ ตำแหน่งปัจจุบันที่ชี้อยู่ |
| array_keys() | ใช้คืนค่า key ทั้งหมดแบบ array โดย array ที่ได้จะมี key ตั้งแต่ 0 ขั้นไปตามลำดับ |
| array_key_exists() | ใช้ตรวจสอบว่ามี key ที่กำหนด อยู่ใน array หรือไม่ |
| each() | ใช้คืนค่า value และ key ณ ตำแหน่งปัจจุบันที่ pointer ชี้อยู่ และเลื่อนไปตำแหน่งต่อไปให้โดยอัติโนมัติ |
| array_values() | ใช้คืนค่า value ทั้งหมดแบบ array โดย array ที่ได้จะมี key ตั้งแต่ 0 ขั้นไปตามลำดับ |
| array_change_key_case() | ใช้เปลี่ยน key ใน array ให้เป็นพิมพ์เล็กหรือพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด |
| array_unshift() | ใช้เพิ่ม value เข้าไปใน array ตำแหน่งแรกสุด และจะเรียง key ใหม่หมดเลย โดยเริ่มจาก 0 |
| array_push() | ใช้เพิ่ม value เข้าไปใน array ตำแหน่งท้ายสุด |
| array_shift() | ใช้ลบ value ออกจาก array ณ ตำแหน่งแรกสุด |
| array_pop() | ใช้ลบ value ออกจาก array ณ ตำแหน่งท้ายสุด |
| array_pad() | ใช้เพิ่ม value เข้าไปใน array เพื่อให้ array มีขนาดเท่าที่กำหนด |
| array_splice() | ใช้ลบ value ออกจาก array ตั้งแต่ตำแหน่งที่กำหนด ตามจำนวนที่กำหนด |
| array_merge() | ใช้รวม array ตั้งแต่ 2 array ขึ้นไปเข้าด้วยกัน |
| array_merge_recursive() | ใช้รวม array ตั้งแต่ 2 array ขึ้นไปเข้าด้วยกัน |
| array_combine() | ใช้รวม array จำนวน 2 ตัว เข้าด้วยกัน โดย array ที่อยู่ข้างหน้าจะนำ value มาเป็น key และ array ที่อยู่ข้างหลัง value ก็คือ value |
| array_sum() | ใช้รวม value ทั้งหมดใน array ( ถ้าเป็นตัวอักษรจะมีค่าเป็น 0 ) |
| array_search() | ใช้ค้นหาข้อความที่กำหนดใน array โดยจะคืนค่า key แรกที่พบ |
| in_array() | ใช้ตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่กำหนดใน array หรือไม่ |
| array_intersect() | ใช้คืนค่า key และ value ในกรณีที่ array ทุกตัวมี value เหมือนกันหมด โดยคืนมาแบบ array |
| array_intersect_assoc() | ใช้คืนค่า key และ value ในกรณีที่ array ทุกตัวมี key และ value เหมือนกันหมด โดยคืนมาแบบ array |
| array_diff() | ใช้คืนค่า key และ value ของ array แรกสุด ที่มี value ไม่เหมือนกับ array อื่นๆ |
| array_diff_assoc() | ใช้คืนค่า key และ value ของ array แรกสุด ที่มี key และ value ไม่เหมือนกับ array อื่นๆ |
| array_slice() | ใช้ดึงข้อมูลจาก array ตั้งแต่ตำแหน่งที่กำหนด ตามจำนวนที่กำหนด |
| array_rand() | ใช้สุ่มเลือก key ใน array |
| sort() | ใช้เรียง value ใน array จากน้อยไปมาก |
| rsort() | ใช้เรียง value ใน array จากมากไปน้อย |
| asort() | ใช้เรียง value ใน array จากน้อยไปมาก |
| arsort() | ใช้เรียง value ใน array จากมากไปน้อย |
| ksort() | ใช้เรียง key ใน array จากน้อยไปมาก |
| krsort() | ใช้เรียง key ใน array จากมากไปน้อย |
| natsort() | ใช้เรียง value ใน array จากน้อยไปมาก |
| natcasesort() | ใช้เรียง value ใน array จากน้อยไปมาก |
| date() | ใช้คืนค่า วันที่และเวลาปัจจุบัน ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ |
|---|---|
| getdate() | ใช้คืนค่ารายละเอียดของวันที่และเวลา โดยคืนมาแบบ array |
| gmdate() | ใช้คืนค่า วันที่และเวลา |
| localtime() | ใช้คืนค่ารายละเอียดของวันที่และเวลาของท้องถิ่น แบบ array |
