Android-Widget E-Learning Programming : สอน class และ method ของ Android-Widget, เรียน class และ method ของ Android-Widget
 

Reference

Reference ในเว็บไซต์ Function.in.th เป็นการนำเสนอความรู้ในรูปแบบของแหล่งอ้างอิงของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้การใช้งานคำสั่งของการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ได้ ผ่านทาง URL code.function.in.th ทั้งนี้ผู้อ่านยังสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นบนเนื้อหาที่มีสอนได้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างผู้อ่านด้วยกันเอง
  • AnalogClock() ใช้สร้าง Object AnalogClock
    onAttachedToWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ AnalogClock เริ่มถูกแสดงใน window
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ AnalogClock ออกจากการแสดงผลใน window
    onSizeChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ Object AnalogClock ถูกเปลี่ยนแปลง ขนาด
  • ArrayAdapter ( Context c, int resId ) ใช้สร้าง Object ArrayAdapter
    ArrayAdapter ( Context c, int resId, T [ ] objects ) ใช้สร้าง Object ArrayAdapter
    add() ใช้เพิ่ม Object เข้าไปใน ArrayAdapter
    clear() ใช้ลบ Object ทั้งหมดออกจาก ArrayAdapter
    getContext() ใช้คืนค่า Context ที่ใช้สร้าง Object ArrayAdapter นี้ขึ้นมา
    getCount() ใช้คืนค่า จำนวน Object ทั้งหมดที่ ArrayAdapter มี
    getItem() ใช้คืนค่า Object ของ ArrayAdapter ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    getItemId() ใช้คืนค่า id ของ Object ของ ArrayAdapter ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    getPosition() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของ Object ที่กำหนด ที่อยู่ใน ArrayAdapter
    insert() ใช้เพิ่ม Object เข้าไปใน ArrayAdapter ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    remove() ใช้ลบ Object ที่กำหนด ออกจาก ArrayAdapter
  • AutoCompleteTextView() ใช้สร้าง Object AutoCompleteTextView
    clearListSelection() ใช้ยกเลิกการแสดง รายการของ list
    dismissDropDown() ใช้ปิด DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getAdapter() ใช้คืนค่า ข้อมูลของ Object AutoCompleteTextView โดยจะคืนมาในลักษณะของ Object ListAdapter
    getDropDownBackground() ใช้คืนค่า background ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getDropDownHeight() ใช้คืนค่า ขนาดความสูง ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getDropDownHorizontalOffset() ใช้คืนค่า ตำแหน่งในแนวนอน ( แกน x ) ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getDropDownVerticalOffset() ใช้คืนค่า ตำแหน่งในแนวตั้ง ( แกน y ) ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getDropDownWidth() ใช้คืนค่า ขนาดความกว้าง ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getListSelection() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของรายการ ใน DropDown ที่กำลังถูกเลือกอยู่
    isPopupShowing() ใช้ตรวจสอบว่า popup กำลังแสดงอยู่ ใช่หรือไม่
    setAdapter() ใช้กำหนด ข้อมูล ที่จะใช้แสดงตรง DropDown ของ object AutoCompleteTextView
    setCompletionHint() ใช้กำหนด คำอธิบาย ให้กับ Object AutoCompleteTextView เมื่อมีการชี้ที่ Object
    setDropDownBackgroundResource() ใช้กำหนด พื้นหลัง ให้กับ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    setDropDownHeight() ใช้กำหนด ขนาดความสูง ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    setDropDownHorizontalOffset() ใช้กำหนด ตำแหน่งในแนวนอน ( แกน x ) ให้กับ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    setDropDownVerticalOffset() ใช้กำหนด ตำแหน่งในแนวตั้ง ( แกน y ) ให้กับ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    setDropDownWidth() ใช้กำหนด ขนาดความกว้าง ของ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    setListSelection() ใช้กำหนด ตำแหน่งที่จะถูกเลือกอยู่ ใน List ของ Object AutoCompleteTextView
    showDropDown() ใช้กำหนดให้ แสดง DropDown ขึ้นมา ของ Object AutoCompleteTextView
    setOnClickListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ Object AutoCompleteTextView
    setOnItemClickListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ item ตรวจ DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    setOnItemSelectedListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เลือก ที่ item ตรว DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getItemClickListener() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ item ตรว DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getOnItemClickListener() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ item ตรว DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getItemSelectedListener() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เลือก ที่ item ตรว DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    getOnItemSelectedListener() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เลือก ที่ item ตรว DropDown ของ Object AutoCompleteTextView
    onKeyDown() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการกดปุ่มลงบน Object AutoCompleteTextView
    onKeyUp() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการปล่อยปุ่มที่กดลงบน Object AutoCompleteTextView
    onWindowFocusChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มี window ถูกเปลี่ยนแปลง focus
    onAttachedToWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ AutoCompleteTextView เริ่มถูกแสดงใน window
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ AutoCompleteTextView ออกจากการแสดงผลใน window
    onFocusChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ AutoCompleteTextView ถูกเปลี่ยนแปลง focus
  • Button() ใช้สร้าง Object Button
  • CheckBox() ใช้สร้าง Object CheckBox
