Kohana E-Learning Programming : สอน function ของ Kohana, เรียน function ของ Kohana
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • Controllers เงื่อนไขของ controller
    Models เงื่อนไขของ model
    Views เงื่อนไขของ view
    Library เงื่อนไขของ library
    Helpers เงื่อนไขของ helper
    Hooks เงื่อนไขของ hook
    Error Handling เงื่อนไขของ Error Handling
  • system.ready ถูกเรียกใช้หลังจากที่ hook ถูก include ไฟล์
    system.routing ประมวลผลด URI โดยจะไปเรียกใช้ Router::find_uri() และ Router::setup()
    systerm.post_routing ถูกเรียกใช้หลังจากที่ ประมวลผล Router::find_uri() และ Router::setup() เรียบร้อย
    system.execute controller object จะถูกสร้าง โดยจะไปเรียกใช้คำสั่ง Kohana::instance()
    system.pre_controller หลังจาก controller file ถูกโหลด แต่ก่อนที่ controller ถูกสร้างเป็น object
    system.post_controller_constructor หลังจาก constructor ของ controller ประมวลผลสำเร็จ
    system.post_controller หลังจาก controller ถูกสร้างเป็น object แล้ว ( หลังจากไปประมวลผล method ที่เรียกใช้ เรียบร้อยแล้วด้วย )
    system.shutdown เป็นเหตุการณืสุดท้ายที่จะประมวลผล โดยจะทำก่อนที่ php จะเริ่ม shutdown ( เรียกใช้ Kohana::shutdown )
    system.send_headers ก่อนที่ global output buffer จะถูกปิด และก่อนที่ content จะถูกแสดงผล
    system.display ก่อนที่ display output จะถูกแสดงผล ( ก่อน view render )
    system.404 ถูกเรียกใช้เมื่อไม่พบ page ( เรียกใช้ Kohana::show_404() )
    system.redirect ก่อนที่จะ redirect
  • Routing คืออะไร ? Routing มีไว้เพื่อกำหนด controller ที่จะถูก execute ในกรณีที่ไม่มีการกำหนด controller
    วิธีการกำหนด Default Controller วิธีการกำหนด Default Controller
    $current_uri ใช้คืนค่า uri ปัจจุบัน ( ตั้งแต่ controller จนถึง argument ตัวสุดท้าย )
    $query_string ใช้คืนค่า query string
    $complete_uri ใช้คืนค่า Routing::$current_uri + Routing::$query_string
    $routed_uri ใช้คืนค่า default controller ที่กำหนดไว้ใน ตัวแปร $config["_default"]
    $url_suffix ใช้คืนค่า suffix ของ url เช่น php
    $segments ใช้คืนค่า segments ทั้งหมดแบบ array
    $rsegments ใช้คืนค่า segments ทั้งหมดแบบ array
    $controller ใช้คืนค่า controller
    $controller_path ใช้คืนค่า absolute path ของ url ปัจจุบัน คือตั้งแต่ drive ที่วางไฟล์นั้นๆ
    $method ใช้คืนค่า method ของ controller
    $arguments ใช้คืนค่า arguments ทั้งหมดแบบ array
  • add() ใช้เพิ่ม Event ให้กับเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด
    add_before() ใช้เพิ่ม Event ให้กับเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด โดย method นี้จะถูกประมวลผลก่อน exsiting_method
    add_after() ใช้เพิ่ม Event ให้กับเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด โดย method นี้จะถูกประมวลผลหลัง exsiting_method
    replace() ใช้เพิ่ม Event ให้กับเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด โดย method นี้จะถูกนำไปแทน exsiting_method