| checkdate() | ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลเป็นวันที่ที่ถูกต้องหรือไม่ |
| strtotim() | ใช้คืนค่า timestamp ของ pattern ที่กำหนด |
| time() | ใช้คืนค่า timestamp ของวันที่และเวลาปัจจุบัน หน่วยวินาที |
| microtime() | ใช้คืนค่า timestamp ของวันที่และเวลาปัจจุบัน ในหน่วยไมโครวินาที |
| mktime() | ใช้คืนค่า timestamp หน่วยวินาที ของวันที่เวลาที่กำหนด |
| gmmktime() | ใช้คืนค่า timestamp ของหน่วยวินาที ของวันที่เวลาที่กำหนด ตามเวลามาตรฐานกรีนิช |
| gettimeofday() | ใช้คืนค่า timestamp ในหน่วยเวลาต่างๆ แบบ array |
| jdtojulian() | ใช้แปลงวันที่จาก Julian Day เป็นแบบ Julian Calendar |
|---|---|
| juliantojd() | ใช้แปลงวันที่จาก Julian Calendar เป็นแบบ Julian Day |
| jdtogregorian() | ใช้แปลงวันที่จาก Julian Day เป็นแบบ Gregorian Date |
| gregoriantojd() | ใช้แปลงวันที่จาก Gregorian Calendar เป็นแบบ Julian Day |
| jddayofweek() | ใช้คืนค่าชื่อวัน ในระบบ Julian Day เมื่อได้ถูกบวกกับ วัน ตามที่กำหนด |
| jdmonthname() | ใช้คืนค่าชื่อเดือนในระบบ Julian Day เมื่อได้ถูกบวกกับ วัน ตามที่กำหนด |
| cal_info() | ใช้คืนค่ารายละเอียดเกี่ยวกับ ปฏิทิน ที่กำหนด |
| cal_from_jd() | ใช้คืนค่ารายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ของปฏิทินที่กำหนด เมื่อได้ถูกบวกกับ วัน ตามที่กำหนด |
| cal_to_jd() | ใช้คืนค่า ผลต่างของจำนวนวัน ระหว่างวันที่ที่กำหนด ในระบบปฏิทินที่กำหนด กับ Julian Day |
| jdtounix() | ใช้แปลงจำนวนวันในระบบ Julian Day เป็นเวลาในระบบ Unix Timestamp |
| unixtojd() | ใช้แปลง unix timestamp เป็นวันในระบบ Julian Day |
| easter_day() | ใช้คืนค่า timestamp ของวัน easter ในปีที่กำหนด |
| easter_days() | ใช้คืนค่า ผลต่างของจำนวนวัน ระหว่างวันที่ 21 มีนาคม กับวัน easter ในปีที่กำหนด |
| setcookie() | ใช้กำหนดค่าของคุ้กกี้ |
|---|---|
| $_COOKIE[] | เป็นการเรียกใช้คุ้กกี้ โดยจะคืนค่า value ที่ได้กำหนดไว้ |
| $_SESSION[] | เป็นการเรียกใช้ session |
|---|---|
| session_start() | web page ที่ต้องการใช้ session จะค้องมีคำสั่งนี้เสมอ เพื่อโหลดข้อมูล session มาเก็บไว้ที่หน่วยความจำ |
| session_destroy() | ใช้ยกเลิกข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ใน session |
| session_register() | ใช้ลงทะเบียน ตัวแปร ให้เป็นตัวแปร session |
| session_unregister() | ใช้ยกเลิกการลงทะเบียนตัวแปร session |
| session_unset() | ใช้ยกเลิกตัวแปร session ทั้งหมด ที่ได้ลงทะเบียนไว้ |
| session_is_registered() | ใช้ตรวจสอบว่าตัวแปรนั้นได้ลงทะเบียน seesion หรือยัง |
| session_id() | ใช้คืนค่า session id ( SID ) |
| session_regenerate_id() | ใช้ในการสร้าง session id ( SID ) ขึ้นมาใหม่ |
| session_encode() | ใช้เข้ารหัสข้อมูล session ทั้งหมด โดยจะคืนค่าข้อมูลที่เข้ารหัสไว้แล้ว |
| session_decode() | ใช้ถอดรหัสข้อมูล ที่ถูกเข้ารหัสโดย session_encode(); |
| session_name() | ใช้กำหนดค่าหรือคืนค่า ค่าข้อมูลของ session.name ที่อยู่ในไฟล์ php.ini |
| session_module_name() | ใช้กำหนดค่า หรือคืนค่า ค่าข้อมูลของ session.module.name ที่อยู่ในไฟล์ php.ini |
| session_save_path() | ใช้คืนค่า หรือกำหนดค่า ค่าข้อมูลของ session.save_path ที่อยู่ในไฟล์ php.ini |
