jQuery E-Learning Programming : สอน method และ property ของ jQuery, เรียน method และ property ของ jQuery
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • รูปแบบการเข้าถึง element ของ jQuery ได้แก่ $(selector) หรือ jQuery(selector)
    การเรียกใช้ method ของ element ในรูปแบบของ jQuery ได้แก่ $(selector).method() และ jQuery(selector).method()
    การเรียกใช้ function ในรูปแบบของ jQuery ได้แก่ $.function(something) และ jQuery.function(something)
    การเรียกใช้ javascript onload ในรูปแบบของ jQuery ได้แก่ $(document).ready(function(){}); และ $(function(){});
    การสร้าง tag ใหม่ ในรูปแบบของ jQuery ได้แก่ $(tag) และ jQuery(tag)
    การสร้าง Utility Function การสร้าง Utility Function
    การสร้าง Set Method การสร้าง Set Method
    javascript object ตัวอย่างของการใช้ object ใน javascript
    Associate Array ตัวอย่างของการใช้ associate array ใน javasctipt
    การประกาศตัวแปร ตัวอย่างการใช้งาน property ของ object window
    การประกาศ function ตัวอย่างของการประกาศ function
    method call and method apply ตัวอย่างของการใช้ method call และ method apply
    ตัวอย่างการใช้งาน object ใน javascript เป็นหลากหลายวิธีของการใช้งาน object ใน javascript ในรูปแบบต่างๆ
    multiple selector และ multiple attribute ตัวอย่างการเรียกใช้ multiple selector และ multiple attribute
  • selector พื้นฐานที่ใช้ใน jQuery ได้แก่ a, #id, .class, a#id.class, a.class เป็นต้น
    selector ที่ใช้ใน jQuery เช่น E > F, E + F, E ~ F, E:has(F) เป็นต้น
    selector ที่เข้าถึงตำแหน่งใน jQuery เช่น first, last, first-child, last-child, nth-child(n) เป็นต้น
    selector ที่ใช้ในการกรอง element ของ jQuery เ่ช่น :input, :password, :checked, :visible, :header เป็นต้น
  • $( selector, [ context ] ) ใช้อ้างอิงถึง element ที่มี selector ตรงตามที่กำหนด
    $( element ) ใช้อ้างอิงถึง element ที่กำหนดมา
    $( elementArray ) ใช้อ้างอิงถึง element ที่กำหนดมา
    $( jqueryObject ) ใช้อ้างอิงถึง element ที่กำหนดมา
    $( html, [ ownerDocument ] ) ใช้สร้าง element โดยอาจจะกำหนดได้ด้วยว่าต้องการให้อยู่ใน document ใด
    $( html, property ) ใช้สร้าง element และกำหนด attribute ให้กับ element
  • each ( function ) ใช้วนลูปแต่ละ element ภายใน set
    size () คืนค่าจำนวนของ element ภายใน set
    text () ใช้คืนค่า text contents ของ first element ภายใน set
    text ( content ) ใช้กำหนดค่า text contents ให้กับ ทุก element ภายใน set
    text ( function ( index, text ) ) ใช้กำหนดค่า text contents ให้กับ ทุก element ภายใน set
    html () ใช้คืนค่า HTML Contents ภายใน first element ของ set
    html ( text ) ใช้กำหนด HTML Contents ให้กับ ทุก element ภายใน set
    html ( function ( index, html ) ) ใช้กำหนด HTML Contents ให้กับ ทุก element ภายใน set
    contents () ใช้ในการคืนค่า ทั้งหมดที่อยู่ภายใน tag ของ first element ภายใน set
    empty () ใช้ลบ content ทั้งหมด ของ ทุก element ภายใน set ออก
    remove () ใช้ลบ ทุก element ภายใน set ออกจาก pages
    remove ( [ selector ] ) ใช้ลบ ทุก element ภายใน set ออกจาก page หรือ เฉพาะ element ภายใน set ที่มีเงื่อนไขตรงกับ selector ที่กำหนด
    detach ( [ selector ] ) ใช้ลบ element นั้น ออกจาก page และคืนค่า element เหล่านั้นที่ถูกลบกลับมาด้วย
    clone ( copyHandlers ) ใช้ คัดลอก set ของ element มาจาก set เก่าทั้งหมด
    replaceWith ( newContent ) ใช้ในการแทนที่ ทุก element ภายใน set โดยค่า newContent ที่กำหนดลงไป
    replaceWith ( function ( index, oldContent ) ) ใช้ในการแทนที่ ทุก element ภายใน set โดย function จะใช้ return ค่าที่ต้องการใช้นำไปแทนที่
    replaceAll ( selector ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ไปแทนที่ element ที่มี selector ตรงกับที่กำหนด
    after ( selector ) ใช้เพิ่ม element เข้าไป ( หรือย้าย element ในกรณีที่เอามาจากใน page ) ด้านหลัง ( หรือถ้ดไป ) ของ ทุก element ภายใน set
    after ( function ( index ) ) ใช้เพิ่ม element เข้าไป ( หรือย้าย element ในกรณีที่เอามาจากใน page ) ด้านหลัง ( หรือถ้ดไป ) ของ ทุก element ภายใน set
    before ( selector ) ใช้เพิ่ม element เข้าไป ( หรือย้าย element ในกรณีที่เอามาจากใน page ) ด้านหน้า ( หรือก่อนหน้า ) ของ ทุก element ภายใน set
    before ( function ( index ) ) ใช้เพิ่ม element เข้าไป ( หรือย้าย element ในกรณีที่เอามาจากใน page )
    append ( content ) ใช้เพิ่ม content เข้าไปในส่วนท้ายของ ทุก element ภายใน set
    append ( function ( index, html ) ) ใช้เพิ่ม content เข้าไปในส่วนท้ายของ ( last-element ) ทุก element ภายใน set
    appendTo ( target ) ใช้ move ทุก element ใน set เข้าไปในส่วนท้ายของ target
    prepend ( content ) ใช้เพิ่ม content ที่กำหนด ลงไปด้านหน้าสุด ( first-element ) ของทุก element ภายใน set
    prepend ( function ( index, html ) ) ใช้เพิ่ม content ที่กำหนด ลงไปด้านหน้าสุด ( first-element ) ของทุก element ภายใน set
    prependTo ( target ) ใช้ย้าย ทุก element ภายใน set เข้าไปยัง ด้านหน้าสุดของ target
    wrap ( wrapper ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกคลุมด้วย wrapper
    wrap ( function ( ) ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกคลุมด้วย ค่าที่ถูก return มาจาก function
    wrapInner ( wrapper ) ใช้กำหนดให้ content ของ ทุก element ภายใน set ถูกคลุมด้วย wrapper
    wrapInner ( function ( ) ) ใช้กำหนดให้ content ของ ทุก element ภายใน set ถูกคลุมด้วย wrapper
    wrapAll ( wrapper ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกคลุมด้วย wrapper
    unwrap() ใช้ลบ parent element ของ ทุก element ภายใน set
    insertAfter ( target ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกเพิ่มไว้ด้านหลังของ target
    insertBefore ( target ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกเพิ่มไว้ด้านหน้าของ target
    context ใช้อ้างถึงว่าเป็น node ตาม object ของ JavaScript
    selector ใช้คืนค่า selector
  • end () เป็นการสั่งให้สิ้นสุด set ปัจจุบัน แล้วย้อนกลับไปยัง set ก่อนหน้า 1 ครั้ง