    get() ใช้คืนค่า method ทั้งหมดของเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด โดยจะคืนค่ามาแบบ array
    clear() ใช้ยกเลิก method ของเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด
    run() ใช้ execute method ทั้งหมดในเหตุการณ์ general_event ที่กำหนด
    has_run() ใช้ตรวจสอบว่า เหตุการณ์ general_event ที่กำหนดมี method ที่ถูกเพิ่มไปหรือไม่
  • start() เริ่มจับเวลาประมวลผล และเริ่มนับจำนวนทรัพยากรที่ใช้
    stop() หยุดจับเวลาการประมวลผล และหยุดนับจำนวนทรัพยากรที่ใช้
    get() ใช้คืนค่าเวลาที่จับได้ และจำนวนทรัพยากรที่ใช้ โดยจะคืนค่ามาให้แบบ array จะมี 2 key คือ time และ memory
  • config() ใช้คืนค่า value ของตัวแปร $config ตาม key ที่กำหนด
    config_set() ใช้กำหนดค่าของ $config ในขณะ run time
    config_load() ใช้คืนค่า $config ทั้งหมดของ group ที่กำหนด โดยจะคืนค่ามาแบบ array
    config_clear() ใช้ลบ $config ที่ Load มา ( ลบใน cache )
    instance() ใช้สร้าง Object Kohana
    debug() ใช้คืนค่า Html ที่จัดความสมดุลให้แล้ว
    lang() ใช้คืนค่า value ของตัวแปร $lang ตาม key ที่กำหนด
    key_string() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ array ที่กำหนด ตาม key ที่กำหนด
    list_files() ใช้คืนค่าไฟล์ทั้งหมดใน directory ที่กำหนด
    find_file() ใช้คืนค่า path ของไฟล์ที่ค้นหา โดยถ้าหากไม่พบไฟล์ที่กำหนดจะคืนค่า false กลับมา
    user_agent ( key ) ใช้คืนค่า ข้อมูล ของ key ที่กำหนด
    user_agent ( tests, accept ) ใช้ตรวจสอบว่า เป็น สิ่งที่กำหนด ใช่หรือไม่
  • new Database () ใช้สร้าง object ของ Library Database
    query() ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql ที่กำหนด
    last_query() ใช้คืนค่า คำสั่ง sql ล่าสุด ที่ได้ประมวลผลไปยังฐานข้อมูล
    list_fields() ใช้คืนค่า ชื่อคอลัมน์ ของ table ที่กำหนด
    field_data() ใช้คืนค่า รายละเอียดต่างๆ ของ table ที่กำหนด
    table_exists() ใช้ตรวจสอบว่ามี table ที่กำหนด อยู่ใน database จริงหรือไม่
    list_tables() ใช้คืนค่า ชื่อ table ทั้งหมด ของ database ที่กำลังติดต่ออยู่
    insert_id() ใช้คืนค่า ข้อมูลของ field ที่เป็นแบบ auto_increment ของ record ล่าสุดที่ถูกเพิ่มลงใน table
    count() ใช้คืนค่า จำนวนแถวข้อมูล ของ result
  • new Validation () ใช้สร้าง Object ของ Validation
    add_rules () ใช้กำหนด field ที่จะตรวจสอบ และกำหนดเงื่อนไขที่จะตรวจสอบ
    pre_filter () ใช้ เข้า function ที่กำหนด ให้กับ field ที่กำหนด ก่อนการตรวจสอบ rules
    post_filter () ใช้ เข้า function ที่กำหนด ให้กับ field ที่กำหนด หลังจากการตรวจสอบ rules
    validate() ใช้ตรวจสอบว่าทุกๆอย่าง ผ่านเงื่อนไขหรือไม่ โดยจะตรวจสอบ pre_filter, rules, callback, post_filter ตามลำดับ
    errors() ใช้คืนค่าความผิดพลาดที่เกิด ที่ไม่ผ่านเงื่อนไขที่ตรวจสอบ
    rules ที่ใช้ในการตรวจสอบเงื่อนไข เช่น required, length, matches, email, url, ip เป็นต้น
  • instance() ใช้สร้าง object ของ Library Session
    create() ใช้สร้าง object ของ Library Session ใหม่ ( คือมันจะทำลายค่าเก่าทั้งหมด )
    destroy() ใช้ทำลายค่าเก่าของ Session ทั้งหมด
