Java-AWT E-Learning Programming : สอน class และ method ของ Java-AWT, เรียน class และ method ของ Java-AWT
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • drawLine() ใช้ลากเส้นตรงจากจุด ( x1, y1 ) ไปยังจุด ( x2, y2 ) โดยเป็นการวาดเส้นตรง
    drawRect() ใช้วาดรูปสี่เหลี่ยมจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด โดยเป็นการวาดรูปสี่เหลี่ยม
    fillRect() ใช้วาดรูปสี่เหลี่ยมจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด โดยเป็นการวาดรูปสี่เหลี่ยมแบบทึบ
    clearRect() ใช้วาดรูปสี่เหลี่ยมจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด โดยเป็นการวาดรูปสี่เหลี่ยมแบบว่าง ( เป็นสีขาว )
    drawRoundRect() ใช้วาดรูปสี่เหลี่ยมจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด โดยเป็นการวาดรูปสี่เหลี่ยมมุมมน
    fillRoundRect() ใช้วาดรูปสี่เหลี่ยมจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด โดยเป็นการวาดรูปสี่เหลี่ยมมุมมนแบบทึบ
    drawOval() ใช้วาดรูปวงกลมหรือวงรีจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด
    fillOval() ใช้วาดรูปวงกลมหรือวงรีจากจุด ( x, y ) และมีขนาดตามที่กำหนด โดยเป็นการวาดวงรีหรือวงกลมแบบทึบ
    drawArc() ใช้วาดรูปส่วนโค้ง ( จะคล้ายวงกลมหรือวงรี เพียงแต่จะวาดเพียงบางส่วน )
    fillArc() ใช้วาดรูปส่วนโค้ง ( จะคล้ายวงกลมหรือวงรี เพียงแต่จะวาดเพียงบางส่วน ) โดยเป็นการวาดส่วนโค้งแบบทึบ
    drawImage() ใช้วาดรูปภาพจาก path ของ object image โดยเริ่มจากตำแหน่ง ( x, y ) ที่กำหนด
    drawString() ใช้เขียนตัวอักษรในรูปแบบของ Graphics โดยเริ่มจากตำแหน่ง ( x, y ) ที่กำหนด
    drawChars() ใช้เขียนตัวอักษรในรูปแบบของ Graphics โดยเริ่มจากตำแหน่ง ( x, y ) ที่กำหนด
    drawBytes() ใช้เขียนตัวอักษรในรูปแบบของ Graphics โดยเริ่มจากตำแหน่ง ( x, y ) ที่กำหนด
    setFont() ใช้กำหนด font และจะมีผลเมื่อมีการแสดงตัวอักษรแบบ graphics
  • getFontList() ใช้คืนค่า ชื่อ font ทั้งหมดใน Java
    getImage() ใช้คืนค่า object image จาก path รูปภาพที่กำหนด
  • new Color() ใช้สร้าง object color โดยมีสีตามค่าที่กำหนด
  • new Font() ใช้สร้าง object font
    getName() ใช้คืนค่า ประเภท ของ font
    getSize() ใช้คืนค่า ขนาด ของ font
    getStyle() ใช้คืนค่า รูปแบบ ของ font
    getFamily() ใช้คืนค่า ชื่อตระกูล ของ font
    isBold() ใช้ตรวจสอบว่า font เป็นแบบ BOLD ใช่หรือไม่
    isItalic() ใช้ตรวจสอบว่า font เป็นแบบ ITALICS ใช่หรือไม่
    isPlain() ใช้ตรวจสอบว่า font เป็นแบบ PLAIN ใช่หรือไม่
    PLAIN ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น ตัวอักษรแบบธรรมดา
    BOLD ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น ตัวอักษรแบบตัวหนา
    ITALICS ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น ตัวอักษรแบบตัวเอียง
  • new Cursor() ใช้สร้าง object cursor โดยจะมีรูปแบบตามที่กำหนด
    SW_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ south west resize
    SE_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ south east resize
    NW_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ north west resize
    NE_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ north east resize
    N_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ north resize
    S_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ south resize
    W_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ west resize
    E_RESIZE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ east resize
    HAND_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ hand
    MOVE_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ move
    WAIT_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ wait
    TEXT_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ text
    DEFAULT_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ default
    CROSSHAIR_CURSOR ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น cursor แบบ crosshair
  • new Point() ใช้สร้าง object point และเก็บค่าตำแหน่งแกน x, y ที่ 0, 0
    new Point( x, y ) ใช้สร้าง object point และเก็บค่าตำแหน่งแกน x, y ตามที่กำหนด
    getX() ใช้คืนค่าตำแหน่งแกน x
    getY() ใช้คืนค่าตำแหน่งแกน y
    x ใช้คืนค่า แกน x