    andSelf () ใช้ในการเพิ่มตัว element ของเรา เข้าไปใน set ด้วย
    add ( selector, context ) ใช้เพิ่ม element ที่มี selector ตรงตามที่กำหนด และเป็น chlid element ของ element ที่ตรงตาม context ที่กำหนด เข้าไปใน set
    is ( selector ) ใช้ตรวจสอบว่าใน set นั้นๆ มี element ที่มี selector ตามที่กำหนด อย่างน้อย 1 element ใช่หรือไม่
    add ( html | selector | element | array-element ) ใช้เพิ่ม element ที่กำหนดเข้าไปใน set
    not ( selector | element | array-element ) ใช้ลบ element ที่กำหนดออกจาก set
    not ( function ( index ) ) ใช้ลบ element ที่กำหนดออกจาก set โดยถ้า function return false คือไม่ต้องการ element นั้นๆ
    get ( index ) คืนค่า element หรือ array element
    eq ( index ) ใช้ในการอ้างถึง เพียง element เดียวภายใน set โดยจะอ้างถึง element ตำแหน่งที่กำหนดที่อยู่ภายใน set
    index ( element ) คืนค่า ตำแหน่งที่ ของ element ที่กำหนด ภายใน set
    slice ( begin, end ) ใช้คืนค่า element จาก set โดยจะเริ่มจาก ตำแหน่ง begin จนถึง end
    first () ใช้ในการคืนค่า element ตัวแรกที่อยู่ใน set
    last () ใช้ในการคืนค่า element ตัวสุดท้ายที่อยู่ใน set
    find ( selector ) ใช้ในการค้นหา child element ในทุกระดับ โดยจะค้นหา ทุก element ภายใน set
    filter ( selector | function ) ใช้ค้นหา element ใน set โดยจะต้องตรงตามเงื่อนไข selector ที่กำหนด
    has ( selector ) ใช้ในการคืนค่า element ที่มี child element ตาม selector ที่กำหนด โดยจะกรอง ทุก element ภายใน set
    has ( contained ) ใช้ในการคืนค่า element ที่มี child element ตาม contained ที่กำหนด โดยจะกรอง ทุก element ภายใน set
    contains ( text ) ใช้คืนค่า element ที่มี text ที่กำหนดอยู่ภายใน tag
    children ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า child element ทั้งหมด ของทุก element ภายใน set
    parent ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า parent ของ ทุก element ภายใน set
    parents ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า parent ทุกระดับ ของ ทุก element ภายใน set
    parentsUntil ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า parent ทั้งหมดที่อยู่ก่อน parent ที่ตรงกับ selector ที่กำหนด ( คือจะมีการหา parent ขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ parent ที่มี selector ตรงตามที่กำหนด )
    offsetParent () ใช้ในการคืนค่า parent element ที่ใกล้ที่สุด ของ ทุก element ภายใน set
    closest ( selector ) ใช้ในการคืนค่า parent element ( ของ ทุก element ภายใน set ) ที่ใกล้ที่สุด ที่มี selector ตามที่กำหนด
    closest ( selector, context ) ใช้ในการคืนค่า parent element ( ของ ทุก element ภายใน set ) ที่ใกล้ที่สุด ที่มี selector ตามที่กำหนด
    siblings ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวก่อนๆหน้า และ ตัวถัดๆไป ทั้งหมด
    next ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวถัดไป หรือ element ตัวถัดไป ตัวแรก ที่มี selector ที่กำหนด
    nextAll ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวถัดๆไปทั้งหมด หรือ element ตัวถัดๆไปทั้งหมด ที่มี selector ที่กำหนด
    nextUntil ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวถัดๆไปทั้งหมด จนถึง selector ( โดยไม่รวม ตัวของมัน และ ตัวที่อยู่ใน selector )
    prev ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวก่อนหน้า หรือ element ตัวก่อนหน้า ตัวแรก ที่มี selector ที่กำหนด
    prevAll ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวก่อนๆหน้าทั้งหมด หรือ element ตัวก่อนๆหน้าทั้งหมด ที่มี selector ที่กำหนด
    prevUntil ( [ selector ] ) ใช้ในการคืนค่า element ตัวก่อนๆหน้าทั้งหมด จนถึง selector ( โดยไม่รวม ตัวของมัน และ ตัวที่อยู่ใน selector )
  • attr ( name ) ใช้คืนค่า ค่าข้อมูล ของ attribute ที่กำหนด จาก first element ของ set
    attr ( name, value ) ใช้กำหนด ค่าข้อมูลให้กับ attribute ที่กำหนด โดยจะกำหนดให้กับทุก element ภายใน set
    attr ( attributes ) ใช้กำหนด ค่าข้อมูลให้กับ attribute ที่กำหนด โดยจะกำหนดให้กับทุก element ภายใน set
    attr ( attributeName, function ( index, attr ) ) ใช้กำหนด ค่าข้อมูลให้กับ attribute ที่กำหนด โดยจะกำหนดให้กับทุก element ภายใน set
    css ( name ) ใช้คืนค่า ค่าข้อมูลของ css ตาม name ที่กำหนด โดยจะคืนมาเฉพาะค่าของ first element ภายใน set
    css ( name, value ) ใช้กำหนด css เข้าไปในทุก element ภายใน set
    css ( properties ) ใช้กำหนด css เข้าไปในทุก element ภายใน set
    css ( propertyName, function ( index, value ) ) ใช้กำหนด css เข้าไปในทุก element ภายใน set
    removeAttr ( name ) ใช้ลบ attribute ที่กำหนด ออกจาก ทุก element ภายใน set
    addClass ( name ) ใช้เพิ่ม class เข้าไปในทุก element ภายใน set
    addClass ( function ( index, class ) ) ใช้เพิ่ม class เข้าไปในทุก element ภายใน set
    removeClass ( name ) ใช้ลบ class ออกจากทุก element ภายใน set
    removeClass ( function ( index, class ) ) ใช้ลบ class ออกจากทุก element ภายใน set
    toggleClass ( name ) ใช้เพิ่มหรือลบ class ที่กำหนดออกจาก ทุก element ภายใน set
    toggleClass ( function ( index, class ) ) ใช้เพิ่มหรือลบ class ที่กำหนดออกจาก ทุก element ภายใน set
    hasClass ( name ) ใช้ตรวจสอบว่า element ภายใน set มีอย่างน้อย 1 element ที่มี class ที่กำหนดใช่หรือไม่
    val ( value ) ใช้กำหนดค่า value ให้กับ ทุก element ภายใน set
    val () ใช้คืนค่า value ของ first element ภายใน set
    val ( function ( index, value ) ) ใช้กำหนดค่า value ให้กับ ทุก element ภายใน set
    width () ใช้คืนค่า ความกว้าง ของ first element ภายใน set
    width ( value ) ใข้กำหนดค่า ความกว้าง ให้กับ ทุก element ภายใน set
    width ( function ( index, width ) ) ใข้กำหนดค่า ความกว้าง ให้กับ ทุก element ภายใน set
    height () ใช้คืนค่า ความสูง ของ first element ภายใน set
    height ( value ) ใข้กำหนดค่า ความสูง ให้กับ ทุก element ภายใน set
    height ( function ( index, height ) ) ใข้กำหนดค่า ความสูง ให้กับ ทุก element ภายใน set
    scrollLeft () ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของ scroll เมื่อเทียบกับ element หรือ document หรือ windows ในแนวนอน