  • CheckedTextView() ใช้สร้าง Object CheckedTextView
    isChecked() ใช้ตรวจสอบว่า Object CheckedTextView ถูก checked อยู่หรือไม่
    setCheckMarkDrawable() ใช้กำหนด เครื่องหมาย check ให้กับ Object CheckedTextView
    setChecked() ใช้กำหนดให้ checked ที่ Object CheckedTextView
    setPadding() ใช้กำหนดระยะห่างระหว่าง Object CheckedTextView ทางด้าน ซ้าย บน ขวา และล่าง ตามลำดับ
    toggle() ใช้กำหนดให้ Object CheckedTextView มีลักษณะเป็น toggle
  • DatePicker() ใช้สร้าง Object DatePicker
    getDayOfMonth() ใช้คืนค่า วันที่ ของ Object DatePicker
    getMonth() ใช้คืนค่า เดือนที่ ของ Object DatePicker
    getYear() ใช้คืนค่า ปีที่ ของ Object DatePicker
    init() ใช้กำหนดค่าเริ่มต้น ให้กับ Object DatePicker
    setEnabled() ใช้กำหนดว่า จะให้ Object DatePicker enabled หรือไม่
    updateDate() ใช้กำหนดค่า วัน เดือน ปี ให้กับ Object DatePicker
  • DigitalClock() ใช้สร้าง Object DigitalClock
    onAttachedToWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ DigitalClock เริ่มถูกแสดงใน window
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ DigitalClock ออกจากการแสดงผลใน window
  • EditText() ใช้สร้าง Object EditText
    selectAll() ใช้กำหนดให้ มีแถบสีลากคลุมข้อความ ใน Object EditText ทั้งหมด
    setSelection() ใช้กำหนดให้ มีแถบสีลากคลุมข้อความ ใน Object EditText ตั้งแต่ ตำแหน่งที่กำหนด จนถึง ตำแหน่งที่กำหนด
    setSelection ( int index ) ใช้กำหนดให้ มีแถบสีลากคลุมข้อความ ใน Object EditText ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    setText() ใช้กำหนด ข้อความ ใน Object EditText
  • GridView() ใช้สร้าง Object GridView
    getAdapter() ใช้คืนค่า ข้อมูลของ Object GridView โดยจะคืนมาในลักษณะของ Object ListAdapter
    getStretchMode() ใช้คืนค่า stretch mode ของ Object GridView
    setAdapter() ใช้กำหนด ข้อมูล ที่จะใช้แสดง ของ object GridView
    setColumnWidth() ใช้กำหนด ขนาด ของแต่ละ column ใน Object GridView
    setGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ให้กับ Object GridView
    setHorizontalSpacing() ใช้กำหนด ระยะห่าง ระหว่าง คอลัมน์ ในแนวนอน ของ Object GridView
    setNumColumns() ใช้กำหนด จำนวนคอลัมน์ ของ Object GridView
    setSelection() ใช้กำหนด ตำแหน่งปัจจุบัน ที่จะให้ถูกเลือกอยู่ ของ Object GridView
    setStretchMode() ใช้กำหนด stretch mode ให้กับ Object GridView
    setVerticalSpacing() ใช้กำหนด ระยะห่าง ระหว่าง คอลัมน์ ในแนวตั้ง ของ Object GridView
  • HorizontalScrollView() ใช้สร้าง Object HorizontalScrollView
    addView() ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object HorizontalScrollView ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    addView ( child, params ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object HorizontalScrollView
    addView ( child, index, params ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object HorizontalScrollView ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    addView() ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object HorizontalScrollView
    getMaxScrollAmount() ใช้คืนค่า จำนวนของ scroll ทั้งหมด ของ Object HorizontalScrollView
    isSmoothScrollingEnabled() ใช้ตรวจสอบว่า มีการอนุณาติให้ใช้ smooth scroll หรือไม่
    scrollTo() ใช้กำหนดให้ scrollbar เลื่อนไปยังตำแหน่งที่กำหนด
    setSmoothScrollingEnabled() ใช้กำหนดว่า อนุญาติ ให้ใช้ smooth scroll หรือไม่
    smoothScrollBy() ใช้กำหนดให้ เลื่อน scroll ไปตามจำนวนที่กำหนด
    smoothScrollTo() ใช้กำหนดให้ scrollbar เลื่อนไปยังตำแหน่งที่กำหนด
    onSizeChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ Object HorizontalScrollView ถูกเปลี่ยนแปลง ขนาด
  • ImageButton() ใช้สร้าง Object ImageButton
  • ImageSwitcher() ใช้สร้าง Object ImageSwitcher
    setImageResource() ใช้กำหนด รูปภาพ จาก resource ให้กับ Object ImageSwitcher
    setImageURI() ใช้กำหนด รูปภาพ จาก sdcard ให้กับ Object ImageSwitcher
  • ImageView() ใช้สร้าง Object ImageView
    getBaseline() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง แกน x ที่เป็น baseline ของ Object ImageView
    getDrawable() ใช้คืนค่า รูปภาพของ Object ImageView โดยคืนค่ามาเป็น Object Drawable
    getScaleType() ใช้คืนค่า scale type ของ Object ImageView
    setAlpha() ใช้กำหนดค่า alpha ให้กับ Object ImageView
    setImageResource() ใช้กำหนด รูปภาพ จาก resource ให้กับ Object ImageView
    setImageURI() ใช้กำหนด รูปภาพ จาก sdcard ให้กับ Object ImageView
    setMaxHeight() ใช้กำหนดค่า ขนาดความสูง สูงสุด ที่เป็นไปได้ ให้กับ Object ImageView
    setMaxWidth() ใช้กำหนดค่า ขนาดความกว้าง สูงสุด ที่เป็นไปได้ ให้กับ Object ImageView
    setScaleType() ใช้กำหนดค่า scale type ใหักับ Object ImageView
    onSetAlpha() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการเรียกใช้ method setAlpha()
  • LinearLayout.LayoutParams() ใช้สร้าง Object LinearLayout.LayoutParams
    gravity ใช้คืนค่า gravity ( การวางตำแหน่ง ) ของ Object LinearLayout.LayoutParams
    weight ใช้คืนค่า ความกว้าง ของ Object LinearLayout.LayoutParams
  • LinearLayout() ใช้สร้าง Object LinearLayout
    getBaseline() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง แกน x ที่เป็น baseline ของ Object LinearLayout
    getOrientation() ใช้คืนค่า orientation ของ Object LinearLayout
    getWeightSum() ใช้คืนค่า ผมรวมของ ความกว้างทั้งหมด ของ Object LinearLayout
    setGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ให้กับ Object LinearLayout
    setHorizontalGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ในแนวนอน ให้กับ Object LinearLayout
    setOrientation() ใช้กำหนดค่า orientation ใหักับ Object LinearLayout
    HORIZONTAL เป็นค่าคงที่ ของ LinearLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ต้องการให้เป็น แนวนอน