| session_cache_limiter() | ใช้กำหนดค่า หรือคืนค่า ค่าข้อมูลของ session.cache_limiter ในไฟล์ php.ini |
| session_cache_expire() | ใช้กำหนดค่า หรือคืนค่า ค่าข้อมูลของ session.cache_expire ที่อยู่ในไฟล์ของ php.ini |
| fopen() | ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา |
|---|---|
| fsockopen() | ใช้เปิดไฟล์เพื่อใช้งาน โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลับมา |
| popen() | ใช้เปิดไฟล์แบบ pipe โดยจะคืนค่ารหัสประจำไฟล์กลัลมา |
| fclose() | ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ |
| fsockclose() | ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดขึ้นมาด้วยคำสั่ง fsockopen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ |
| pclose() | ใช้ปิดไฟล์ที่เปิดด้วย popen() โดยจะคืนค่า true ถ้าหากปิดไฟล์สำเร็จ |
| clearstatcache() | ใช้ยกเลิกไฟล์ cache ที่อยู่ใน harddisk |
| copy() | ใช้คัดลอกไฟล์ |
| rename() | ใช้เปลี่ยนชื่อไฟล์ |
| delete() | ใช้ลบไฟล์ |
| unlink() | ใช้ลบไฟล์ |
| stat() | ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array |
| fstat() | ใช้คืนค่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไฟล์แบบ array |
| filetype() | ใช้คืนค่าประเภทของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด ) |
| fileinode() | ใช้คืนค่า หมายเลขรหัสประจำไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด ) |
| fileperms() | ใช้คืน หมายเลข permission ของไฟล์ ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด ) |
| fileowner() | ใช้คืนค่า หมายเลขประจำเจ้าของไฟล์ |
| filesize() | ใช้คืนค่า ขนาดของไฟล์ หน่วย byte |
| fileatime() | ใช้คืนค่า เวลาการใช้งานครั้งล่าสุดของไฟล์ แบบ timestamp |
| filemtime() | ใช้คืนค่า เวลาการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุดแบบ timestamp ( จะคืนค่า false กลับมาถ้าหากผิดพลาด ) |
| filectime() | ใช้คืนค่า เวลาในการสร้างไฟล์แบบ timestamp |
| filegroup() | ใช้คืนค่า หมายเลขประจำกลุ่มของไฟล์ |
| chgrp() | ใช้เปลี่ยนกลุ่มของไฟล์ |
| chown() | ใช้เปลี่ยนเจ้าของไฟล์ |
| chmod() | ใช้เปลี่ยน mode ของไฟล์ |
| disk_total_space() | ใช้คืนค่า ขนาดของ disk หน่วย byte |
| disk_free_space() | ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte |
| diskfreespace() | ใช้คืนค่า ขนาดของพื้นที่ว่างบน disk หน่วยเป็น byte |
| fgetc() | ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละตัวอักษร และเลื่อน pointer ไปยังตัวถัดไป |
| fgets() | ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป |
| fgetss() | ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทีละบรรทัด และเลื่อน pointer ไปยังแถวถัดไป |
| fread() | ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ ตามความยาวของตัวอักษรที่กำหนด |
| fpassthru() | ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผลบน browser ทันที |
| readfile() | ใช้อ่านข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด และนำไปแสดงผล browser ทันที |
| file() | ใช้คืนค่าข้อมูลจากไฟล์ทั้งหมด แล้วเก็บไว้ที่ array โดยแต่ละ key ของ array จะเก็บข้อมูลแต่ละบรรทัดจากไฟล์ |