    scrollLeft ( value ) ใช้เลื่อน scroll ของ element หรือ document หรือ windows ในแนวนอนไปตามจำนวนที่กำหนด
    scrollTop () ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของ scroll เมื่อเทียบกับ element หรือ document หรือ windows ในแนวตั้ง
    scrollTop ( value ) ใช้เลื่อน scroll ของ element หรือ document หรือ windows ในแนวตั้งไปตามจำนวนที่กำหนด
    position () ใช้คืนค่า top และ left ของ first element ภายใน set โดยเทียบจาก parent
    offset ( options [, results ] ) ใช้หาค่า offset ( โดยจะคืนมาแบบ object ที่มี property ได้แก่ left และ top )
    innerHeight () ใช้คืนค่า ขนาดความสูงด้านใน ของ first element ภายใน set
    outerHeight ( [ includeMargin ] ) ใช้คืนค่า ขนาดความสูหงด้านนอก ของ first element ภายใน set
    innerWidth () ใช้คืนค่า ขนาดความกว้างด้านใน ของ first element ภายใน set
    outerWidth ( [ includeMargin ] ) ใช้คืนค่า ขนาดความกว้างด้านนอก ของ first element ภายใน set
  • one ( eventType, data, listener ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ ทุก element ภายใน set
    bind ( eventType, data, listener ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ ทุก element ภายใน set
    bind ( events ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ ทุก element ภายใน set
    unbind ( eventType, listener ) ใช้ยกเลิก การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ ทุก element ภายใน set
    unbind ( eventType ) ใช้ยกเลิก การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ ทุก element ภายใน set
    delegate ( selector, eventType, eventData, listener ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ selector ที่กำหนด โดย selector นั้นเป็น child element ของ ทุก element ภายใน set
    undelegate ( ) ใช้ยกเลิกการดักฟังเหตุการณ์ที่ถูกดักฟังโดย method delegate()
    undelegate ( selector, eventType ) ใช้ยกเลิกการดักฟังเหตุการณ์ที่ถูกดักฟังโดย method delegate()
    undelegate ( selector, eventType, handler ) ใช้ยกเลิกการดักฟังเหตุการณ์ที่ถูกดักฟังโดย method delegate()
    live ( eventType, eventData, listener ) ใช้ดักฟังเหตุการณ์ที่กำหนดให้กับ ทุก element ภายใน set
    die ( ) ใช้ยกเลิก การดักฟังเหตุการณ์ทั้งหมดของ ทุก element ภายใน set
    die ( eventType, [ function ( event ) ] ) ใช้ยกเลิก การดักฟังเหตุการณ์ที่กำหนด ของ ทุก element ภายใน set
    hover ( overlistener, outlistener ) เป็นการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการ mouseover หรือ mouseout ให้กับทุก element ภายใน set
    toggle ( listenerOdd, listenerEven ) เป็นการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการ click ให้กับ ทุก element ภายใน set
    toggle ( function ( event ), function ( event ), function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ให้กับ ทุก element ภายใน set โดยจะเกิดขึ้นแบบ cycle คือ สลับกันไป
    trigger ( eventType ) เป็นการสั่งให้ ทุก element ภายใน set เกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดขึ้น
    trigger ( eventType, extraParameters1, extraParameters2, ..., , extraParametersN ) เป็นการสั่งให้ ทุก element ภายใน set เกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดขึ้น
    triggerHandler ( eventType ) ใช้สั่งให้ execute function ของ eventType ที่กำหนดขึ้น ของ ทุก element ภายใน set
    triggerHandler ( eventType, extraParameters1, extraParameters2, ..., , extraParametersN ) ใช้สั่งให้ execute function ของ event ที่กำหนดขึ้น ของ ทุก element ภายใน set
    eventName () เป็นการสั่งให้ ทุก element ภายใน set เกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดขึ้น
    eventTypeName ( listener ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ ให้กับ ทุก element ภายใน set
    blur () ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ blur กับ ทุก element ภายใน set
    blur ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ blur ให้กับ ทุก element ภายใน set
    change () ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ change กับ ทุก element ภายใน set
    change ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ change ให้กับ ทุก element ภายใน set
    click() ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ change กับ ทุก element ภายใน set
    click ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ click ให้กับ ทุก element ภายใน set
    dblclick ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ change กับ ทุก element ภายใน set
    dblclick ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ double click ให้กับ ทุก element ภายใน set
    error ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ error ให้กับ ทุก element ภายใน set
    focus ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ focus กับ ทุก element ภายใน set
    focus ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ focus ให้กับ ทุก element ภายใน set
    focusin ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ focusin ให้กับ ทุก element ภายใน set
    focusout ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ focusout ให้กับ ทุก element ภายใน set
    keydown ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ keydown กับ ทุก element ภายใน set
    keydown ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ keydown ให้กับ ทุก element ภายใน set
    keypress ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ keypress กับ ทุก element ภายใน set
    keypress ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ keypress ให้กับ ทุก element ภายใน set
    keyup ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ keyup กับ ทุก element ภายใน set
    keyup ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ keypress ให้กับ ทุก element ภายใน set
    load ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ load ให้กับ ทุก element ภายใน set
    unload ( function ( event ) ) ใช้ดักฟังเหตุการณ์ เมื่อ window unload