    VERTICAL เป็นค่าคงที่ ของ LinearLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ต้องการให้เป็น แนวตั้ง
    setVerticalGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ในแนวตั้ง ให้กับ Object LinearLayout
    setWeightSum() ใช้กำหนดค่า ความกว้างรวม ให้กับ Object LinearLayout
  • ListView() ใช้สร้าง Object ListView
    addFooterView() ใช้เพิ่ม View เข้าไปใน Footer ของ Object ListView
    addHeaderView() ใช้เพิ่ม View เข้าไปใน Header ของ Object ListView
    clearChoices() ใช้ยกเลิก การเลือกข้อมูล ทั้งหมด ใน Object ListView
    getAdapter() ใช้คืนค่า ข้อมูลของ Object ListView โดยจะคืนมาในลักษณะของ Object ListAdapter
    getCheckItemIds() ใช้คืนค่า id ของ item ที่ถูกเลือกอยู่ใน Object ListView ( ในกรณีที่กำหนดให้ เลือกได้มากกว่าหนึ่ง )
    getCheckedItemPosition() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง ของ item ที่ถูกเลือกอยู่ใน Object ListView ( ในกรณีที่กำหนดให้ เลือกได้เพียงหนึ่ง )
    getChoiceMode() ใช้คืนค่า choice mode ของ Object ListView
    getDivider() ใช้คืนค่า divider ของ Object ListView โดยจะคืนมาในลักษณะของ Object Drawable
    getDividerHeight() ใช้คืนค่า ขนาดความสูง ของ Divider ของ Object ListView
    getFooterViewsCount() ใช้คืนค่า จำนวน ของ view ที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน footer ของ Object ListView
    getHeaderViewsCount() ใช้คืนค่า จำนวน ของ view ที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน header ของ Object ListView
    getItemsCanFocus() ใช้ตรวจสอบว่า item ของ Object ListView สามารถได้รับ focus ได้หรือไม่
    getMaxScrollAmount() ใช้คืนค่า จำนวนสูงสุด ของ scroll ของ Object ListView
    isItemChecked() ใช้ตรวจสอบว่า item ณ ตำแหน่งที่กำหนด กำลังถูกเลือกอยู่ หรือไม่
    removeFooterView() ใช้ลบ view ที่กำหนด ออกจาก footer ของ Object ListView โดยจะคืนค่า true กลับมาถ้าหากสามารถลบได้สำเร็จ
    removeHeaderView() ใช้ลบ view ที่กำหนด ออกจาก header ของ Object ListView
    setAdapter() ใช้กำหนด item ใหักับ Object ListView
    setCacheColorHint() ใช้กำหนดสีของ hint ให้กับ Object ListView
    setChoiceMode() ใช้กำหนด choice mode ให้กับ Object ListView
    CHOICE_MODE_MULTIPLE เป็นค่าคงที่ ของ ListView ที่ใช้แทนความหมายว่า สามารถเลือก item ได้ทีละหลายรายการ
    CHOICE_MODE_NONE เป็นค่าคงที่ ของ ListView ที่ใช้แทนความหมายว่า ไม่สามารถเลือก item ได้เลย
    CHOICE_MODE_SINGLE เป็นค่าคงที่ ของ ListView ที่ใช้แทนความหมายว่า สามารถเลือก item ได้ทีละหนึ่ง
    setDividerHeight() ใช้กำหนดค่า ขนาดความสูงของ divider ของ Object ListView
    setFooterDividersEnabled() ใช้กำหนดว่า จะ enabled footer divider หรือไม่
    setHeaderDividersEnabled() ใช้กำหนดว่า จะ enabled header divider หรือไม่
    setItemChecked() ใช้กำหนด สถานะ การ checked ให้กับ item ณ ตำแหน่งที่กำหนด ของ Object ListView
    setItemsCanFocus() ใช้กำหนดว่า สามารถให้ item ของ Object ListView ได้รับ focus ได้หรือไม่
    setSelection() ใช้กำนหดว่า item ณ ตำแหน่งที่เท่าใด ที่ถูกเลือกอยู่
    onFocusChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ ListView ถูกเปลี่ยนแปลง focus
    onKeyDown() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการกดปุ่มลงบน Object ListView
    onKeyMultiple() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการกดปุ่มหลายปุ่มลงบน Object ListView
    onKeyUp() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการปล่อยปุ่มที่กดลงบน Object ListView
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object ListView
  • MediaController() ใช้สร้าง Object MediaController
    hide() ใช้ ซ่อน Object MediaController
    isShowing() ใช้ตรวจสอบว่า Object MediaController กำลังถูกแสดงอยู่ใช่หรือไม่
    setEnabled() ใช้กำหนดว่า Object MediaController enabled อยู่หรือไม่
    show() ใช้กำหนดให้ Object MediaController แสดงขึ้นมา
    show ( timeout ) ใช้กำหนดให้ Object MediaController แสดงขึ้นมา โดยจะแสดงขึ้นมาตามจำนวนเวลาที่กำนหด ( หน่วยมิลลิวินาที )
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object MediaController
  • MultiAutoCompleteTextView() ใช้สร้าง Object MultiAutoCompleteTextView
  • PopupWindow ( context ) ใช้สร้าง Object PopupWindow
    PopupWindow() ใช้สร้าง Object PopupWindow
    PopupWindow ( width, height ) ใช้สร้าง Object PopupWindow โดยมีการกำหนดขนาดความสูงและความกว้างเอาไว้
    dismiss() ใช้ปิด popup window
    getAnimationStyle() ใช้คืนค่า animation style ของ Object PopupWindow
    getBackground() ใช้คืนค่า background ของ Object PopupWindow โดยจะคืนค่ามาแบบ Drawable
    getHeight() ใช้คืนค่า ขนาดความสูง ของ Object PopupWindow
    getInputMethodMode() ใช้คืนค่า input method mode ของ Object PopupWindow
    getWidth() ใช้คืนค่า ขนาดความกว้าง ของ Object PopupWindow
    isFocusable() ใช้ตรวจสอบว่า Object PopupWindow สามารถได้รับ Focus ได้หรือไม่
    isShowing() ใช้ตรวจสอบว่า Object PopupWindow ถูกแสดงอยู่หรือไม่
    isTouchable() ใช้ตรวจสอบว่า Object PopupWindow สามารถ touch ได้หรือไม่
    setFocusable() ใช้กำหนดว่า popup window สามารถได้รับ focus หรือไม่
    setHeight() ใช้กำหนดค่า ขนาดความสุงของ Object PopupWindow
    setInputMethodMode() ใช้กำหนด input method mode ให้กับ Object PopupWindow
    setTouchable() ใช้กำหนดว่า popup window สามารถ touch ได้หรือไม่
    setWidth() ใช้กำหนดค่า ขนาดความกว้าง ให้กับ Object PopupWindow
    update ( width, height ) ใช้เปลี่ยนแปลง ขนาดความกว้างและความสูง ของ Object PopupWindow
    update ( x, y, width, height ) ใช้เปลี่ยนแปลง ขนาดความกว้างและความสูง และแกน x และแกน y ของ Object PopupWindow
  • ProgressBar() ใช้สร้าง Object ProgressBar
    getMax() ใช้คืนค่า ขนาดสูงสุด ของ progressbar