    id() ใช้คืนค่า session id
    regenerate() ใช้ generate session ใหม่ และคืนค่า session id นั้นกลับมา
    get() ใช้คืนค่า value ของ name ที่กำหนด
    get_once() ใช้คืนค่า value ของ name ที่กำหนด และจะทำลาย session ของ name นั้นทิ้งทันที
    set() ใช้กำหนดค่า ให้กับ session
    set ( array_data ) ใช้กำหนดค่า ให้กับ session แบบ array
    delete() ใช้ลบ name ออกจาก session ที่กำหนด
  • new URI () ใช้สร้าง Object ของ Library URI
    segment(); ใช้คืนค่าข้อมูลของ segment ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    segment_array() ใช้คืนค่า segment ทั้งหมดแบบ array
    total_segments() ใช้คืนค่า จำนวนของ segment ทั้งหมด
    string() ใช้คืนค่า segment ทั้งหมด ในรูปแบบของ query string
    last_segment() ใช้คืนค่า segment ตัวสุดท้าย
    argument() ใช้คืนค่า ข้อมูลของ argument ตำแหน่งที่กำหนด
    argument_array() ใช้คืนค่า argument ทั้งหมด แบบ array
    total_arguments() ใช้คืนค่า จำนวน ของ argument ทั้งหมด
  • new View () ใช้สร้าง Object ของ Library View
    set() ใช้กำหนด ตัวแปร และ ค่าข้อมูล ที่จะส่งไปยัง page
    set ( array_data ) ใช้กำหนด ตัวแปร และ ค่าข้อมูล ที่จะส่งไปยัง page
    bind() ใช้กำหนด ตัวแปร และ ค่าข้อมูล ที่จะส่งไปยัง page โดยเป็นตัวแปรแบบ by reference
    bind ( array_data ) ใช้กำหนด ตัวแปร และ ค่าข้อมูล ที่จะส่งไปยัง page โดยเป็นตัวแปรแบบ by reference
    set_global() ใช้กำหนด ตัวแปร และ ค่าข้อมูล ที่จะส่งไปยัง page
    is_set() ใช้ตรวจสอบว่า ได้ set ตัวแปร ที่กำหนด ไปยัง page หรือไม่
    render() ใช้แสดงผล view ออกทางหน้าจอ
    set_filename() ใช้กำหนด page ให้กับ object view
    factory() ใช้สร้าง Object ของ Library View แบบ Static
  • new Image () ใช้สร้าง Object ของ Library Image
    resize() ใช้ปรับขนาดรูปภาพ
    crop() ใช้ตัดรูปภาพ จากตำแหน่ง top, left ที่กำหนด โดยจะตัดให้เหลือขนาด width, height ที่กำหนด
    rotate() ใช้หมุนภาพ ทวนเข็มนาฬิกา
    flip() ใช้กำหนดทิศทางของการหมุนรูปภาพ
    sharpen() ใช้กำหนด ค่าความคมชัดของรูปภาพ
    quality() ใช้กำหนดคุณภาพของรูปภาพ โดยคิดเป็น เปอร์เซ็นต์
    save() ใช้บันทึกรูปภาพ ลงใน path ที่กำหนด
    get() ใช้คืนค่า รายละเอียด ของรูปภาพ ตาม type ที่กำหนด
    render() ใช้แสดงรูปภาพให้เห็นทาง browser
  • new Calendar () ใช้สร้าง Object ของ Library Calendar
    render() ใช้แสดงปฏิทินออกทางหน้าจอ
  • new Captcha () ใช้สร้าง Object ของ Library Captcha
    render() ใช้คืนค่า captcha
    valid() ใช้ตรวจสอบว่าค่าที่ post มาตรงกับ captcha หรือไม่
    valid_count() ใช้กำหนดค่า หรือ คืนค่า ว่ามีการ valid แล้วทั้งหมดกี่ครั้ง
    invalid_count() ใช้กำหนดค่า หรือ คืนค่า ว่ามีการ invalid แล้วทั้งหมดกี่ครั้ง
    reset_count() ใช้ล้าง session ของการนับจำนวน valid และ in-valid
    การกำหนด ลักษณะของ captcha ให้กำหนดใน folder "system/config/captcha.php"
    style ใช้กำหนดรูปแบบของ captcha โดยมีค่าที่เป็นไปได้ คือ basic, alpha, word, math, riddle
    width ใช้กำหนด ความกว้าง ของ captcha
    height ใช้กำหนด ความสูง ของ captcha