    mousedown ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mousedown กับ ทุก element ภายใน set
    mousedown ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mousedown ให้กับ ทุก element ภายใน set
    mouseenter ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mouseenter กับ ทุก element ภายใน set
    mouseenter ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mouseenter ให้กับ ทุก element ภายใน set
    mouseleave ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mouseleave กับ ทุก element ภายใน set
    mouseleave ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mouseleave ให้กับ ทุก element ภายใน set
    mousemove ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mousemove กับ ทุก element ภายใน set
    mousemove ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mousemove ให้กับ ทุก element ภายใน set
    mouseout ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mouseout กับ ทุก element ภายใน set
    mouseout ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mouseout ให้กับ ทุก element ภายใน set
    mouseover ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mouseover กับ ทุก element ภายใน set
    mouseover ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mouseover ให้กับ ทุก element ภายใน set
    mouseup ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ mouseup กับ ทุก element ภายใน set
    mouseup ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ mouseup ให้กับ ทุก element ภายใน set
    ready ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ ready ให้กับ ทุก element ภายใน set
    resize ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ resize กับ ทุก element ภายใน set
    resize ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ resize ให้กับ ทุก element ภายใน set
    scroll ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ scroll กับ ทุก element ภายใน set
    scroll ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ scroll ให้กับ ทุก element ภายใน set
    select ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ select กับ ทุก element ภายใน set
    select ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ scroll ให้กับ ทุก element ภายใน set
    submit ( ) ใช้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์ submit กับ ทุก element ภายใน set
    submit ( function ( event ) ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ submit ให้กับ ทุก element ภายใน set
  • event.currentTarget ใช้คืนค่า element ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    event.data ใช้คืนค่า object data ที่ส่งผ่านมา ตอน การดักฟังเหตุการณ์
    event.isDefaultPrevented () ใช้ตรวจสอบว่า คำสั่ง preventDefault() ถูกใช้งานอยู่หรือไม่
    event.isImmediatePropagationStopped() ใช้ตรวจสอบว่า คำสั่ง stopImmediatePropagation() ถูกใช้งานอยู่หรือไม่
    event.isPropagationStopped() ใช้ตรวจสอบว่า คำสั่ง stopPropagation() ถูกใช้งานอยู่หรือไม่
    event.pageX ใช้คืนค่า ตำแหน่งของ mouse ใน แกน x ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    event.pageY ใช้คืนค่า ตำแหน่งของ mouse ใน แกน y ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    event.relatedTarget ใช้คืนค่า element ที่สัมพันธ์กับการเกิดเหตุการณ์
    event.preventDefault ( ) ใช้หยุดการเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น ที่เป็นเหตุการณ์ของ browser
    event.stopImmediatePropagation ( ) ใช้หยุดการเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น ที่เป็นเหตุการณ์ของ ที่เราได้กำหนดขึ้น คือเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจาก browser
    event.target ใช้คืนค่า element ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    event.timeStamp ใช้คืนค่า timestamp ของเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ( หน่วย millisecond )
    event.type ใช้คืนค่าประเภทของ event เช่น click, dblclick
    event.which คืนค่า key ของ เหตุการณ์ เช่น ค่า ascii ของการกดปุ่มบน keyboard
  • hide ( speed [, callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกซ่อน
    show ( speed [, callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกแสดงขึ้นมา จากการถูกซ่อน
    toggle ( speed [, callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูกซ่อนหรือถูกแสดงขึ้นมา
    fadeOut ( speed [, callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ถูก remove ออกจาก page
    fadeIn ( speed [, callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set ที่ถูกซ่อนอยู่ แสดงขึ้นมาบน page
    fadeTo ( speed, opacity [, callback] ) ใช้ปรับ Opacity ของ ทุก element ภายใน set ให้เป็นตามที่กำหนด และมีความเร็วตามที่กำหนด
    slideDown ( speed [,callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ใน set ที่ถูกซ่อนอยู่ แสดงขึ้นมา
    slideUp ( speed [,callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ใน set ที่ถูกแสดงอยู่ ให้ซ่อนลง
    slideToggle ( speed [,callback] ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ใน set ถูกซ่อนหรือถูกแสดง
    animate ( properties [, duration [, easing [, callback ] ] ] ) ใช้กำหนด ให้เกิดการเคลื่อนไหว แบบ animation
    animate ( properties, options ) ใช้กำหนด ให้เกิดการเคลื่อนไหว แบบ animation
    delay ( duration, [ queueName ] ) ใช้กำหนดเวลาหน่วงของการเล่น animation ของ ทุก element ภายใน set
    queue ( [ queueName ] ) ใช้คืนค่า queue function ของ queue ที่กำหนด ของ first element ภายใน set
    queue ( [ queueName ], arrayQueueFunction ) ใช้กำหนด queue function ให้กับ ทุก element ภายใน set
    queue( [ queueName ], function ( next ) ) ใช้กำหนด queue function ให้กับ ทุก element ภายใน set
    clearQueue ( [ queueName ] ) ใช้ยกเลิก queue function ทั้งหมด ของทุก element ภายใน set
    dequeue ( [ queueName ] ) ใช้สั่งให้ queue funtion ปัจจุบัน ของทุก element ภายใน set ทำงาน
    stop () ใช้ หยุด การทำงานของ animate ของ ทุก element ภายใน set