    getProgress() ใช้คืนค่า ตำแหน่งปัจจุบัน ของ progress
    incrementProgressBy() ใช้เพิ่ม progress ตามจำนวนที่กำหนด
    setMax() ใช้กำหนดค่า จำนวนสูงสุด ของ progressbar
    setProgress() ใช้กำหนดค่า ตำแหน่งปัจจุบัน ของ progressbar
    setVisibility() ใช้กำหนด สถานะ การมองเห็น ของ progressbar
    onSizeChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ Object ProgressBar ถูกเปลี่ยนแปลง ขนาด
  • RadioButton() ใช้สร้าง Object RadioButton
    toggle() ใช้เปลี่ยน radio button ให้เห็นแบบ toggle
  • RadioGroup() ใช้สร้าง Object RadioGroup
    addView() ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object RadioGroup
    check() ใช้กำหนดให้ RadioButton ที่มี id ที่กำหนด ถูก checked
    clearCheck() ใช้ยกเลิกการเลือก RadioButton ทั้งหมด
    getCheckedRadioButtonId() ใช้คืนค่า id ของ Object RadioButton ที่ถูกเลือกอยู่
    setOnCheckedChangeListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการ checked ที่ RadioButton
  • RatingBar() ใช้สร้าง Object RatingBar
    getNumStars() ใช้คืนค่า จำนวน stars ของ Object RatingBar
    getRating() ใช้คืนค่า จำนวน rating ของ Object RatingBar
    getStepSize() ใช้คืนค่า step size ของ Object RatingBar
    setMax() ใช้กำหนดค่า จำนวนสูงสุด ของ Object RatingBar
    setNumStars() ใช้กำหนด จำนวนของ stars ของ Object RatingBar
    setRating() ใช้กำหนด rating ให้กับ Object RatingBar
    setStepSize() ใช้กำหนด step size ให้กับ Object RatingBar
    setOnRatingBarChangeListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อ rating bar มีการเปลี่ยนแปลง
    getOnRatingBarChangeListener() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อ rating bar มีการเปลี่ยนแปลง
  • RelativeLayout.LayoutParams() ใช้สร้าง Object RelativeLayout.LayoutParams
    RelativeLayout.LayoutParams ( params ) ใช้สร้าง Object RelativeLayout.LayoutParams
    addRule() ใช้กำหนด วิธีการจัดวาง layout ใหักับ Object RelativeLayout.LayoutParams โดยค่าที่เป็นไปได้ คือค่าคงที่ของ RelativeLayout
    getRules() ใช้คืนค่า วิธีการจัดวาง layout ของ Object RelativeLayout.LayoutParams โดยจะคืนค่ากลับมาเป็นค่าคงที่ของ RelativeLayout
  • RelativeLayout() ใช้สร้าง Object RelativeLayout
    getBaseline() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง แกน x ที่เป็น baseline ของ Object RelativeLayout
    setGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ให้กับ Object RelativeLayout
    setHorizontalGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ในแนวนอน ให้กับ Object RelativeLayout
    setVerticalGravity() ใช้กำหนด การวางตำแหน่ง ในแนวตั้ง ให้กับ Object RelativeLayout
    ABOVE เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า อยู่เหนือ child อื่น
    ALIGN_BASELINE เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ baseline อยู่ในระดับเดียวกับ baseline ของ child อื่น
    ALIGN_BOTTOM เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบล่าง อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบล่าง ของ child อื่น
    ALIGN_LEFT เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านซ้าย อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านซ้าย ของ child อื่น
    ALIGN_PARENT_BOTTOM เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านล่าง อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านล่าง ของ relative layout
    ALIGN_PARENT_LEFT เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านซ้าย อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านซ้าย ของ relative layout
    ALIGN_PARENT_RIGHT เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านขวา อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านขวา ของ relative layout
    ALIGN_PARENT_TOP เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านบน อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านบน ของ relative layout
    ALIGN_RIGHT เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านขวา อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านขวา ของ child อื่น
    ALIGN_TOP เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า ให้ เส้นขอบด้านบน อยู่ในระดับเดียวกับ เส้นขอบด้านบน ของ child อื่น
    BELOW เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า อยู่ใต้ child อื่น
    CENTER_HORIZONTAL เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า อยู่ตรงกลางเมื่อเทียบจากแนวนอน
    CENTER_IN_PARENT เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า อยู่ตรงกลางเมื่อเทียบจาก RelativeLayout
    CENTER_VERTICAL เป็นค่าคงที่ ของ RelativeLayout ที่ใช้แทนความหมายว่า อยู่ตรงกลางเมื่อเทียบจากแนวตั้ง
  • Scroller() ใช้สร้าง Object Scroller
    abortAnimation() ใช้หยุด animation ของการ scroll
    getCurrX() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน x ปัจจุบัน ของ scroll
    getCurrY() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน y ปัจจุบัน ของ scroll
    getDuration() ใช้คืนค่า ระยะเวลาของการ scroll ของ scroll โดยมีหน่วยคือ milliseconds
    getFinalX() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน x ที่เป็นจุดสิ้นสุด ของ scroll
    getFinalY() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน y ที่เป็นจุดสิ้นสุด ของ scroll
    getStartX() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน x ที่เป็นจุดเริ่มต้น ของ scroll
    getStartY() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน y ที่เป็นจุดเริ่มต้น ของ scroll
    isFinished() ใช้ตรวจสอบว่า การ scroll สิ้นสุดลงหรือยัง
    setFinalX() ใช้กำหนด ตำแหน่งแกน x ที่เป็นจุดสิ้นสุด ของ scroll
    setFinalY() ใช้กำหนด ตำแหน่งแกน y ที่เป็นจุดสิ้นสุด ของ scroll
    startScroll() ใช้กำหนดให้มีการ scroll จากตำแหน่งที่กำหนด ไปตามจำนวนที่กำหนด
  • ScrollView() ใช้สร้าง Object ScrollView