    complexity ใช้กำหนด จำนวนตัวอักษร ของ captcha
    fontpath ใช้กำหนด path ของ font ที่จะใช้ใน captcha
  • new Input () ใช้สร้าง Object ของ Library Input
    get() ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_GET
    get ( key, default_value ) ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_GET["key"] และจะคืนค่า default_value ในกรณีที่ key ไม่มีอยู่จริง
    post() ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_POST
    post ( key, default_value ) ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_POST["key"] และจะคืนค่า default_value ในกรณีที่ key ไม่มีอยู่จริง
    cookie() ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $COOKIE
    cookie ( key, default_value ) ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_COOKIE["key"] และจะคืนค่า default_value ในกรณีที่ key ไม่มีอยู่จริง
    server ( key, default_value ) ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_SERVER["key"] และจะคืนค่า default_value ในกรณีที่ key ไม่มีอยู่จริง
    server ( key, default_value ) ใช้คืนค่าข้อมูลเหมือนคำสั่ง $_SERVER["key"] และจะคืนค่า default_value ในกรณีที่ key ไม่มีอยู่จริง
    ip_address() ใช้คืนค่า ip address
  • new Pagination () ใช้สร้าง Object ของ Library Pagination
    initialize() เป็นการกำหนด config ให้กับ Object Pagination
    render() ใช้คืนค่าการแสดงผลของ pagination
  • limit_words() ใช้คืนค่า ข้อความ ตามจำนวนที่กำหนด ( limit ) จากประโยคที่กำหนด ( text ) และเพิ่มคำปิดท้าย ( end )
    limit_chars() ใช้คืนค่า ข้อความ ตามจำนวนตัวอักษรที่กำหนด ( limit ) จากประโยคที่กำหนด ( text ) และเพิ่มคำปิดท้าย ( end )
    random() ใช้สุ่มข้อความ ตามชนิดที่กำหนด ตามจำนวนที่กำหนด
    reduce_slashes() ใช้ลดเครื่องหมาย slashes ให้เหลือ 1 ตัว ในกรณีที่มีเครื่องหมาย slashes ติดกันมากกว่า 1 ตัว
    censor() ใช้แทนที่คำ
  • phone() ใช้คืนค่า เบอร์โทรศัพท์ ที่จัดรูปแบบตามที่กำหนด
    url() ใช้คืนค่า url ที่จัดรูปแบบแล้ว คือ มี protocol อยู่ด้วย
  • rotate() ใช้สลับมิติของ array สองมิติในลักษณะ matrix ( สลับระหว่างแนวนอนกับแนวตั้ง )
    remove() ใช้คืนค่าข้อมูลจาก Key ที่กำหนด ของ array ที่กำหนด และลบ Key นั้นออกจาก array ด้วย
    extract() ใช้คัดลอก array โดยจะคัดลอกมาเฉพาะ key ที่กำหนด จาก array ที่กำหนด
    binary_search() ใช้ค้นหาข้อมูล และคืนค่า key ของข้อมูลที่ค้นเจอ โดยจะคืนค่า false เมื่อไม่เจอข้อมูล
    to_object() ใช้แปลง array เป็น object โดย key จะกลายเป็น attribute และ value จะกลายเป็นค่าของ attribute
  • open() ใช้คืนค่า tag เปิดของ form แบบ post
    open_multipart() ใช้คืนค่า tag เปิดของ form แบบ post โดยจะใช้ในกรณีที่มีการ upload รูปด้วย
    close() ใช้คืนค่า tag ปิดของ form และจะมีคำสั่ง html ที่กำหนด ต่อท้าย tag ปิดของ form นี้ด้วย
    input() ใช้คืนค่า tag input ประเภท text
    input ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag input ประเภท text
    hidden() ใช้คืนค่า tag input ประเภท hidden
