MySQL String Function : สอน คำสั่ง ของ String Function, เรียน คำสั่ง ของ String Function
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • ASCII ( char ) ใช้คืนค่ารหัส ascii ของ char ที่กำหนด
    ORD ( string ) ใช้คืนค่ารหัส ascii ของ string (คือจะนำค่า ascii ของแต่ละตัวใน string มารวมกัน)
    CONV ( num, from_base, to_base ) ใช้แปลงค่า num ที่เป็นเลขฐาน from_base ให้เป็นเลขฐาน to_base
    BIN ( num ) ใช้แปลงค่า num ให้เป็นเลขฐาน 2
    OCT ( num ) ใช้แปลงค่า num ให้เป็นเลขฐาน 8
    HEX ( num ) ใช้แปลงค่า num ให้เป็นเลขฐาน 16
    CHAR ( num1, num2, ..., numN ) ใช้แปลงค่า num1, num2, ..., numN ให้เป็นข้อความ โดยเปรียบเทียบค่าจาก รหัส ascii
    CONCAT ( char1, char2, ..., charN ) ใช้นำสตริงของ char1, char2, ..., charN นำมาต่อกัน
    CONCAT_WS ( separator, char1, char2, ..., charN ) ใช้นำสตริงของ char1, char2, ..., charN นำมาต่อกัน โดยมีตัวเชื่อมแต่ละสตริงตาม separator ที่กำหนด
    LENGTH ( char ) ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด
    OCTET_LENGTH ( char ) ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด
    CHAR_LENGTH ( char ) ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด
    CHARACTER_LENGTH ( char ) ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด
    LOCATE ( word, sentence ) ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา
    LOCATE ( word, sentence, start ) ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา
    POSITION ( word IN sentence ) ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา
    INSTR ( sentence, word ) ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา
    LPAD ( sentence, length, word ) ใช้คืนค่า sentence ที่มีขนาดจำนวนตัวอักษรเท่ากับ length
    RPAD ( sentence, length, word ) ใช้คืนค่า sentence ที่มีขนาดจำนวนตัวอักษรเท่ากับ length
    LEFT ( sentence, length ) ใช้คืนค่า sentence โดยจะตัดสตริงให้เหลือเพียงจำนวนตัวอักษร length โดยจะเริ่มนับจากทางซ้าย
    RIGHT ( sentence, length ) ใช้คืนค่า sentence โดยจะตัดสตริงให้เหลือเพียงจำนวนตัวอักษร length โดยจะเริ่มนับจากทางขวา
    SUBSTRING ( sentence, position, length ) ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดไปจำนวน length ตัวอักษร
    SUBSTRING ( sentence FROM position FOR length ) ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดไปจำนวน length ตัวอักษร
    MID ( sentence, position, length ) ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดไปจำนวน length ตัวอักษร
    SUBSTRING ( sentence, position ) ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดจนจบประโยค
    SUBSTRING ( sentence FROM position ) ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดจนจบประโยค
    SUBSTRING_INDEX ( sentence, delimeter, count ) ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยมีรูปแบบของการตัด
    LTRIM ( sentence ) ใช้ต้ดช่องว่างทางซ้ายของ sentence ออกไป
    RTRIM ( sentence ) ใช้ต้ดช่องว่างทางขวาของ sentence ออกไป
    TRIM ( sentence ) ใช้ต้ดช่องว่างทางซ้ายและทางขวาของ sentence ออกไป
    SPACE ( num ) ใช้กำหนดให้มีช่องว่างจำนวน num ตัวอักษร
    REPLACE ( sentence, word, replacement ) ใช้ค้นหาค่าของ word ภายใน sentence แล้วแทนที่ word นั้นด้วยค่า replacement
    REPEAT ( sentence, count ) ใช้คืนค่า sentence จำนวน count ครั้ง
    REVERSE ( sentence ) ใช้สลับค่าของ sentence โดยจะสลับจากหน้าไปหลัง และจากหลังไปหน้า
    INSERT ( sentence, position, length, word ) ใช้แทนที่ค่าของ word เข้าไปใน sentence ที่กำหนด
    ELT ( index, char1, char2, ..., charN ) ใช้คืนค่าของสตริง โดยถ้า index = 1 จะคืนค่า char1, ถ้า index = 2 จะคืนค่า char2, ถ้า index = N จะคืนค่า charN
    FIELD ( word, char1, char2, ..., charN ) ใช้คืนค่าของ ตำแหน่ง โดยถ้า word = char1 จะคืนค่า 1, ถ้า word = char2 จะคืนค่า 2, ถ้า word = charN จะคืนค่า N
    FIELD_IN_SET ( word, list ) ใช้คืนค่าว่า word เป็นค่าข้อมูลที่เท่าใดภายใน list
    LCASE ( sentence ) ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด
    LOWER ( sentence ) ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด
    UCASE ( sentence ) ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
    UPPER ( sentence ) ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
    LOAD_FILE ( filename ) ใช้อ่านข้อมูลที่อยู่ใน filename ที่กำหนด
  • function :
    ASCII(char)

    content :
    ใช้คืนค่ารหัส ascii ของ char ที่กำหนด

    example :
    SELECT ASCII('A')