    y ใช้คืนค่า แกน y
  • new Dimension() ใช้สร้าง object dimension โดยเก็บค่า ขนาดความกว้าง และความสูง ไว้ที่ 0, 0
    new Dimension( weight, height ) ใช้สร้าง object dimension โดยเก็บค่า ขนาดความกว้าง และความสูง ตามที่กำหนด
    getWidth() ใช้คืนค่า ความกว้าง
    getHeight() ใช้คืนค่า ความสูง
    setSize() ใช้กำหนด ขนาดความกว้าง และความสูง
    width ใช้คืนค่า ความกว้าง
    height ใช้คืนค่า ความสูง
  • new Rectangle() ใช้สร้าง object rectangle และเก็บค่าแกน x, y และขนาดความกว้าง ความสูง ไว้ที่ 0 ทั้งหมด
    new Rectangle( object_dimension ) ใช้สร้าง object rectangle และเก็บค่าแกน x, y ที่ 0, 0 และเก็บค่า ขนาดความกว้าง ความสูง ตามที่ object dimension เก็บไว้
    new Rectangle( weight, height ) ใช้สร้าง object rectangle และเก็บค่าแกน x, y ที่ 0, 0 โดยเก็บค่า ขนาดความกว้าง และความสูง ตามที่กำหนด
    new Rectangle( x, y, weight, height ) ใช้สร้าง object rectangle และเก็บค่าแกน x, y และขนาดความกว้าง ความสูง ตามที่กำหนด
    x ใช้คืนค่า แกน x
    y ใช้คืนค่า แกน y
    width ใช้คืนค่า ความกว้าง
    height ใช้คืนค่า ความสูง
  • FlowLayout คืออะไร ? เป็นรูปแบบของการจัดวาง layout โดยจะเรียง component จากซ้ายไปขวา
    new FlowLayout() ใช้สร้าง object flowlayout โดยมีระยะห่างระหว่าง component ทั้งแนวตั้งและแนวนอนคือ 5 pixel
    new FlowLayout( flowlayout_constant ) ใช้สร้าง object flowlayout โดยมีระยะห่างระหว่าง component ทั้งแนวตั้งและแนวนอนคือ 5 pixel และกำหนดวิธีการเรียง component ด้วย
    new FlowLayout( flowlayout_constant, int_horizontal, int_vertical ) ใช้สร้าง object flowlayout โดยมีการกำหนดระยะห่างระหว่าง component ทั้งแนวตั้งและแนวนอน และกำหนดวิธีการเรียง component ด้วยว่าจะให้เป็นลักษณะใด
    setAlignment() ใช้กำหนดวิธีการเรียง component ว่าจะให้เป็นลักษณะใด คือ เริ่มจากซ้าย, เริ่มจากขวา หรือเริ่มจากตรงกลาง
    getAlignment() ใช้คืนค่าวิธีการเรียง component ว่าเป็นลักษณะใด
    setHgap() ใช้กำหนดระยะห่างระหว่าง component ในแนวนอน
    setVgap() ใช้กำหนดระยะห่างระหว่าง component ในแนวตั้ง
    getHgap() ใช้คืนค่าระยะห่างระหว่าง component ในแนวนอน
    getVgap() ใช้คืนค่าระยะห่างระหว่าง component ในแนวนอน
    LEFT ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ที่เริ่มจากทางซ้ายมือ
    RIGHT ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ที่เริ่มจากทางขวามือ
    CENTER ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ที่เริ่มจากทางตรงกลาง
  • BorderLayout คืออะไร ? เป็นรูปแบบของการจัดวาง layout โดยจะแบ่งเป็นพื้นที่ ได้แก่ NORTH, WEST, CENTER, EAST, SOUTH
    new BorderLayout() ใช้สร้าง object borderlayout โดยมีระยะห่างระหว่าง พื้นที่ คือ 0
    new BorderLayout( int_horizontal, int_vertical ) ใช้สร้าง object borderlayout โดยมีการกำหนดระยะห่างระหว่างพื้นที่ด้วย
    NORTH ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ให้อยู่พื้นที่ north
    WEST ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ให้อยู่พื้นที่ west
    CENTER ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ให้อยู่พื้นที่ center
    EAST ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ให้อยู่พื้นที่ east
    SOUTH ใช้คืนค่า ตัวเลข ที่เป็นค่าคงที่ ที่แทนความหมายว่าเป็น เป็นรูปแบบการจัดเรียง component ให้อยู่พื้นที่ south
  • GridLayout คืออะไร ? เป็นรูปแบบของการจัดวาง layout โดยจะจัดวาง component แบบตาราง คือมีการกำหนดจำนวนแถว และคอลัมน์
    new GridLayout() ใช้สร้าง object gridlayout
    new GridLayout ( int_row, int_col ); ใช้สร้าง object gridlayout โดยจะมีจำนวนแถวและคอลัมน์ตามที่กำหนด
    new GridLayout ( int_row, int_col, int_horizontal, int_vertical ); ใช้สร้าง object gridlayout โดยจะมีจำนวนแถวและคอลัมน์ตามที่กำหนด
    setRows() ใช้กำหนด จำนวนแถว
    setColumns() ใช้กำหนด จำนวนคอลัมน์
    setHgap() ใช้กำหนดระยะห่างระหว่าง cell ในแนวนอน
    setVgap() ใช้กำหนดระยะห่างระหว่าง cell ในแนวตั้ง
    getRows() ใช้คืนค่า จำนวนแถว
    getColumns() ใช้คืนค่า จำนวนคอลัมน์
    getHgap() ใช้คืนค่าระยะห่างระหว่าง cell ในแนวนอน
    getVgap() ใช้คืนค่าระยะห่างระหว่าง cell ในแนวตั้ง
  • setLayout() ใช้ในการกำหนดรูปแบบการจัดวาง component ของ container