    hidden ( array_hidden ) ใช้คืนค่า tag input ประเภท hidden
    password() ใช้คืนค่า tag input ประเภท password
    password ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag input ประเภท password
    upload() ใช้คืนค่า tag input ประเภท file
    upload ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag input ประเภท password
    textarea() ใช้คืนค่า tag textarea
    textarea ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag textarea
    dropdown() ใช้คืนค่า tag select
    checkbox() ใช้คืนค่า tag input ประเภท checkbox
    checkbox ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag textarea
    radio() ใช้คืนค่า tag input ประเภท radio
    radio ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag input ประเภท radio
    submit() ใช้คืนค่า tag input ประเภท submit
    submit ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag input ประเภท submit
    button() ใช้คืนค่า tag button
    button ( array_attribute ) ใช้คืนค่า tag button
    label() ใช้คืนค่า tag label
    attributes() ใช้คืนค่า คำสั่งของ attribute
    open_fieldset() ใช้คืนค่า tag เปิดของ fieldset
    close_fieldset() ใช้คืนค่า tag ปิดของ fieldset
    legend() ใช้คืนค่า tag legend
  • specialchars() ใช้ encode ตัวอักขระพิเศษต่างๆ เช่น "<", "/", ">", "\" ให้เป็นรูปแบบ html เช่น "&lt;", "&gt"
    anchor() ใช้คืนค่า tag a
    file_anchor() ใช้คืนค่า tag a โดยจะใช้ในกรณีที่ link ไปยังไฟล์ต่างๆ เช่น pdf, doc, txt เป็นต้น
    panchor() ใช้คืนค่า tag a โดยนิยมใช้ในกรณีที่ protocol ไม่ใช่ http
    anchor_array() ใช้คืนค่า tag a แบบ array
    email() เป็นการ encode ข้อความ email ( เมื่อดูจาก source code ) เพื่อปกป้องจาก spam และ email havesting
    mailto() ใช้คืนค่า tag a ที่เป็นการ link เพื่อการส่ง email ไปยัง email ที่กำหนด
    meta() ใช้คืนค่า tag meta
    meta ( array_meta ) ใช้คืนค่า tag meta
    stylesheet() ใช้คืนค่า tag link ที่เป็น stylesheet
    link() ใช้คืนค่า tag link
    script() ใช้คืนค่า tag script
    image() ใช้คืนค่า tag img
    attributes() ใช้คืนค่า คำสั่งของ attribute
  • current() ใช้คืนค่า url ปัจจุบัน ( ต่อจาก index.php )
    base() ใช้คืนค่า site_protocol และ site_domain
    base ( index_page, protocol ) ใช้คืนค่า site_protocol และ site_domain
    site() ใช้คืนค่า site_protocol, site_domain, index_page และ url_suffix
    file() ใช้คืนค่า url ของไฟล์ เพื่อที่จะ download
    redirect() ใช้เปลี่ยน page ไปยัง href ที่กำหนด
  • email() ใช้ตรวจสอบว่าเป็นรูปแบบ email หรือไม่
    email_domain() ใช้ตรวจสอบว่าเป็นรูปแบบ email และ email นั้นเป็นของ domain ใช่หรือไม่
    url() ใช้ตรวจสอบว่าเป็นรูปแบบ url หรือไม่
    ip() ใช้ตรวจสอบว่าเป็นรูปแบบ ip หรือไม่
    credit_card() ใช้ตรวจสอบว่าเป็นรูปแบบ credit_card ตามประเภทที่กำหนด หรือไม่
    phone() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น หมายเลขโทรศัพท์ หรือไม่
    date() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น วันที่ หรือไม่