    stop ( [ clearQueue ] ) ใช้ หยุด การทำงานของ animate ของ ทุก element ภายใน set
  • $.browser.msie จะคืนค่า true ถ้า browser ที่ใช้อยู่เป็น Microsoft Internet Explorer
    $.browser.mozilla จะคืนค่า true ถ้า browser ที่ใช้อยู่เป็น Firefox, Camino, Netscape
    $.browser.safari จะคืนค่า true ถ้า browser ที่ใช้อยู่เป็น Safari
    $.browser.opera จะคืนค่า true ถ้า browser ที่ใช้อยู่เป็น Opera
    $.browser.version จะคืนค่า version ของ browser ที่ใช้อยู่
    $.trim ( value ) ใช้ลบ ช่องว่าง ท่างด้านขวาและซ้ายออก
    $.each ( container, callback ) ใช้เข้าถึงแต่ละ element ภายใน container
    $.grep ( array, callback, invert ) ใช้ กรอง ข้อมูลจาก array ที่กำหนด แล้วคืนค่ามาเป็น array ใหม่
    $.map ( array, callback ) ใช้ เปลี่ยนแปลง ข้อมูชใน array ที่กำหนด แล้วคืนค่ามาเป็น array ใหม่
    $.inArray ( value, array ) ใช้ คืนค่า ตำแหน่งของ value ที่มีอยู่ใน array เป็น index ที่เท่าไร
    $.makeArray ( object ) ใช้ เปลี่ยนสภาพ object ให้เป็น array
    $.unique ( array ) ใช้ ทำให้ array ที่กำหนด เหลือแต่ค่าที่ไม่ซ้ำกัน
    $.extend ( target, source1, source2, ..., sourceN ) ใช้รวบรวม object หลายๆ object ให้เหลือเพียง object เดียว คือ target
    $.getScript ( url, callback ) ใช้สร้าง Object XHR
    jQuery.fx.off ใช้กำหนดค่าหรือคืนค่าว่า animation ทั้งหมด ถูกกำหนดสถานะเป็นอย่างไร
    jQuery.param ( object ) ใช้ในการเข้ารหัส object ที่กำหนด และจะคืนค่ากลับมาเป็น object ที่ถูกเข้ารหัสแล้ว
    $.contains ( container, contained ) ใช้ตรวจสอบว่า element ที่ตรงกับเงื่อนไขของ container เป็น child element ของ element ที่ตรงกับเงื่อนไขของ contained ใช่หรือไม่
    $.data ( element, key, value ) ใช้กำหนด ค่าข้อมูล โดยจะสมมติให้สัมพันธ์กับ element ที่กำหนด
    $.data ( element, key ) ใช้คืนค่า ข้อมูล ของ key ที่กำหนด
    $.removeData ( element, [ key ] ) ใช้ลบ ค่าข้อมูล ของ key ที่กำหนด
    $.globalEval ( code ) ใช้สั่งให้มีการประมวลผล code ที่กำหนด
    $.isArray ( object ) ใช้ตรวจสอบว่า object ที่กำหนดใช่ array หรือไม่
    $.isEmptyObject ( object ) ใช้ตรวจสอบว่า object ที่กำหนด เป็น object ว่างๆใช่หรือไม่
    $.isFunction ( object ) ใช้ตรวจสอบว่า object ที่กำหนด เป็น function ใช่หรือไม่
    $.isPlainObject ( object ) ใช้ตรวจสอบว่า object ที่กำหนด เป็นแบบ plain object ใช่หรือไม่
    $.isXMLDoc ( node ) ใช้ตรวจสอบว่า node ที่กำหนดเป็นแบบ XML Document ใช่หรือไม่
    $.merge ( firstArray, secondArray ) ใช้ merge array 2 ตัวให้เป็นตัวเดียว โดยรวมไว้ที่ firstArray
    $.proxy ( function, context ) เป็นการเรียกใช้ function ที่กำหนด ซึ่งอยู่ภายใน context ที่กำหนด
    $.proxy ( context, nameFunction ) เป็นการเรียกใช้ function ที่กำหนด ซึ่งอยู่ภายใน context ที่กำหนด
    $.parseJSON ( json ) ใช้แปลงค่า json ให้เป็น Object
    $.queue ( element, [ queueName ] ) ใช้คืนค่า queue function ของ queue ที่กำหนด ของ first element ที่อยู่ใน set ของ element ที่กำหนด
    $.queue ( element, queueName, arrayQueueFunction ) ใช้กำหนด queue function ให้กับ ทุก element ที่อยู่ใน set ของ element ที่กำหนด
    $.queue ( element, queueName, function ( next ) ) ใช้กำหนด queue function ให้กับ ทุก element ภายใน set
    $.dequeue ( element, [ queueName ] ) ใช้สั่งให้ queue funtion ปัจจุบัน ของทุก element ภายใน set ทำงาน
  • load ( url, parameters, callback ) ใช้ load ข้อมูลเข้ามาไว้ใน content ของ ทุก element ภายใน set ( โดยจะแทนที่ของเก่าทั้งหมด )
    $.get ( url, parameters, callback, dataType ) ใช้สร้าง Object XHR
    $.getJSON ( url, parameters, callback ) ใช้สร้าง Object XHR โดย response text จะเป็นในรูปแบบของ JSON
    $.post ( url, parameters, callback, dataType ) ใช้สร้าง Object XHR
    $.ajax ( options ) ใช้สร้าง Object XHR โดยจะมีค่า config ตามที่กำหนด
    $.ajaxSetup ( properties ) ใช้กำหนดค่า config ให้กับ ajax ดังนี้
    ajaxStart ( callback ) จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ ajax function เริ่มขึ้น แต่จะก่อนที่ XHR จะถูกสร้างเป็น object
    ajaxSend ( callback ) จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ หลังจาก XHR Object ถูกสร้างขึ้น แต่ว่าก่อนที่ การ request จะถูกส่งไปยัง Server
    ajaxSuccess ( callback ) จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ การ request เสร็จสิ้น และ เปลี่ยนสถานะเป็น success status code
    ajaxError ( callback ) จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ การ request เสร็จสิ้น และ เปลี่ยนสถานะเป็น faliure status code
    ajaxComplete ( callback ) จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ ajaxError() หรือ ajaxSuccess() อย่างใดอย่างหนึ่ง ถูกเรียกใช้งานแล้ว
    ajaxStop ( callback ) จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ การ request ถูกขัดจังหวะ หรือหยุดลง
  • fieldValue ( excludeUnsuccessful ) ใช้คืนค่า value ของ element ใน form โดยจะคืนค่ามาในลักษณะของ array value
    formSerialize ( semantic ) ใช้คืนค่า value แบบ successful ของ form ที่ถูก encoded แล้ว
    fieldSerialize ( excludeUnsuccessful ) ใช้คืนค่า value ของ element ใน form ที่ถูก encoded แล้ว
    clearForm () ใช้ clear ข้อมูล ภายใน form ให้เป็น ค่าว่างให้หมด
    resetForm () ใช้ reset ข้อมูล ภายใน form ให้เป็น ค่าเริ่มต้นของมัน
    ajaxSubmit ( options ) ใช้กำหนดให้ form ที่กำหนด เกิดเหตุการณ์ submit ขึ้น แต่เป็นการ submit แบบ ajax
    ajaxForm ( options ) ใช้กำหนดให้ form ที่กำหนดมีลักษณะเป็นแบบ ajax form
    ajaxFormUnbind () ใช้ยกเลิกให้ form ที่กำหนดเป็นแบบ ajax form
    serialize ( ) ใช้คืนค่า value แบบ successful ของ form ที่ถูก encoded แล้ว
    serializeArray ( ) ใช้คืนค่า value แบบ successful ของ form โดยจะคืนค่ามาแบบ array
  • livequery ( event, listener ) ใช้กำหนดการดักฟังเหตุการณ์ให้กับ ทุก element ภายใน set
    $.livequery.run () ใช้กำหนดให้ เหตุการณ์ทั้งหมดที่ถูกดักฟังด้วย livequery เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    expire () ใช้ ยกเลิกการดักฟังเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ถูกดักฟังด้วย livequery