  • function :
    ORD(string)

    content :
    ใช้คืนค่ารหัส ascii ของ string (คือจะนำค่า ascii ของแต่ละตัวใน string มารวมกัน)

    example :
    SELECT ORD('Function')

  • function :
    CONV(num,from_base,to_base)

    content :
    ใช้แปลงค่า num ที่เป็นเลขฐาน from_base ให้เป็นเลขฐาน to_base

    example :
    SELECT CONV('6E', 16, 10)

  • function :
    BIN(num)

    content :
    ใช้แปลงค่า num ให้เป็นเลขฐาน 2

    example :
    SELECT BIN(12)

  • function :
    OCT(num)

    content :
    ใช้แปลงค่า num ให้เป็นเลขฐาน 8

    example :
    SELECT OCT(12)

  • function :
    HEX(num)

    content :
    ใช้แปลงค่า num ให้เป็นเลขฐาน 16

    example :
    SELECT HEX(255)

  • function :
    CHAR(num1,num2,...,numN)

    content :
    ใช้แปลงค่า num1, num2, ..., numN ให้เป็นข้อความ โดยเปรียบเทียบค่าจาก รหัส ascii

    example :
    SELECT CHAR(77,121,83,81,76)

  • function :
    CONCAT(char1,char2,...,charN)

    content :
    ใช้นำสตริงของ char1, char2, ..., charN นำมาต่อกัน

    example :
    SELECT CONCAT('My','SQL')

  • function :
    CONCAT_WS(separator,char1,char2,...,charN)

    content :
    ใช้นำสตริงของ char1, char2, ..., charN นำมาต่อกัน
    โดยมีตัวเชื่อมแต่ละสตริงตาม separator ที่กำหนด

    example :
    SELECT CONCAT_WS(',','firstname','lastname','address')

  • function :
    LENGTH(char)

    content :
    ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด

    example :
    SELECT LENGTH(firstname) FROM person

  • function :
    OCTET_LENGTH(char)

    content :
    ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด

    example :
    SELECT OCTET_LENGTH(firstname) FROM person

  • function :
    CHAR_LENGTH(char)

    content :
    ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด

    example :
    SELECT CHAR_LENGTH(firstname) FROM person

  • function :
    CHARACTER_LENGTH(char)

    content :
    ใช้หาค่าความยาวของ char ที่กำหนด

    example :
    SELECT CHARACTER_LENGTH(firstname) FROM person

  • function :
    LOCATE(word,sentence)

    content :
    ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา

    example :
    SELECT LOCATE('Mr.',name) FROM person

  • function :
    LOCATE(word,sentence,start)

    content :
    ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา
    โดยเริ่มต้นค้นหาจากตำแหน่ง start ที่กำหนด

    example :
    SELECT LOCATE('Mr.',name,5) FROM person

  • function :
    POSITION(word IN sentence)

    content :
    ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา

    example :
    SELECT POSITION('Mr.' IN name) FROM person

  • function :
    INSTR(sentence,word)

    content :
    ใช้คืนค่าตำแหน่งแรกที่พบค่าของ word ภายใน sentence โดยค้นหาจากซ้ายไปขวา

    example :
    SELECT INSTR(name,'Mr.') FROM person

  • function :
    LPAD(sentence,length,word)

    content :
    ใช้คืนค่า sentence ที่มีขนาดจำนวนตัวอักษรเท่ากับ length
    โดยถ้ามีน้อยกว่าก็จะเพิ่มค่าของ word เข้าไปทางซ้ายจนกว่า sentence จะมีจำนวนตัวอักษรเท่ากับ length

    example :
    SELECT LPAD(id,9,'0') FROM orders

  • function :
    RPAD(sentence,length,word)

    content :
    ใช้คืนค่า sentence ที่มีขนาดจำนวนตัวอักษรเท่ากับ length
    โดยถ้ามีน้อยกว่าก็จะเพิ่มค่าของ word เข้าไปทางขวาจนกว่า sentence จะมีจำนวนตัวอักษรเท่ากับ length

    example :
    SELECT RPAD(id,9,'0') FROM orders

  • function :
    LEFT(sentence,length)

    content :
    ใช้คืนค่า sentence โดยจะตัดสตริงให้เหลือเพียงจำนวนตัวอักษร length
    โดยจะเริ่มนับจากทางซ้าย

    example :
    SELECT LEFT(name,10) FROM person

  • function :
    RIGHT(sentence,length)

    content :
    ใช้คืนค่า sentence โดยจะตัดสตริงให้เหลือเพียงจำนวนตัวอักษร length
    โดยจะเริ่มนับจากทางขวา

    example :
    SELECT RIGHT(name,10) FROM person

  • function :
    SUBSTRING(sentence,position,length)

    content :
    ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดไปจำนวน length ตัวอักษร