| fwrite() | ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์ |
| fputs() | ใช้เขียนข้อมูล ( string ) ที่กำหนดลงบนไฟล์ |
| flock() | ใช้ล็อคไฟล์ที่ถูกเปิดด้วย fopen() โดยไม่สามารถใช้ได้ในเครือข่าย NFS และระบบไฟล์แบบ FAT |
| feof() | ใช้ตรวจสอบว่า pointer ชี้ไปยังตำแหน่งสุดท้ายของไฟล์แล้วใช่หรือไม่ |
| ftell() | ใช้คืนค่าตำแหน่ง pointer ภายในไฟล์ โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด |
| rewind() | ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ให้ไปอยู่จุดเริ่มต้นไฟล์ |
| fseek() | ใช้เปลี่ยนตำแหน่งของ pointer ไปยังตำแหน่งที่กำหนด |
| tempnam() | ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว |
| tmpfile() | ใช้ในการสร้างไฟล์ชั่วคราว แบบอ่านและเขียนได้ ( w+ ) และจะถูกลบออกไปเมื่อมีการปิดไฟล์ |
| is_resource() | ใช้ตรวจสอบว่า ตัวแปรที่กำหนด เป็นประเภท resource ใช่หรือไม่ |
| is_file() | ใช้ตรวจสอบว่าไฟล์ที่กำหนดเป็น regular file หรือไม่ |
| is_readable() | ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถอ่านได้หรือไม่ |
| is_writable() | ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่ |
| is_writeable() | ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดสามารถเขียนได้หรือไม่ |
| is_executable() | ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนด สามารถ execute ได้หรือไม่ |
| file_exists() | ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่กำหนดมีอยู่จริง ใช่หรือไม่ |
| basename() | ใช้คืนค่า ชื่อไฟล์ จาก path ที่กำหนด |
|---|---|
| pathinfo() | ใช้คืนค่ารายละเอียดของ path ที่กำหนด |
| getcwd() | ใช้คืนค่า directory ปัจจุบัน ที่กำลังทำงานอยู่ |
| mkdir() | ใช้สร้าง directory |
| rmdir() | ใช้ลบ directory |
| is_dir() | ใช้ตรวจสอบว่าเป็น directory ใช่หรือไม่ |
| opendir() | ใช้เปิดการติดต่อกับ directory โดยจะคืนค่าจำนวนเต็มของการติดต่อ |
| closedir() | ใช้ในการยกเลิกการติดต่อกับ directory |
| readdir() | ใช้คืนค่า ชื่อไฟล์ หรือ ชื่อโฟลเดอร์ ณ ตำแหน่งที่ Pointer ชี้อยู่ และเลื่อน pointer ไปยังตำแหน่งถัดไปด้วย |
| scandir() | ใช้คืนค่าชื่อไฟล์หรือชื่อโฟลเดอร์ใน path ที่กำหนดทั้งหมด โดยจะคืนค่ามาแบบ array |
| rewinddir() | ใช้เปลี่ยนตำแหน่ง pointer ไปยังตำแหน่งแรกสุด |
| chdir() | ใช้เปลี่ยน directory ปัจจุบันที่กำลังใช้งานอยู่ |
| include() | เป็นการเรียกใช้ไฟล์ที่กำหนดเข้ามาไว้ภายในไฟล์ที่เรียกใช้ |
|---|---|
| include_once() | เป็นการเรียกใช้ไฟล์ที่กำหนดเข้ามาไว้ภายในไฟล์ที่เรียกใช้ |
| require() | เป็นการเรียกใช้ไฟล์ที่กำหนดเข้ามาไว้ภายในไฟล์ที่เรียกใช้ |
| require_once() | เป็นการเรียกใช้ไฟล์ที่กำหนดเข้ามาไว้ภายในไฟล์ที่เรียกใช้ |
| php_logo_guid() | ใช้คืนค่ารหัสภาพ logo ของภาษา php |
| phpversion() | ใช้ตรวจสอบ version ของ php |
| zend_logo_guid() | ใช้คืนค่ารหัสภาพ logo ของ zend engine |
| phpinfo() | ใช้แสดงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ php |
| phpcredits() | ใช้แสดงรายชื่อทีมงานที่ร่วมกันพัฒนา php |
| version_compare() | ใช้เปรียบเทียบ version ของ php |
| highlight_file() | ใช้แสดงข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในไฟล์ที่กำหนด |