    expire ( event, listener ) ใช้ ยกเลิกการดักฟังเหตุการณ์ ที่กำหนด ที่ถูกดักฟังด้วย livequery
  • draggable ( options ) ให้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ draggable
    helper ใช้กำหนด original, clone หรือกำหนดเป็น function
    ghosting ถ้ากำหนด true จะมีลักษณะเหมือนการกำหนด helper: "clone"
    handle ใช้กำหนด ตัวบังคับ การ drag element จริง คือ drag ที่ handle แต่ที่ element จริงเกิดการ drag ตามด้วย
    preventionDistance ใช้กำหนด จำนวนของ pixel ที่เกิดเมื่อมีการ drag
    dragPrevention ใช้กำหนด array of selectors ที่ต้องการไม่สามารถให้ drag ได้
    cursorAt ใช้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง mouse กับ element ที่ถูก drag
    appendTo (default=parent)
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ Drag ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่
    cursor ใช้กำหนด css cursor ที่จะให้เกิดขึ้นตอน drag
    delay ใช้กำหนดเวลาหน่วงหลังจาก mousedown จนกระทั่งการ drag เริ่มขึ้น หน่วย millisecond
    scroll ใช้กำหนดว่าถ้ามีการ drag เกิน scope ของ container จะเกิด auto scroll ใช่หรือไม่
    start ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ drag เริ่มขึ้น
    stop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ drag สิ้นสุด
    drag ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อกำลัง drag
    axis ให้กำหนด "x" หรือ "y" ซึ่งหมายถึงสามารถ drag ได้เฉพาะ แนวนอน หรือ แนวตั้ง
    containment ให้กำหนด element ที่จะเป็น ขอบเขต ของการที่จะสามารถ drag ได้
    grid ใช้กำหนด กรอบ ที่จะให้ element drag ได้
    opacity ให้กำหนด opacity ขระที่กำลัง drag อยู่ ค่าที่เป็นไปได้ระหว่าง 0.0 ถึง 1.0
    revert ถ้ากำหนด true นั้น element ที่ถูก drag จะกลับไปยังตำแหน่ง original
  • sortable ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ sortable ( การสลับตำแหน่งของ list )
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ sorting ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่
    appendTo (default=parent)
    cursor ใช้กำหนด css cursor ที่จะให้เกิดขึ้นตอน sorting
    cursorAt ใช้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง mouse กับ element ที่ถูก sorting
    delay ใช้กำหนดเวลาหน่วงหลังจาก mousedown จนกระทั่งการ sorting เริ่มขึ้น หน่วย millisecond
    dropOnEmpty (default=true)
    handle ใช้กำหนด ตัวบังคับ การ sorting element จริง
    helper ใช้กำหนด original, clone หรือ function
    items ใช้กำหนด selector ที่ใช้บ่งบอกถึง item ที่จะถูก sorting
    scroll ใช้กำหนดว่าถ้ามีการ sorting เกิน scope ของ container จะเกิด auto scroll ใช่หรือไม่
    tolerance ให้กำหนดลักษณะ การวาง ของ sorting-element ในกรณีที่สามารถวางบน element อื่นได้
    start ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ sorting เริ่มขึ้น
    stop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ sorting สิ้นสุด
    sort ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อกำลัง sorting
    change ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ sorting มีการเปลี่ยนตำแหน่ง item
    beforeStop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อก่อนจะสิ้นสุดการ sorting
    activate ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี sorting-element สามารถเปลียนตำแหน่งสำเร็จ
    deactivate ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี sorting-element ไม่สามารถเปลียนตำแหน่งได้สำเร็จ
    over ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี sorting-element มา วางเหนือ element
    out ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี sorting-element มา ออกจากการวางเหนือ
    receive ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ containment ได้มีรายการเพิ่มเข้ามา เพราะถูกลากมาจาก containment อื่น
    remove ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ containment ถูกลบรายการออกไป เพราะถูกออกไปอยู่ containment อื่น
    axis ให้กำหนด "x" หรือ "y" ซึ่งหมายถึงสามารถ sorting ได้เฉพาะ แนวนอน หรือ แนวตั้ง
    containment ให้กำหนด element ที่จะเป็น ขอบเขต ของการที่จะ สามารถ sorting ได้
    grid ใช้กำหนด กรอบ ที่จะให้ element sorting ได้
    opacity ให้กำหนด opacity ขระที่กำลัง sorting อยู่ ค่าที่เป็นไปได้ระหว่าง 0.0 ถึง 1.0
    revert ถ้ากำหนด true นั้น element ที่ถูก drag จะกลับไปยังตำแหน่ง original
  • selectable ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ selectable ( การเลือก การลากเมาส์เลือก )
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ sorting ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    delay ใช้กำหนดเวลาหน่วงหลังจาก mousedown จนกระทั่งการ selectable เริ่มขึ้น หน่วย millisecond (default=0)
    filter ใช้กำหนด selector ที่ใช้บ่งบอกถึง item ที่จะสามารถถูก selectable ได้ (default=
    tolerance ให้กำหนดลักษณะ การวาง ของ selectable-element ในกรณีที่สามารถวางบน element อื่นได้
    start ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ selectable เริ่มขึ้น
    stop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ selectable สิ้นสุด
    selecting ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อกำลัง selecting และ element มีการถูก selecting
    unselecting ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อกำลัง selecting และ element มีการถูก unselecting
    selected ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อสิ้นสุดการ selecting และ element มีการถูก selecting
    unselected ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อสิ้นสุดการ selecting และ element มีการถูก unselecting
  • droppable ( options ) ใช้กำหนด ให้ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ droppable
    accept ให้กำหนด selector ของ draggable ที่สามารถ drop ภายใน
    tolerance ให้กำหนดลักษณะ การวาง ของ drag-element ในกรณีที่สามารถวางบน drop-element ได้
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ Drop ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่