    example :
    SELECT SUBSTRING(name,3,10) FROM person

  • function :
    SUBSTRING(sentence FROM position FOR length)

    content :
    ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดไปจำนวน length ตัวอักษร

    example :
    SELECT SUBSTRING(name FROM 3 FOR 10) FROM person

  • function :
    MID(sentence,position,length)

    content :
    ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดไปจำนวน length ตัวอักษร

    example :
    SELECT MID(name,3,10) FROM person

  • function :
    SUBSTRING(sentence,position)

    content :
    ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดจนจบประโยค

    example :
    SELECT SUBSTRING(name,3) FROM person

  • function :
    SUBSTRING(sentence FROM position)

    content :
    ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยจะเริ่มตัดจากตำแหน่ง position และตัดจนจบประโยค

    example :
    SELECT SUBSTRING(name FROM 3) FROM person

  • function :
    SUBSTRING_INDEX(sentence,delimeter,count)

    content :
    ใช้ตัดสตริงของ sentence โดยมีรูปแบบของการตัด คือ
    นับจำนวน delimeter ใน sentence จำนวน count ครั้ง
    โดยถ้า count เป็นค่าบวกจะเริ่มนับจากทางซ้าย
    แต่ถ้า count เป็นค่าลบจะเริ่มนับจากทางขวา
    ซึ่งเมื่อนับ delimeter ไปจำนวน count ครั้งแล้วก็จะตัดสตริงนั้นออกมา

    example :
    SELECT SUBSTRING_INDEX('www.function.in.th','.',3)

  • function :
    LTRIM(sentence)

    content :
    ใช้ต้ดช่องว่างทางซ้ายของ sentence ออกไป

    example :
    SELECT LTRIM(name) FROM person

  • function :
    RTRIM(sentence)

    content :
    ใช้ต้ดช่องว่างทางขวาของ sentence ออกไป

    example :
    SELECT RTRIM(name) FROM person

  • function :
    TRIM(sentence)

    content :
    ใช้ต้ดช่องว่างทางซ้ายและทางขวาของ sentence ออกไป

    example :
    SELECT TRIM(name) FROM person

  • function :
    SPACE(num)

    content :
    ใช้กำหนดให้มีช่องว่างจำนวน num ตัวอักษร

    example :
    SELECT firstname + SPACE(2) + lastname FROM person

  • function :
    REPLACE(sentence,word,replacement)

    content :
    ใช้ค้นหาค่าของ word ภายใน sentence แล้วแทนที่ word นั้นด้วยค่า replacement

    example :
    SELECT REPLACE(name,'Mr.','นาย ') FROM person

  • function :
    REPEAT(sentence,count)

    content :
    ใช้คืนค่า sentence จำนวน count ครั้ง

    example :
    SELECT REPEAT('www.function.in.th',3)

  • function :
    REVERSE(sentence)

    content :
    ใช้สลับค่าของ sentence โดยจะสลับจากหน้าไปหลัง และจากหลังไปหน้า

    example :
    SELECT REVERSE(name) FROM person

  • function :
    INSERT(sentence,position,length,word)

    content :
    ใช้แทนที่ค่าของ word เข้าไปใน sentence ที่กำหนด 
    โดยจะเริ่มแทนที่จากตำแหน่ง position ที่กำหนดไปจำนวน length ที่กำหนด

    example :
    SELECT INSERT(name,1,4,'นาย ') FROM person

  • function :
    ELT(index,char1,char2,...,charN)

    content :
    ใช้คืนค่าของสตริง โดยถ้า index = 1 จะคืนค่า char1, ถ้า index = 2 จะคืนค่า char2,
    ถ้า index = N จะคืนค่า charN

    example :
    SELECT ELT(2,'www','function','in.th')

  • function :
    FIELD(word,char1,char2,...,charN)

    content :
    ใช้คืนค่าของ ตำแหน่ง โดยถ้า word = char1 จะคืนค่า 1, ถ้า word = char2 จะคืนค่า 2,
    ถ้า word = charN จะคืนค่า N

    example :
    SELECT FIELD('function','www','function','in.th')

  • function :
    FIELD_IN_SET(word,list)

    content :
    ใช้คืนค่าว่า word เป็นค่าข้อมูลที่เท่าใดภายใน list

    example :
    SELECT FIELD_IN_SET('function','www,function,in,th')

  • function :
    LCASE(sentence)

    content :
    ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

    example :
    SELECT LCASE(name) FROM person

  • function :
    LOWER(sentence)

    content :
    ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

    example :
    SELECT LOWER(name) FROM person

  • function :
    UCASE(sentence)

    content :
    ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

    example :
    SELECT UCASE(name) FROM person

  • function :
    UPPER(sentence)

    content :
    ใช้แปลงค่าตัวอักษรภายใน sentence ให้เป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

    example :
    SELECT UPPER(name) FROM person

  • function :
    LOAD_FILE(filename)

    content :
    ใช้อ่านข้อมูลที่อยู่ใน filename ที่กำหนด

    example :
    SELECT LOAD_FILE('/tmp/detail')

 
Share This Chapter Login with Facebook