| show_source() | ใช้แสดงข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในไฟล์ที่กำหนด |
| highlight_string() | ใช้แสดงสีสันให้กับ source code ที่กำหนด |
| ini_set() | ใช้กำหนดค่าให้กับคำสั่งที่อยู่ในไฟล์ php.ini |
| ini_get() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูลของคำสั่งที่อยู่ในไฟล์ php.ini |
| exit() | ใช้หยุดการทำงานของ script |
| die() | ใช้หยุดการทำงานของ script แต่ก่อนที่จะหยุดจะแสดงข้อความที่กำหนดก่อนเสมอ |
| mail() | ใช้ในการส่ง mail โดยจะคืนค่า true ถ้าส่ง mail ได้สำเร็จ |
|---|---|
| gethostbyaddr() | ใช้เปลงหมายเลข IP ให้เป็น host name |
| gethostbyname() | ใช้แปลง host name ให้เป็นหมายเลข IP |
| gethostbynamel() | ใช้คืนค่าหมายเลข IP จาก host name แล้วเก็บไว้ที่ array |
| getenv() | ใช้คืนค่าข้อมูลของตัวแปร SERVER หรือ ENV โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด |
| mysql_connect() | ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล |
|---|---|
| mysql_pconnect() | ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล |
| mysql_ping() | ใช้ตรวจสอบว่ากำลังเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลอยู่หรือไม่ |
| mysql_close() | ใช้ยกเลิกการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล |
| mysql_create_db() | ใช้สร้าง ฐานข้อมูล |
| mysql_drop_db() | ใช้ลบ ฐานข้อมูล |
| mysql_list_dbs() | ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อของฐานข้อมูลทั้งหมด |
| mysql_db_name() | ใช้คืนค่า ชื่อของฐานข้อมูล จาก result |
| mysql_list_tables() | ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อของตารางทั้งหมด |
| mysql_tablename() | ใช้คืนค่า ชื่อของตาราง จาก result |
| mysql_select_db() | ใช้เลือก ฐานข้อมูล ที่จะใช้งาน |
| mysql_selectdb() | ใช้เลือก ฐานข้อมูล ที่จะใช้งาน โดยจะคืนค่า false ถ้าหากเกิดความผิดพลาด |
| mysql_query() | ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูลที่ได้เลือกไว้ |
| mysql_db_query() | ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูลที่ได้กำหนดไว้ |
| mysql_insert_id() | ใช้ในการคืนค่า ค่าข้อมูล ของฟิลด์ที่เป็นแบบ auto_increment ของแถวใหม่ที่ได้เพิ่มเข้าไปโดยคำสั่ง INSERT ของ SQL |
| mysql_free_result() | ใช้ในการคืนค่า หน่วยความจำ |
| mysql_num_rows() | ใช้นับจำนวนแถวทั้งหมดของ result |
| mysql_num_fields() | ใช้นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดของ result |
| mysql_numfields() | ใช้นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดของ result |
| mysql_affected_rows() | ใช้นับจำนวนแถวที่ได้รับผลกระทบจากการประมวลผลคำสั่ง INSERT, UPDATE, DELETE ไปยังฐานข้อมูล |
| mysql_data_seek() | ใช้เลื่อน pointer ไปยังแถวที่กำหนดใน result โดยจะคืนค่า false ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น |
| mysql_list_fields() | ใช้คืนค่า result ที่เก็บชื่อฟิลด์ทั้งหมด ของตารางที่กำหนด ในฐานข้อมูลที่กำหนด |
| mysql_field_seek() | ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนดใน result |