    activate ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี drag-element มา วางลงบน drop-element สำเร็จ
    deactivate ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี drag-element มา วางลงบน drop-element ไม่สำเร็จ
    over ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี drag-element มา วางเหนือ drop-element
    out ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อ มี drag-element มา ออกจากการวางเหนือ drop-element
    drop ให้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้งานเมื่อมี drag-element มา วางลงบน drop-element โดยไม่สนใจว่าสำเร็จหรือไม่
    activeClass ให้กำหนด class name ในกรณีที่ drop-element มีสถานะเป็น active state
    hoverClass ให้กำหนด class name ในกรณีที่ drop-element มีสถานะเป็น hover state
  • resizable ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ resizable ( การปรับขนาดได้ )
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ resizable ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    alsoResize ใช้กำหนด element ที่จะถูก resizable ด้วย เมื่อ element ภายใน set มีการ resizable (default=false)
    animate ใช้กำหนดว่าจะมีการ animate หลังจากที่ resizable เสร็จแล้ว หรือไม่ (default=false)
    animateDuration ใช้กำหนดระยะเวลาของการ animate โดยหน่วยเป็น millisecond หรือกำหนดค่า slow, normal, fast
    aspectRatio ใช้กำหนดอัตราส่วนของการ resizable (ระหว่างแนวนอนและแนวตั้ง)
    autoHide ใช้กำหนดว่าเมื่อมีการ hover เหนือ element จะใช้ hide โดยอัตโนมัติ หรือไม่ (default=false)
    cancel ใช้กำหนด element ที่ไม่สามารถมีคุณสมบัติ resizable ได้ (default=input,option)
    delay ใช้กำหนด ระยะเวลาหน่วง การ resizable ของ element (default=0)
    distance ใช้กำหนด ระยะทาง ของการ resizable ของ element (default=1)
    ghost ใช้กำหนดว่า เมื่อมีการ resizable จะให้มี virtual-element ที่ถูกปรับใชหรือไม่ (default=false)
    grid ใช้กำหนด อัตราส่วนที่แน่นอนของการ resizable ในแต่ละหน่วย เช่น [50,50] (default=false)
    handles ใช้กำหนดทิศทางที่อนุญาติให้มีการปรับขนาดได้ โดยค่าที่เป็นไปได้
    maxHeight ใช้กำหนดขนาดความสูงสูงสุดที่สามารถ resizable ได้ (default=null)
    maxWidth ใช้กำหนดขนาดความกว้างสูงสุดที่สามารถ resizable ได้ (default=null)
    minHeight ใช้กำหนดขนาดความสูงต่ำสุดที่สามารถ resizable ได้ (default=10)
    minWidth ใช้กำหนดขนาดความกว้างต่ำสุดที่สามารถ resizable ได้ (default=10)
    start ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ resize เริ่มขึ้น
    resize ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อกำลังมีการ resize
    stop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ resize จบลง
  • accordion ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ accordion ( เมนูแบบสไลด์ )
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ accordion ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    active ใช้กำหนด element ที่จะถูก active ในตอนแรก
    animated ใช้กำหนดลักษณะของการ animate ของ accordion (default=slide)
    autoHeight ใช้กำหนดความสูงว่าจะเป็นแบบ auto หรือไม่ (default=true)
    clearStyle (default=false)
    collapsible (default=false)
    event ใช้กำหนด event ที่จะทำให้เกิด accordion ขึ้น (default=click)
    header ใช้กำหนด header element (default=> li > :first-child,> :not(li):even)
    navigation (default=false)
    navigationFilter (default=null)
    change ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ accordion เปลี่ยนแปลง
    changestart ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ accordion เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง
  • datepicker ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ datepicker
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ datepicker ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    altField ใช้กำหนด selector ที่จะเป็น alt ของการ hover เหนือวันที่ (default="")
    altFormat ใช้กำหนด รูปแบบ ของการแสดง alt เช่น "yy-mm-dd" (default="")
    autoSize ใช้กำหนดว่าจะปรับขนาดแบบ auto ในแต่ละ field หรือไม่ (default=false)
    changeMonth ใช้กำหนดว่าสามารถเปลี่ยนเดือน ได้หรือไม่ (default=false)
    changeYear ใช้กำหนดว่าสามารถเปลี่ยนปี ได้หรือไม่ (default=false)
    dateFormat ใช้กำหนดรูปแบบของวันที่ (default=mm/dd/yy)
    dayNames ใช้กำหนดชื่อวันแบบเต็ม (defatult=['Sunday', 'Monday', 'Tuesday', 'Wednesday', 'Thursday', 'Friday', 'Saturday'])
    dayNamesMin ใช้กำหนดชื่อวันแบบย่อ (default=['Su', 'Mo', 'Tu', 'We', 'Th', 'Fr', 'Sa'])
    dayNamesShort ใช้กำหนดชื่อวันแบบสั้น (default=['Sun', 'Mon', 'Tue', 'Wed', 'Thu', 'Fri', 'Sat'])
    defaultDate ใช้กำหนดค่าเริ่มต้นของวันที่ เช่น +7 (default=null)
    duration ใช้กำหนดระยะเวลาที่ให้ datepicker ปรากฏขึ้น โดยค่าที่เป็นไปได้ (default=normal)
    firstDay ใช้กำหนดวันที่จะให้เป็นวันเลขของสัปดาห์ โดย 0 คือ วันอาทิตย์ และต่อๆไปตามลำดับ (default=0)
    gotoCurrent ใช้กำหนดว่าเมื่อเปลี่ยนเดือนแล้ว จะยังคงให้ focus ไปที่ วันที่ ปัจจุบันอยู่ ใช่หรือไม่ (default=false)
    hideIfNoPrevNext ใช้กำหนดว่าในกรณีที่ เดือนปัจจุบันอยู่ใน minDate หรือ maxDate แล้ว ต้องการให้ซ่อนปุ่ม next หรือ previous ด้วย ใช่หรือไม่
    maxDate ใช้กำหนดวันที่สูงสุดของปฏิทิน โดยค่าที่เป็นไปได้ (default=null)
    minDate ใช้กำหนดวันที่ต่ำสุดของปฏิทิน
    monthNames ใช้กำหนดชื่อเดือนแบบเต็ม
    monthNamesShort ใช้กำหนดชื่อเดือนแบบสั้น (default=['Jan', 'Feb', 'Mar', 'Apr', 'May', 'Jun', 'Jul', 'Aug', 'Sep', 'Oct', 'Nov', 'Dec'])
    numberOfMonths ใช้กำหนดจำนวนของเดือนที่ต้องการให้แสดงผล คือต้องการแสดงออกมาทั้งหมดกี่เดือน (default=1)
    showAnim ใช้กำหนดรูปแบบการแสดงหรือซ่อน datepicker (default=show)
    stepMonths ใช้กำหนดว่าการ click next หรือ previous จะให้เปลี่ยนเดือนกี่เดือน (default=1)
    beforeShow ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อก่อนที่ datepicker จะแสดงขึ้นมา