    alpha() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น ข้อความตัวอักษรอย่างเดียวเท่านั้น หรือไม่ ( เว้นวรรคก็ไม่ได้ )
    alpha_numeric() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น ข้อความตัวอักษรหรือตัวเลข หรือไม่ ( เว้นวรรคก็ไม่ได้ )
    alpha_dash() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น ข้อความตัวอักษร, ตัวเลข, ขีดล่าง, ขีดกลาง หรือไม่ ( เว้นวรรคก็ไม่ได้ )
    digit() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น ข้อความ ตัวเลข หรือไม่ ( เว้นวรรคก็ไม่ได้ )
    numeric() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น ข้อความ ตัวเลข, จุด หรือ ขีดกลาง หรือไม่ ( เว้นวรรคก็ไม่ได้ )
    decimal() ใช้ตรวจสอบว่าเป็น ข้อความ ตัวเลข ตามรูปแบบที่กำหนด หรือไม่
  • send() ใช้ในการส่ง email
  • mime() ใช้คืนค่า MIME-Type ของ file
  • save() ใช้ บันทึกไฟล์ที่ upload มาลง directory ที่กำหนด
    valid() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ถูกต้องหรือไม่
    required() ใช้ตรวจสอบว่ามีการ upload ไฟล์มาจริงหรือไม่
    type() ใช้ตรวจสอบว่า ไฟล์ที่ upload มา เป็นประเภทไฟล์ที่กำหนดไว้หรือไม่
    size() ใช้ตรวจสอบไม่ให้ไฟล์มีขนาดเกินเท่าที่กำหนด
    การกำหนด คุณสมบัติของ upload ให้กำหนดใน folder "application/config/upload.php"
    directory ใช้กำหนด directory ที่จะใช้เก็บไฟล์ที่ผ่านการ upload มา
    create_directories ใช้กำหนด ว่าจะยอมให้มีการสร้าง directory ใหม่หรือไม่
    remove_spaces ใช้กำหนด ว่าจะให้มีการลบ ช่องว่าง ออกจาก directory ที่ผ่านการ upload มาใช่หรือไม่
  • unix2dos() ใช้แปลง Unix Timestamp ไปเป็น Dos Timestamp
    dos2unix() ใช้แปลง Dos Timestamp ไปเป็น Unix Timestamp
    seconds() ใช้คืนค่า array ของวินาที ตาม step ที่กำหนด และสามารถกำหนด วินาทีที่เริ่ม และสิ้นสุดได้ด้วย
    minutes() ใช้คืนค่า array ของนาที ตาม step ที่กำหนด และสามารถกำหนด นาทีที่เริ่ม และสิ้นสุดได้ด้วย
    hours() ใช้คืนค่า array ของชั่วโมง ตาม step ที่กำหนด และสามารถกำหนด ชั่วโมงที่เริ่ม และสิ้นสุดได้ด้วย
    ampm() ใช้คืนค่า ว่า ชั่วโมงที่กำหนด นั้น เป็น am หรือ pm
    days() ใช้คืนค่า array ของวัน ซึ่งจำนวนของวันที่คืนมา จะเป็นจำนวนวัน ของเดือนและปีที่กำหนด
    months() ใช้คืนค่า array ของเดือน ( จำนวนของเดือน )
    years() ใช้คืนค่า array ของปี ตามจำนวนปีที่กำหนด
    timespan() ใช้คืนค่า array ที่เป็นค่าความแตกต่างของ 2 timestamp โดยมี key ตามที่กำหนดใน format
    adjust() ใช้แปลงค่าชั่งโมงไปเป็น am หรือ pm ที่กำหนด
  • force() ใช้สำหรับให้ผู้ใช้ download ไฟล์ ตาม path ที่กำหนด โดยจะมี popup save file ขึ้นมา
  • referrer() ใช้คืนค่า action ที่ถูก request มา
    is_ajax() ใช้ตรวจสอบว่าเป็นการ request ของ ajax ใช่หรือไม่
    method() ใช้คืนค่า วิธีการ request เช่น post, get
  • set() ใช้ในการสร้าง cookie
    get() ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของคุ้กกี้ที่กำหนด และถ้าหาก name นั้นไม่มีอยู่จริง จะคืนค่า default_value กลับมา
    delete() ใช้ลบ cookie
 
Share This Subject Login with Facebook