| mysql_fieldseek() | ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนดใน result |
| mysql_field_table() | ใช้คืนค่า ชื่อตาราง ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result |
| mysql_field_name() | ใช้คืนค่า ชื่อคอลัมน์ที่กำหนด ใน result |
| mysql_field_type() | ใช้คืนค่า ชนิดข้อมูล ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result |
| mysql_field_len() | ใช้คืนค่า ขนาดข้อมูล ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result |
| mysql_field_flags() | ใช้คืนค่า รายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะ ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result |
| mysql_result() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ในแถวและคอลัมน์ที่กำหนด ของ result |
| mysql_fetch_row() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป |
| mysql_fetch_array() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป |
| mysql_fetch_assoc() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป |
| mysql_fetch_lengths() | ใช้คืนค่า ขนาดของข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ แล้วเก็บไว้ที่ array และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป |
| mysql_fetch_object() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ object และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป |
| mysql_fetch_field() | ใช้คืนค่า รายละเอียด ของคอลัมน์ที่กำหนด ใน result |
| mysql_error() | ใช้คืนค่า ข้อความ แสดงความผิดพลาดล่าสุด ของการทำงานกับฐานข้อมูล |
| mysql_errno() | ใช้คืนค่า รหัสของความผิดพลาดล่าสุด ของการทำงานกับฐานข้อมูล |
| mysql_list_processes() | ใช้คืนค่า process ของ MySQL แบบ result |
| mysql_stat() | ใช้คืนค่า สถานะปัจจุบันของ MySQL |
| mysql_thread_id() | ใช้คืนค่า หมายเลข thread ปัจจุบัน |
| mysql_get_proto_info() | ใช้คืนค่า version ของ protocol ที่ใช้กับ mysql |
| mysql_get_server_info() | ใช้คืนค่า version ของ MySQL ที่ใช้งานอยู่ใน server |
| mysql_get_client_info() | ใช้คืนค่า version ของ MySQL ที่ใช้งานอยู่ใน client |
| mysql_get_host_info() | ใช้คืนค่า host ที่ติดตั้ง MySQL |
| mysql_info() | ใช้คืนค่า ข้อมูลรายละเอียด เกี่ยวกับ query ล่าสุดที่ประมวลผลในฐานข้อมูล |
| mysqli() | ใช้ในการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล |
|---|---|
| close() | ใช้ยกเลิกการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล |
| select_db() | ใช้เลือกฐานข้อมูลที่จะใช้งาน |
| query() | ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ไปยังฐานข้อมูล |
| insert_id | ใช้ในการคืนค่า ค่าข้อมูล ของฟิลด์ที่เป็นแบบ auto_increment ของแถวใหม่ที่ได้เพิ่มเข้าไปโดยคำสั่ง INSERT ของ SQL |
| affected_rows | ใช้นับจำนวนแถวที่ได้รับผลกระทบจากการประมวลผลคำสั่ง INSERT, UPDATE, DELETE ไปยังฐานข้อมูล |
| autocommit() | ใช้กำหนดว่าจะให้ commit โดยอัตโนมัติหรือไม่ |
| commit() | ใช้สั่งให้ commit ในกรณีที่ commit คือ false |
| num_rows | ใช้คืนค่า จำนวนแถวทั้งหมด |
| field_count | ใช้คืนค่า จำนวนคอลัมน์ทั้งหมด |