    beforeShowDay ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อก่อนที่ day ของ datepicker จะแสดงขึ้นมา
    onChangeMonthYear ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ datepicker ถูกเปลี่ยนเดือนหรือปี
    onClose ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ datepicker ปิดตัวลง
    onSelect ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ datepicker ถูกเลือกวันที่
  • dialog ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ dialog
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ dialog ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    autoOpen ใช้กำหนดว่าจะให้ auto open เลยหรือไม่ ถ้ากำหนด false คือจะถูกซ่อนอยู่จนกว่าจะเรียกใช้ .dialog("open") ขึ้น (default=true)
    buttons ใช้กำหนดปุ่มบน dialog โดยกำหนดเป็น object ที่มี property คือชื่อของปุ่ม และ value ของ property คือ function ที่จะให้ทำงาน
    closeOnEscape ใช้กำหนดว่าถ้ากดปุ่ม esc แล้ว จะใช้ปิด dialog ไปหรือไม่ (default=true)
    closeText ใช้กำหนด text ของปุ่มปิด (default=close)
    dialogClass ใช้กำหนด class(es) ให้กับ dialog (default="")
    draggable ใช้กำหนดว่าสามารถ draggable ได้หรือไม่ (default=true)
    height ใช้กำหนดความสูงของ dialog (default=auto)
    hide ใช้กำหนด effect เมื่อมีการปิด dialog (default=null)
    maxHeight ใช้กำหนดขนาดความสุงสุงสุดเมื่อมีการ resize (default=false)
    maxWidth ใช้กำหนดขนาดความกว้างสุงสุดเมื่อมีการ resize (default=false)
    minHeight ใช้กำหนดขนาดความสุงต่ำสุดเมื่อมีการ resize (default=150)
    minWidth ใช้กำหนดขนาดความกว้างต่ำสุดเมื่อมีการ resize (default=150)
    modal ใช้กำหนดว่าเมื่อมี dialog ขึ้นมาแล้ว element อื่นๆจะถูก disabled ใช่หรือไม่ (default=false)
    position ใช้กำหนด ตำแหน่งของ dialog ที่จะแสดงบนหน้าจอ
    resizable ใช้กำหนดว่าสามารถ resizable ได้หรือไม่ (default=true)
    show ใช้กำหนด effect เมื่อมีการเปิด dialog (default=null)
    title ใช้กำหนด title ของ dialog (default="")
    width ใช้กำหนดขนาดความกว้างของ dialog (default=300)
    zIndex ใช้กำหนด ลำดับการอยุ่เหนือ element อื่นๆให้กับ dialog (default=1000)
    beforeclose ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อก่อนที่ dialog จะถูกปิดลง
    open ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog ถูกเปิดขึ้น
    focus ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog ได้รับ focus
    dragStart ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog กำลังเริ่มต้นการ drag
    drag ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog กำลัง drag อยู่
    dragStop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog กำลังสิ้นสุดการ drag
    resizeStart ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog กำลังเริ่มต้นการ resize
    resize ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog กำลัง resize อยู่
    resizeStop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog กำลังสิ้นสุดการ resize
    close ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ dialog ถูกปิดลง
  • progressbar ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ progressbar
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ progressbar ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    value ใช้กำหนดค่าของ progressbar (default=0)
    change ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ value ของ progressbar
  • slider ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ slider
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ slider ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    animate ใช้กำหนดลักษณะของการ animate ได้แก่ slow, normal, fast หรือ เลขในหน่วย millisecond (default=false)
    max ให้กำหนด ค่าสูงสุด ของ slider (default=100)
    min ให้กำหนด ค่าต่ำสุด ของ slider (default=0)
    orientation ใช้กำหนดว่าต้องการให้เป็น slider แบบ horizontal หรือ vertical (default=horizontal)
    range ใช้กำหนดค่า range (default=false)
    step ใช้กำหนด value ที่เพิ่มขึ้น แต่ละครั้งของการ slide (default=1)
    value ใช้กำหนด value ของ slider (defualt=0)
    start ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ slider กำลังเริ่มต้น slide
    slide ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ slider กำลัง slide อยู่
    change ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ value ของ slider เปลี่ยนแปลง
    stop ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ slider หยุดการ slide
  • tabs ( options ) ใช้กำหนดให้ ทุก element ภายใน set มีคุณสมบัติ tabs
    disabled ใช้กำหนดสถานะของการ tabs ว่ายังใช้งานไม่ได้ ใช่หรือไม่ (default=false)
    disabled ใช้กำหนดตำแหน่งที่ของ tabs ที่ถูก disabled โดยเริ่มนับจาก ศูนย์ เช่น [0,4] เป็นต้น (default=[])
    event ใช้กำหนด event ที่จะทำให้เกิดการ tabs ขึ้น (default=click)
    selected ใช้กำหนด ตำแหน่งที่ของ tabs ที่จะให้ focus โดยเริ่มนับจาก ศูนย์ (default=0)
    tabTemplate ใช้กำหนด pattern ของ html ที่จะให้เป็น header ของ tab
    panelTemplate ใช้กำหนด pattern ของ html ที่จะให้เป้น ส่วนเนื้อหา ของ tab
    spinner ใช้กำหนด pattern ของ html ที่จะให้แสดงเมื่อ มีการ loading contents ภายในส่วนเนื้อหาของ tab
    ajaxOptions ใช้กำหนด ajaxOptions เหมือนของ $.ajax (default=null)
    select ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อมีการเลือก tab เกิดขึ้น (เลือก tab อื่น)
    load ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ contents ภายใน tab ได้ถูก load เสร็จ
    show ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อ tabs ถูกแสดงขึ้นมา
    add ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อมีการ เพิ่ม tab เข้าไป
    remove ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อมีการ ลบ tab ออกไป
    enable ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ tabs ถูก enable
    disable ใช้กำหนด function ที่จะถูกเรียกใช้เมื่อการ tabs ถูก disable
 
Share This Subject Login with Facebook