    addView ( child, index ) ใช้เพิ่ม view เข้าไปใน Object ScrollView ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    addView ( child ) ใช้เพิ่ม view เข้าไปใน Object ScrollView
    addView ( child, params ) ใช้เพิ่ม view เข้าไปใน Object ScrollView
    addView ( child, index, params ) ใช้เพิ่ม view เข้าไปใน Object ScrollView ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    getMaxScrollAmount() ใช้คืนค่า จำนวนสูงสุด ของ การ scroll ของ Object ScrollView
    isFillViewport() ใช้ตรวจสอบว่าได้กำหนดให้ใช้แบบ Fill Viewport หรือไม่
    isSmoothScrollingEnabled() ใช้ตรวจสอบว่า ได้เปิดใช้ smooth scroll หรือไม่
    scrollTo() ใช้เลื่อน scroll ไปยังตำแหน่ง x, y ที่กำหนด
    setFillViewport() ใช้กำหนดว่า จะใช้ fill viewport หรือไม่
    setSmoothScrollingEnabled() ใช้กำหนดว่า จะใช้ smooth scroll หรือไม่
    smoothScrollBy() ใช้เลื่อน scroll แบบ smooth โดยจะเลื่อนเพิ่มไปตามจำนวนที่กำหนด
    smoothScrollTo() ใช้เลื่อน scroll แบบ smooth โดยจะเลื่อนไปยังตำแหน่ง x, y ที่กำหนด
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object ScrollView
    onSizeChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ Object ScrollView ถูกเปลี่ยนแปลง ขนาด
  • SeekBar() ใช้สร้าง Object SeekBar
    setOnSeekBarChangeListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ seek ที่ Object SeekBar
  • Spinner() ใช้สร้าง Object Spinner
    getBaseline() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง แกน x ที่เป็น baseline ของ Object Spinner
    getPrompt() ใช้คืนค่า title bar ของ dialog ของ Object Spinner
    setPrompt() ใช้กำหนดค่า title bar ของ Dialog ของ Object Spinner
    setPromptId() ใช้กำหนดค่า title bar ของ Dialog ของ Object Spinner โดยเป็นการกำหนดค่าที่ค่ามาจาก resource
    setOnItemClickListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ item ของ Object Spinner
    onClick() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการ click ที่ Object Spinner
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ Object Spinner ออกจากการแสดงผลใน window
    getAdapter() ใช้คืนค่า adapter ของ Object Spinner
    getCount() ใช้คืนค่า จำนวน item ทั้งหมดที่ Object Spinner มี
    getSelectedView() ใช้คืนค่า item ที่ถูกเลือกอยู่ใน Object Spinner
    setAdapter() ใช้กำหนด item ให้กับ Object Spinner
    setSelection() ใช้กำหนดค่า ว่าต้องการให้ item ณ ตำแหน่งที่เท่าใด ใน Object Spinner ถูกเลือกอยู่
  • getTag() ใช้คืนค่า tag ของ Object TabHost.TabSpec
    setContent() ใช้กำหนด id ของ Object View ที่ต้องการให้อยู่ภายใน Object TabSpec นี้
    setIndicator ( view ) ใช้กำหนด Object View ที่จะแสดงอยู่บน หัวข้อของ TabSpec
    setIndicator ( label ) ใช้กำหนด คำอธิบาย ที่จะแสดงอยู่บน หัวข้อของ TabSpec
  • TabHost() ใช้สร้าง Object TabHost
    addTab() ใช้เพิ่ม Object TabSpec เข้าไปใน Object TabHost
    clearAllTabs() ใช้ลบ tab ทั้งหมดออกจาก Object TabHost
    getCurrentTab() ใช้คืนค่า ตำแหน่งของ Tab ปัจจุบัน ที่กำลัง Focus อยู่
    getCurrentTabTag() ใช้คืนค่า tag ของ Tab ปัจจุบัน ที่กำลัง Focus อยู่
    getCurrentTabView() ใช้คืนค่า Object View ที่เป็น tab ปัจจุบันที่กำลัง Focus อยู่
    getTabContentView() ใช้คืนค่า content view ของ tab ปัจจุบันที่กำลัง Focus อยู่
    getTabWidget() ใช้คืนค่า Object TabWidget ของ Object TabHost
    newTabSpec() ใช้สร้าง Object TabHost.TabSpec
    setCurrentTab() ใช้กำหนด ตำแหน่ง ของ tab ปัจจุบัน ที่ต้องการให้ได้รับ Focus อยู่
    setCurrentTabByTag() ใช้กำหนด tab ปัจจุบัน ที่ต้องการให้ได้รับ Focus อยู่ โดยการกำหนดจาก tag ของ tab
    setup() จะต้องเรียกใช้คำสั่งนี้ ก่อนที่จะ เพิ่ม tabSpec เข้าไปใน Object TabHost เสมอ
    onTouchModeChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการเปลี่ยนแปลง touch mode
    setOnTabChangedListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เปลี่ยน focus ของ tab ใน Object TabHost
    onAttachedToWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ TabHost เริ่มถูกแสดงใน window
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ TabHost ออกจากการแสดงผลใน window
  • TableLayout.LayoutParams ( width, height ) ใช้สร้าง Object TableLayout.LayoutParams
    TableLayout.LayoutParams() ใช้สร้าง Object TableLayout.LayoutParams
  • TableLayout() ใช้สร้าง Object TableLayout
    addView ( child, params ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableLayout
    addView ( child, index, params ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableLayout ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    addView ( child ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableLayout
    addView ( child, index ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableLayout ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    isColumnCollapsed() ใช้ตรวจสอบว่า column ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป็นแบบ collapse หรือไม่
    isColumnShrinkable() ใช้ตรวจสอบว่า column ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป็นแบบ shrink หรือไม่
    isColumnStretchable() ใช้ตรวจสอบว่า column ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป็นแบบ stretch หรือไม่
    isShrinkAllColumns() ใช้ตรวจสอบว่า column ทุก column เป็นแบบ shrink หรือไม่
    isStretchAllColumns() ใช้ตรวจสอบว่า column ทุก column เป็นแบบ stretch หรือไม่
    setColumnCollapsed() ใช้กำหนดให้ column ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป็นแบบ collapse
    setColumnShrinkable() ใช้กำหนดให้ column ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป็นแบบ shrink
    setColumnStretchable() ใช้กำหนดให้ column ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป็นแบบ stretch