    getLayout() ใช้คืนค่า รูปแบบการจัดวาง component
    add() ใช้ในการเพิ่ม component เข้าไปใน container
    add( object_component, borderlayout_constant ) ใช้ในการเพิ่ม component เข้าไปใน container และมีการกำหนดตำแหน่งพื้นที่ด้วย แต่ต้องใช้กับ BorderLayout เท่านั้น
    setFont() ใช้กำหนด font
    getMaximumSize() ใช้คืนค่า Maximum Size ของ Container
    getMinimumSize() ใช้คืนค่า Minimum Size ของ Container
    getPreferredSize() ใช้คืนค่า Preferred Size ของ Container
  • setBounds() ใช้กำหนด ตำแหน่ง และขนาดของ component
    setBounds( object_rectangle ) ใช้กำหนด ตำแหน่ง และขนาดของ component
    getBounds() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง และขนาดความกว้างและความสูง ของ component ในรูปแบบของ rectangle
    setLocation() ใช้กำหนด ตำแหน่ง ของ component ( ใช้ในการเลื่อนตำแหน่งของ component )
    setLocation( object_point ) ใช้กำหนด ตำแหน่ง ของ component ( ใช้ในการเลื่อนตำแหน่งของ component )
    getLocation() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของ component ในรูปแบบของ Point
    getLocationOnScreen() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของ component ในรูปแบบของ point
    setSize() ใช้กำหนด ขนาด ของ component ( ใช้ในการเปลี่ยนขนาดของ component )
    setSize( object_dimension ) ใช้กำหนด ขนาด ของ component ( ใช้ในการเปลี่ยนขนาดของ component )
    getSize() ใช้คืนค่า ขนาดความกว้างและความสูง ของ component ในรูปแบบของ dimension
    getPreferredSize() ใช้คืนค่า preferred size ของ component ในรูปแบบของ dimension
    setBackground() ใช้กำหนดสีพื้นหลังให้กับ component
    getBackground() ใช้คืนค่า สีพื้นหลัง ของ component
    setForeground() ใช้กำหนดสีตัวอักษรให้กับ component
    getForeground() ใช้คืนค่า สีตัวอักษร ของ component
    setFont() ใช้กำหนด font ให้กับ component
    getFont() ใช้คืนค่า font ของ component
    setEnabled() ใช้กำหนดว่าจะให้ component สามารถทำงานได้หรือไม่
    setVisible() ใช้กำหนดว่าจะให้ component แสดงหรือไม่
    setName() ใช้กำหนด ชื่อ ให้กับ component
    getName() ใช้คืนค่า ชื่อ ของ component
    requestFocus() ใช้กำหนดให้ focus ไปที่ component
    isEnabled() ใช้ตรวจสอบว่า component ถูก enable อยู่หรือไม่
  • new Frame() ใช้สร้าง object frame โดยไม่มีการกำหนด title bar
    new Frame( object_string_title_bar ) ใช้สร้าง object frame โดยมี title bar ตามที่กำหนด
    setTitle() ใช้กำหนดข้อความที่เป็น title bar
    getTitle() ใช้คืนค่าข้อความของ title bar
    setIconImage() ใช้กำหนด icon ให้กับ frame
    setMenuBar() ใช้กำหนด menu bar ให้กับ frame
    setMaximizedBounds() ใช้กำหนดขนาดของ frame เมื่อมีการคลิกที่ปุ่ม maximum
    setResizable() ใช้กำหนดว่าจะให้ frame สามารถปรับขนาดได้หรือไม่
    show() ใช้กำหนดให้แสดง frame
    hide() ใช้กำหนดให้ซ่อน frame
  • MouseMotionListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ mouse
    MouseListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ mouse
    MouseInputListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ mouse
    FocusListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ Activate
    ActionListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ เหตุการณ์ใดๆบน component
    ItemListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ item
    CaretListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ ช่องรับข้อมูลต่างๆ
    ChangeListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ State
    ListSelectionListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ List ใน Component
    TableModelListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ TableModel
    MouseWheelListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ mouse wheel
    AdjustmentListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ mouse wheel
    InternalFrameListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ Internal Frame
    MenuListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ menu
    KeyListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ keyboard
    WindowListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ window
    PopupMenuListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ popup
    ComponentListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ component
    ContainerListener เป็น Interface ในการ ดักฟังเหตุการณ์ ของการทำงานของ container
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    translatePoint ( x, y ) ใช้เลื่อนตำแหน่งของ mouse ไปยังจุด พิกัด ที่ต้องการ
    getPoint ( ) ใช้คืนค่า พิกัด (x,y) ของ mouse ในรูปแบบ Point
    getX ( ) ใช้คืนค่า พิกัด x ของ mouse
    getY ( ) ใช้คืนค่า พิกัด y ของ mouse
    getButton ( ) ใช้คืนค่าว่า ปุ่ม mouse ที่กด คือปุ่มใด
    NOBUTTON ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า mouse ไม่ได้ถูกกด
    BUTTON1 ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า mouse ถูกกดที่ปุ่มที่ 1
    BUTTON2 ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า mouse ถูกกดที่ปุ่มที่ 2
    BUTTON3 ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า mouse ถูกกดที่ปุ่มที่ 3
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getOppositeComponent ( ) ใช้คืนค่า
    isTemporary ( ) ใช้ตรวจสอบว่า focus เป็นแบบ temporary ใช่หรือไม่
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getActionCommand ( ) ใช้เหมือน method getSource ( )
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getStateChange ( ) ใช้คืนค่า state ที่เปลี่ยนไป ( คือจะคืนค่า SELECTED หรือ DESELECTED )
    SELECTED ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า item ถูก เลือก
    DESELECTED ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า item ไม่ได้ ถูก เลือก
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getDot ( ) ใช้คืนค่า ตำแหน่งปัจจุบันของ Cursor ในช่องรับข้อมูล
    getMart ( ) ใช้คืนค่า ตำแหน่งปัจจุบันของ Cursor ในช่องรับข้อมูล
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getColumn ( ) ใช้คืนค่า ตำแหน่งของ column ที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกิดขึ้น
    getLastRow ( ) ใช้คืนค่า ตำแหน่งของ row ที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกิดขึ้น
    getType ( ) ใช้คืนค่า ชนิดของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกิดขึ้นใน TableModel
    DELETE ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกิดขึ้นที่ TableModel คือการ delete
    INSERT ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกิดขึ้นที่ TableModel คือการ insert
    UPDATE ใช้คืนค่า ค่าคงที่ ที่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกิดขึ้นที่ TableModel คือการ update
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getKeyChar ( ) ใช้คืนค่าตัวอักษรที่กดลงไป
    getKeyCode ( ) ใช้คืนค่า ค่า ascii ของตัวอักษรที่กดลงไป
    isActionKey ( ) ใช้ตรวจสอบว่ามีการกดปุ่ม F1 ถึง F12 ใช่หรือไม่
    isAltDown ( ) ใช้ตรวจสอบว่ามีการกดปุ่ม alt ใช่หรือไม่
    isControlDown ( ) ใช้ตรวจสอบว่ามีการกดปุ่ม ctrl ใช่หรือไม่
    isShiftDown ( ) ใช้ตรวจสอบว่ามีการกดปุ่ม shift ใช่หรือไม่
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getScrollAmount ( ) ใช้คืนค่า จำนวนบรรทัดที่เลื่อนไป เมื่อมีการ scroll ไป 1 block
    getUnitToScroll ( ) ในกรณีที่กดปุ่ม ลูกศร เพื่อ scroll จะคืนค่า จำนวนบรรทัด
    getWheelRotation ( ) ใช้คืนค่า จำนวน block ที่ scroll ไป ( ในกรณีที่กดปุ่ม page up หรือ page down )
    getScrollType ( ) ใช้คืนค่าชนิดของการ scroll โดยจมีโอกาสเกิดเพียงสองค่า คือ 0 และ 1
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getComponent ( ) ใช้คืนค่า Class ของ Object ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นๆ
  • getSource ( ) ใช้คืนค่า ชื่อของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    toString ( ) ใช้คืนค่า รายละเอียด ของ component ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
    getContainer ( ) ใช้คืนค่า Class ของ Object ที่ใช้สำหรับ add หรือ remove component
    getChild ( ) ใช้คืนค่า Class ของ Object ที่ถูก add หรือ remove บน Container
 
Share This Subject Login with Facebook