| fetch_object() | ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ result ในแถวที่ชี้อยู่ และเก็บไว้ที่ object และเลื่อนไปตัวชี้ชี้ไปยังตำแหน่งถ้ดไป |
| data_seek() | ใช้เลื่อน pointer ไปยังแถวที่กำหนด |
| field_seek() | ใช้เลื่อน pointer ไปยังคอลัมน์ที่กำหนด |
| md5() | ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูล ด้วย algorithm Message-Digest นิยมใช้ในระบบสมาชิก ( ถอดรหัสไม่ได้ ) |
|---|---|
| md5_file() | ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในไฟล์ที่กำหนด ด้วย algorithm Message-Digest ( ถอดรหัสไม่ได้ ) |
| sha1() | ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูล ด้วย algorithm sha1 นิยมใช้กับรหัสผ่าน ( ถอดรหัสไม่ได้ ) |
| sha1_file() | ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลท้งหมดที่มีอยู่ในไฟล์ที่กำหนด ด้วย algorithm sha1 นิยมใช้กับรหัสผ่าน ( ถอดรหัสไม่ได้ ) |
| crc32() | ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลด้วย algorithm cyclic redundancy checksum |
| convert_uuencode() | ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลโดย algorithm uuencode นิยมใช้กับ email, NewsGroup |
| convert_uudecode() | ใช้ในการถอดรหัสข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสโดย algorithm uuencode |
| str_rot13() | ใช้ในการเข้ารหัส-ถอดรหัสข้อมูลโดย algorithm rot13 |
| crypt() | ใช้ในการเข้ารหัข้อมูล ( ยังไม่มีการถอดรหัสข้อมูล ) |
| bin2hex() | ใช้แปลง string เป็นเลขฐาน 16 ( string to ascii to ฐาน 16 ) |
| bindec() | ใช้แปลงเลขฐาน 2 เป็นเลขฐาน 10 |
| decbin() | ใช้แปลงเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 2 |
| octdec() | ใช้แปลงเลขฐาน 8 เป็นเลขฐาน 10 |
| decoct() | ใช้แปลงเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 8 |
| hexdec() | ใช้แปลงเลขฐาน 16 เป็นเลขฐาน 10 |
| dechex() | ใช้แปลงเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 16 |
| base_convert() | ใช้แปลงเลขฐาน จากฐานที่กำหนด เป็นเลขฐานที่กำหนด |
| _FILE_ | ใช้คืนค่า ชื่อไฟล์ ที่กำลังทำงานอยู่ |
|---|---|
| _LINE_ | ใช้คืนค่า บรรทัดที่ ที่กำลังเรียกใช้คำสั่งนี้ |
| _FUNCTION_ | ใช้คืนค่า ชื่อฟังก์ชัน |
| _CLASS_ | ใช้คืนค่า ชื่อคลาส |
| _METHOD_ | ใช้คืนค่า ชื่อเมธอด |
| PHP_VERSION | ใช้คืนค่า version ของ php |
| PHP_OS | ใช้คืนค่า ระบบปฏิบัติการ |
| PHP_SAPI | ใช้คืนค่า ชื่อของ SAPI |
| func_name ( $param1, $param2, ..., $paramN ) | ใช้ในการสร้าง function |
|---|---|
| func_name ( $param = default_value ) | ใช้ในการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับ parameter และหมายความว่า parameter ตรงนั้น |
| func_name ( & $param ) | เป็นการรับค่าแบบ reference คือการอ้างถึงตัวแปร |
| return array ( value1, value2, ..., valueN ); | เป็นการ return ค่าที่มากกว่า 1 ค่า โดยคืนค่าเป็น array |
| $varname = "functionName"; | ใช้ในการสร้างตัวแปรจาก function |
| func_name ( ) | ใช้สร้าง function แบบมี parameter ไม่จำกัด คือจะส่งค่า argument มากี่ตัวก็ได้ |
| ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ | ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ |
|---|---|
| ตัวดำเนินการการกำหนดค่า | ตัวดำเนินการการกำหนดค่า |