    setShrinkAllColumns() ใช้กำหนดว่าจะให้ column ทุก column เป็นแบบ shrink หรือไม่
    setStretchAllColumns() ใช้กำหนดว่าจะให้ column ทุก column เป็นแบบ stretch หรือไม่
    setOnHierarchyChangeListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงลำดับ ที่ Object TableLayout
  • TableRow.LayoutParams ( width, height ) ใช้สร้าง Object TableRow.LayoutParams
    TableRow.LayoutParams ( ) ใช้สร้าง Object TableRow.LayoutParams
    TableRow.LayoutParams ( column ) ใช้สร้าง Object TableRow.LayoutParams โดยมีการกำหนดจำนวนของ column เอาไว้ด้วย
    column ใช้คืนค่าจำนวนของ column ของ Object TableRow.LayoutParams
  • TableRow() ใช้สร้าง Object TableRow
    addView ( child ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableRow
    addView ( child, params ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableRow
    addView ( child, index ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object TableRow ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    getVirtualChildAt() ใช้คืนค่า Object View ณ ตำแหน่งที่กำหนด ที่อยู่ใน Object TableRow
    getVirtualChildCount() ใช้นับจำนวน Object View ที่อยู่ภายใน Object TableRow
    setOnHierarchyChangeListener ( listener ) ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงลำดับ ที่ Object TableRow
  • TextView() ใช้สร้าง Object TextView
    addTextChangedListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อ ข้อมูลภายใน Object TextView มีการเปลี่ยนแปลง
    append ( text ) ใช้กำหนดข้อความลงไปใน Object TextView โดยเป็นการ ต่อข้อความเพิ่มจากของเดิมที่มีอยู่
    append ( text, start, end ) ใช้กำหนดข้อความลงไปใน Object TextView โดยเป็นการ แทรกข้อความลงไปในข้อความเดิม
    getAutoLinkMask() ใช้คืนค่า auto link mask ของ Object TextView
    getBaseline() ใช้คืนค่า baseline ของ Object TextView ( baseline คือ เส้นขอบด้านล่าง )
    getCompoundDrawablePadding() ใช้คืนค่า padding ระหว่าง compound drawable และ text
    getCompoundDrawables() ใช้คืนค่า เส้นขอบด้านซ้าย บน ขวา และล่าง ตามลำดับ โดยจะคืนมาในลักษณะของ Drawable
    getCompoundPaddingBottom() ใช้คืนค่า padding bottom ของ Object TextView
    getCompoundPaddingLeft() ใช้คืนค่า padding left ของ Object TextView
    getCompoundPaddingRight() ใช้คืนค่า padding right ของ Object TextView
    getCompoundPaddingTop() ใช้คืนค่า padding top ของ Object TextView
    getCurrentHintTextColor() ใช้คืนค่า สีตัวอักษรของ hint เมื่อมีการลากแถบสีคลุม ของ Object TextView
    getCurrentTextColor() ใช้คืนค่า สีตัวอักษร เมื่อมีการลากแถบสีคลุม ของ Object TextView
    getEditableText() ใช้คืนค่า Object Editable ของ Object TextView
    getError() ใช้คืนค่า ข้อความแสดงความผิดพลาด ของ Object TextView
    getExtendedPaddingBottom() ใช้คืนค่า extended padding bottom ของ Object TextView
    getExtendedPaddingTop() ใช้คืนค่า extended padding top ของ Object TextView
    getFreezesText() ใช้ตรวจสอบว่า Object TextView เป็นแบบ freeze text หรือไม่
    getGravity() ใช้คืนค่า gravity ของ Object TextView
    getHint() ใช้คืนค่า hint ของ Object TextView ( hint คือ คำอธิบาย )
    getHintTextColors() ใช้คืนค่า สีของตัวอักษร ของ hint ของ Object TextView
    getInputType() ใช้คืนค่า ประเภท ของ input
    getKeyListener() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ กดพิมพ์ลงบน Object TextView
    getLayout() ใช้คืนค่า layout ของ Object TextView
    getLineCount() ใช้คืนค่า จำนวนแถว ของ Object TextView
    getLineHeight() ใช้คืนค่า ขนาดความสูง ของ Object TextView
    getLinkTextColors() ใช้คืนค่า สีของตัวอักษร ที่เป็น link ของ Object TextView
    getLinksClickable() ใช้ตรวจสอบว่า link ของ Object TextView ว่าสามารถ click ได้หรือไม่
    getMovementMethod() ใช้คืนค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ movement ของ Object TextView
    getPaint() ใช้คืนค่า Object TextPaint ของ Object TextView
    getPaintFlags() ใช้คืนค่า paint flags ของ Object TextView
    getSelectionEnd() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง สุดท้าย ที่มีการ ลากคลุมตัวอักษร ของ Object TextView
    getSelectionStart() ใช้คืนค่า ตำแหน่ง แรกสุด ที่มีการ ลากคลุมตัวอักษร ของ Object TextView
    getText() ใช้คืนค่า ข้อความ ของ Object TextView
    getTextColors() ใช้คืนค่า สีของ text
    getTextScaleX() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน x ของ Object TextView
    getTextSize() ใช้คืนค่า ขนาดความกว้าง ของ Object TextView
    getTotalPaddingBottom() ใช้คืนค่า padding bottom ของ Object TextView
    getTotalPaddingLeft() ใช้คืนค่า padding left ของ Object TextView
    getTotalPaddingRight() ใช้คืนค่า padding right ของ Object TextView
    getTotalPaddingTop() ใช้คืนค่า padding top ของ Object TextView
    getTransformationMethod() ใช้คืนค่า Object TransformationMethod ของ Object TextView
    getTypeface() ใช้คืนค่า Object Typeface ของ Object TextView
    hasSelection() ใช้ตรวจสอบว่า มีข้อความใน Object TextView ถูกเลือกอยู่หรือไม่
    length() ใช้คืนค่า จำนวนของตัวอักษร ที่อยู่ภายใน Object TextView
    removeTextChangedListener() ใช้ยกเลิก การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อ ข้อมูลภายใน Object TextView มีการเปลี่ยนแปลง
    setCompoundDrawablePadding() ใช้กำหนดค่า padding ระหว่าง compound drawable และ text
    setCursorVisible() ใช้กำหนดว่าจะให้มี cursor กระพริบอยู่ที่ Object TextView หรือไม่
    setError() ใช้กำหนดค่า ข้อความแสดงความผิดพลาด ของ Object TextView
    setFreezesText() ใช้กำหนดว่าจะให้ Object TextView เป็นแบบ freeze text หรือไม่
    setGravity() ใช้กำหนด ตำแหน่งของข้อความ ภายใน Object TextView
    setHeight() ใช้กำหนด ขนาดความสูง ของ Object TextView
    setHighlightColor() ใช้กำหนด สีของข้อความ เมื่อมีการ เลือก ที่ Object TextView
    setHint ( hint ) ใช้กำหนดค่า hint ของ Object TextView ( hint คือ คำอธิบาย )
    setHint ( resId ) ใช้กำหนดค่า hint ของ Object TextView ( hint คือ คำอธิบาย )
    setHintTextColor() ใช้กำหนดค่า สีของตัวอักษร ของ hint ของ Object TextView
    setHorizontallyScrolling() ใช้กำหนดว่า ต้องการให้ข้อความภายใน Object TextView ยาวไปเรื่อยๆใช่หรือไม่
    setKeyListener() ใช้กำหนดค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ กดพิมพ์ลงบน Object TextView
    setLines() ใช้กำหนด จำนวนบรรทัด ให้กับ Object TextView
    setLinkTextColor() ใช้กำหนดค่า สีของตัวอักษร ที่เป็น link ของ Object TextView
    setLinksClickable() ใช้กำหนดว่า สามารถให้คลิกที่ link ของ Object TextView ได้หรือไม่
    setMarqueeRepeatLimit() ใช้กำหนด จำนวนสูงสุด ของการ marquee ของ Object TextView
    setMaxHeight() ใช้กำหนด ขนาดความสูงสูงสุด ของ Object TextView
    setMaxLines() ใช้กำหนด จำนวนบรรทัด สูงสุด ของ Object TextView
    setMaxWidth() ใช้กำหนด ขนาดความกว้างสูงสุด ของ Object TextView
    setMinHeight() ใช้กำหนด ขนาดความสูงต่ำสุด ( อย่างน้อย ) ของ Object TextView
    setMinLines() ใช้กำหนด จำนวนบรรทัดต่ำสุด ( อย่างน้อย ) ให้กับ Object TextView
    setMinWidth() ใช้กำหนด ขนาดความกว้างต่ำสุด ( อย่างน้อย ) ให้กับ Object TextView
    setMovementMethod() ใช้กำหนดค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ movement ของ Object TextView
    setOnEditorActionListener() ใช้กำหนดค่า การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อ editor action ที่ Object TextView
    setPadding() ใช้กำหนด padding ให้กับ Object TextView ทางด้าน ซ้าย บน ขวา และล่าง ตามลำดับ
    setScroller() ใช้กำหนด Object Scroller ให้กับ Object TextView
    setSelectAllOnFocus() ใช้กำหนดว่า ต้องการให้ มีการเลือกข้อความทั้งหมดหรือไม่ เมื่อ Object TextView ได้รับ focus
    setSelected() ใช้กำหนดว่า ต้องการให้ ข้อความใน Object TextView ถูกเลือก หรือไม่
    setShadowLayer() ใช้กำหนด เงา ให้กับตัวอักษร ของ Object TextView
    setSingleLine() ใช้กำหนดว่า ต้องการให้ Object TextView มีเพียง 1 แถวเท่านั้น
    setText ( resId ) ใช้กำหนด ข้อความ ให้กับ Object TextView
    setText ( text, start, len ) ใช้กำหนด ข้อความ ให้กับ Object TextView
    setText ( text ) ใช้กำหนด ข้อความ ให้กับ Object TextView
    setTextColor() ใช้กำหนด สีให้กับข้อความ ของ Object TextView
    setTextScaleX() ใช้กำหนดค่า scale x ให้กับข้อความ ของ Object TextView
    setTextSize() ใช้กำหนด ขนาด ให้กับ Object TextView
    setTransformationMethod() ใช้กำหนด Object TransformationMethod ให้กับ Object TextView
    setTypeface() ใช้กำหนด Object Typeface ให้กับ Object TextView คือเป็นการกำหนด ลักษณะตัวอักษร
    setWidth() ใช้กำหนด ขนาดความกว้าง ให้กับ Object TextView
    onKeyDown() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการกดปุ่มลงบน Object TextView
    onKeyMultiple() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการกดปุ่มหลายปุ่มลงบน Object TextView
    onKeyUp() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการปล่อยปุ่มที่กดลงบน Object TextView
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object TextView
    onWindowFocusChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มี window ถูกเปลี่ยนแปลง focus
    onAttachedToWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้ เมื่อ TextView เริ่มถูกแสดงใน window
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้ เมื่อ TextView ออกจากการแสดงผลใน window
    onFocusChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้ เมื่อ TextView ถูกเปลี่ยนแปลง focus
    onSelectionChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้ เมื่อ TextView ถูกเปลี่ยนแปลง selection
    onTextChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้ เมื่อ TextView ถูกเปลี่ยนแปลง ข้อความ
  • TimePicker() ใช้สร้าง Object TimePicker
    getBaseline() ใช้คืนค่า baseline ของ Object TimePicker
    getCurrentHour() ใช้คืนค่า ชั่วโมงปัจจุบัน ของ Object TimePicker โดยจะคืนค่ามาเป็น Object Integer
    getCurrentMinute() ใช้คืนค่า นาทีปัจจุบัน ของ Object TimePicker โดยจะคืนค่ามาเป็น Object Integer
    is24HourView() ใช้ตรวจสอบว่า เวลาที่ใช้เป็นแบบ 24 ชั่วโมงใช่หรือไม่
    setCurrentHour() ใช้กำหนดค่า ชั่วโมง ให้กับ Object TimePicker
    setCurrentMinute() ใช้กำหนดค่า นาที ให้กับ Object TimePicker
    setEnabled() ใช้กำหนดค่า สถานะการใช้งาน ให้กับ Object TimePicker
    setIs24HourView() ใช้กำหนดว่า จะให้เวลาเป็นแบบ 24 ชั่วโมงใช่หรือไม่
    setOnTimeChangedListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงเวลา ที่ Object TimePicker
  • Toast() ใช้สร้าง Object Toast
    cancel() ใช้ปิด toast
    getDuration() ใช้คืนค่าระยะเวลาที่ toast ถูกแสดง
    getGravity() ใช้คืนค่า gravity ของ toast
    getHorizontalMargin() ใช้คืนค่า margin horizontal ของ toast
    getVerticalMargin() ใช้คืนค่า margin vertical ของ toast
    getView() ใช้คืนค่า Object View ที่ถูกกำหนดให้แสดงบน toast
    getXOffset() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน x ของ toast
    getYOffset() ใช้คืนค่า ตำแหน่งแกน y ของ toast
    makeText ( context, resId, duration ) ใช้สร้าง Object Toast
    makeText ( context, text, duration ) ใช้สร้าง Object Toast
    setDuration() ใช้กำหนดระยะเวลาที่จะให้ toast ถูกแสดง
    setGravity() ใช้กำหนด ตำแหน่งที่จะให้ toast แสดง
    setMargin() ใช้กำหนด margin ให้กับ toast ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
    setText ( resId ) ใช้กำหนดข้อความที่จะแสดงบน toast
    setText ( text ) ใช้กำหนดข้อความที่จะแสดงบน toast
    setView() ใช้กำหนด Object View ที่จะให้แสดงบน toast