| ตัวดำเนินการเพิ่มค่าหรือลดค่า | ตัวดำเนินการเพิ่มค่าหรือลดค่า |
| ตัวดำเนินการเชิงเปรียบเทียบ | ตัวดำเนินการเชิงเปรียบเทียบ |
| ตัวดำเนินการเชิงตรรกะ | ตัวดำเนินการเชิงตรรกะ |
| ตัวดำเนินการเชิงข้อความ | ตัวดำเนินการเชิงข้อความ |
| ตัวดำเนินการเชิงอาร์เรย์ | ตัวดำเนินการเชิงอาร์เรย์ |
| ตัวดำเนินการควบคุมความผิดพลาด | ตัวดำเนินการควบคุมความผิดพลาด |
| ตัวดำเนินการตรวจสอบ class ของ object | ตัวดำเนินการตรวจสอบ class ของ object |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน IF | คำสั่ง if คือ ใช้ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าหากว่าเงื่อนไขเป็นจริง ก็จะทำตามคำสั่งที่กำหนด |
|---|---|
| คำสั่งควบคุมการทำงาน IF ELSE | คำสั่ง if คือ ใช้ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าหากว่าเงื่อนไขเป็นจริง ก็จะทำตามคำสั่งที่กำหนด |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน IF ELSE IF | คำสั่ง if คือ ใช้ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าหากว่าเงื่อนไขเป็นจริง ก็จะทำตามคำสั่งที่กำหนด |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน NESTED IF | คำสั่ง if คือ ใช้ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าหากว่าเงื่อนไขเป็นจริง ก็จะทำตามคำสั่งที่กำหนด |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน IF ELSEIF ENDIF | คำสั่ง if คือ ใช้ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าหากว่าเงื่อนไขเป็นจริง ก็จะทำตามคำสั่งที่กำหนด |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน SWITCH CASE | คำสั่ง switch case คือ จะตรวจสอบค่าของตัวแปร ถ้าตรงตามเงื่อนไขใดก็จะทำตามคำสั่งนั้นๆ จนกว่าจะเจอ คำสั่ง break |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน SWITCH CASE ENDSWITCH | คำสั่ง switch case คือ จะตรวจสอบค่าของตัวแปร ถ้าตรงตามเงื่อนไขใดก็จะทำตามคำสั่งนั้นๆ จนกว่าจะเจอ คำสั่ง break |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน EXPRESSION | คำสั่ง expression คือ ใช้กำหนดคำสั่งแบบมีเงื่อนไข |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน FOR | คำสั่ง for คือ จะทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และจะจบการทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน FOR ENDFOR | คำสั่ง for คือ จะทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และจะจบการทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน WHILE | คำสั่ง while คือ จะทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และจะจบการทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน WHILE ENDWHILE | คำสั่ง while คือ จะทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และจะจบการทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ |
| คำสั่งควบคุมการทำงาน DO WHILE | คำสั่ง do while คือ จะทำงานก่อน 1 ครั้ง แล้วหลังจากนั้นจะทำงานก็ต่อเมื่อเงื่อนไขยังเป็นจริงอยู่ |
| คำสั่งการเข้าถึง value ใน array | เป็นการเข้าถึง value ใน array ตั้งแต่ตัวแรกจนถึงตัวสุดท้าย |
| คำสั่งการเข้าถึง index และ value ใน array | เป็นการเข้าถึง index และ value ใน array ตั้งแต่ตัวแรกจนถึงตัวสุดท้าย โดยไม่จำเป็นต้องรู้ถึงลำดับ |