    show() ใช้กำหนดให้แสดง toast
  • ToggleButton() ใช้สร้าง Object ToggleButton
    getTextOff() ใช้คืนค่า ข้อความ เมื่อ Object ToggleButton อยู่ในสถานะ off
    getTextOn() ใช้คืนค่า ข้อความ เมื่อ Object ToggleButton อยู่ในสถานะ on
    setChecked() ใช้กำหนด สถานะ ให้กับ Object ToggleButton
    setTextOff() ใช้กำหนด ข้อความบนปุ่ม เมื่อ Object ToggleButton อยู่ในสถานะ off
    setTextOn() ใช้กำหนด ข้อความบนปุ่ม เมื่อ Object ToggleButton อยู่ในสถานะ on
  • VideoView() ใช้สร้าง Object VideoView
    canPause() ใช้ตรวจสอบว่า Object VideoView สามารถหยุดเล่นได้หรือไม่
    canSeekBackward() ใช้ตรวจสอบว่า Object VideoView สามารถ seek ไปก่อนหน้าได้หรือไม่
    canSeekForward() ใช้ตรวจสอบว่า Object VideoView สามารถ seek ไปข้างหน้าได้หรือไม่
    getBufferPercentage() ใช้คืนค่า percent ของ video ที่ได้เล่นไป
    getCurrentPosition() ใช้คืนค่า ตำแหน่งของการเล่นวิดีโอปัจจุบัน ของ Object VideoView
    getDuration() ใช้คืนค่า ระยะเวลาของวิดีโอ ของ Object VideoView
    isPlaying() ใช้ตรวจสอบว่า Object VideoView กำลังเล่นอยู่ ใช่หรือไม่
    pause() ใช้สั่งให้ video หยุดเล่น ( และสามารถกลับมาเล่นต่อได้ )
    seekTo() ใช้กำหนดให้ video เล่น ณ ตำแหน่งที่กำหนด
    setMediaController() ใช้กำหนด Object MediaController ให้กับ Object VideoView ( คือการกำหนดตัวควบคุมการเล่นวิดีโอ )
    setVideoPath() ใช้กำหนด วิดีโอ ที่ต้องการเล่น ให้กับ Object VideoView โดยวิดีโอต้องอยู่ใน sdcard
    setVideoURI() ใช้กำหนด วิดีโอ ที่ต้องการเล่น ให้กับ Object VideoView โดยวิดีโอต้องอยู่ใน sdcard
    start() ใช้กำหนดให้ วิดีโอ เล่น
    stopPlayback() ใช้กำหนดให้ วิดีโอ หยุดเล่น และถ้าจะเล่นต่อก็จะเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่แรก
    setOnCompletionListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ Object VideoView เล่นวิดีโอจนจบไฟล์
    setOnErrorListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ Object VideoView มีความผิดพลากเกิดขึ้น
    setOnPreparedListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ Object VideoView มีการเตรียมวิดีโอที่จะเล่น
    onKeyDown() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการกดปุ่มลงบน Object VideoView
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object VideoView
  • ViewAnimator() ใช้สร้าง Object ViewAnimator
    addView ( child ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object ViewAnimator
    getCurrentView() ใช้คืนค่า view ปัจจุบันที่กำลังถูกแสดงอยู่ใน Object ViewAnimator
    getDisplayedChild() ใช้คืนค่า ตำแหน่งปัจจุบันของ view ที่กำลังถูกแสดงอยู่ใน Object ViewAnimator
    removeAllViews() ใช้ลบ view ทั้งหมดที่อยู่ใน Object ViewAnimator
    removeView() ใช้ลบ view ที่กำหนด ออกจาก Object ViewAnimator
    removeViewAt() ใช้ลบ view ณ ตำแหน่ง ที่กำหนด ออกจาก Object ViewAnimator
    removeViews() ใช้ลบ view ตั้งแต่ตำแหน่งที่กำหนด ถึงตำแหน่งที่กำหนด ออกจาก Object ViewAnimator
    setDisplayedChild() ใช้กำหนด ตำแหน่งของ view ปัจจุบัน ที่ต้องการให้แสดงบน Object ViewAnimator
    showNext() ใช้เลื่อน view ที่อยู่ภายใน Object ViewAnimator ไปยังตำแหน่งถัดไป
    showPrevious() ใช้เลื่อน view ที่อยู่ภายใน Object ViewAnimator ไปยังตำแหน่งก่อนหน้า
  • ViewFlipper() ใช้สร้าง Object ViewFlipper
    addView ( child ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object ViewFlipper
    isAutoStart() ใช้ตรวจสอบว่า view flipping เป็นแบบ auto start หรือไม่
    isFlipping() ใช้ตรวจสอบว่า กำลัง flipping อยู่หรือไม่
    setAutoStart() ใช้กำหนดว่าจะให้ Object ViewFlipper เป็นแบบ auto start หรือไม่
    setFlipInterval() ใช้กำหนดระยะเวลาหน่วง ที่ใช้ในการ flipping แต่ละครั้ง หน่วยมิลลิวินาที
    startFlipping() ใช้กำหนดให้มีการ flipping โดยเมื่อถึง child สุดท้ายแล้วก็จะกลับมาเล่นที่ child ตัวแรกใหม่
    stopFlipping() ใช้กำหนดให้หยุดการ flipping
    onAttachedToWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ ViewFlipper เริ่มถูกแสดงใน window
    onDetachedFromWindow() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ ViewFlipper ออกจากการแสดงผลใน window
    onWindowVisibilityChanged() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ window ถูกเปลี่ยนแปลง สถานะ การมองเห็น
  • ViewSwitcher() ใช้สร้าง Object ViewSwitcher
    addView ( child ) ใช้เพิ่ม Object View เข้าไปใน Object ViewSwitcher
    getNextView() ใช้คืนค่า view ที่อยู่ลำดับถัดไปของ view ปัจจุบันที่กำลังถูกแสดงอยู่ใน Object ViewAnimator
  • ZoomButton() ใช้สร้าง Object ZoomButton
    setEnabled() ใช้กำหนดสถานะของ Object ZoomButton ว่าต้องการให้ enable หรือ disable
    setZoomSpeed() ใช้กำหนดความเร็วของการ zoom
    onKeyUp() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการปล่อยปุ่มที่กดลงบน Object ZoomButton
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object ZoomButton
  • ZoomControls() ใช้สร้าง Object ZoomControls
    hasFocus() ใช้ตรวจสอบว่า Object ZoomControls กำลังได้รับ focus อยู่หรือไม่
    hide() ใช่กำหนดให้ไม่แสดง Object ZoomControls
    setIsZoomInEnabled() ใช้กำหนดว่า จะให้ปุ่มที่เป็นการ zoom in เป็นสถานะ enable หรือ disable
    setIsZoomOutEnabled() ใช้กำหนดว่า จะให้ปุ่มที่เป็นการ zoom out เป็นสถานะ enable หรือ disable
    setZoomSpeed() ใช้กำหนด ความเร็วในการ zoom
    show() ใช่กำหนดให้แสดง Object ZoomControls
    setOnZoomInClickListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ปุ่ม zoom in ของ Object ZoomControls
    setOnZoomOutClickListener() ใช้กำหนด การดักฟังเหตุการณ์ เมื่อมีการ click ที่ปุ่ม zoom out ของ Object ZoomControls
    onTouchEvent() เป็น method ที่ใช้สำหรับการ overridde โดย method นี้จะถูกเรียกใช้เมื่อ มีการสัมผัสที่ Object ZoomControls
 
Share This Subject Login with Facebook